Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
snapwithmiie
•
ติดตาม
10 ก.ค. เวลา 07:36 • การศึกษา
[Review] TOEIC Hack: เมื่อคุณเรียนรู้อย่างถูกวิธี แค่เรียนจากคอร์สฟรีก็ ‘สุดปัง’ 👍🏻
**โพสต์นี้ยาวหน่อยนะคะ เราบนกับตัวเองไว้ว่าถ้าคะแนนเกิน 550 จะมาแชร์ทริคให้เพื่อนๆ ฟังค่ะ และทุกอย่างที่เราจะเล่าให้ฟังต่อจากนี้ เป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัวของเราเท่านั้นนะคะ เสียเงินซื้อคอร์ส+แอปเองด้วยค่ะ แหะๆ😂**
สวัสดีค่ะ ขอออกตัวก่อนเลยนะคะ ว่าโพสต์นี้ไม่ได้จะมาบอกว่าการเสียเงินเรียนคอร์สติวเป็นเรื่องไม่ดีนะคะ สถาบันที่ติวเก่งๆ มีเยอะมาก และนั่นคือทางลัดชั้นยอดสำหรับคนที่มีงบและอยากประหยัดเวลาค่ะ
แต่สำหรับเราที่มีเวลาเตรียมตัวประมาณ 1 เดือน + แรงกดดัน (จากตัวเอง) แน่นอนว่าเราก็เป็นคนนึงที่ซื้อทั้งคอร์สเรียนครูดิวแบบ 1 ปี เพื่อต้องการปูพื้นฐานแกรมม่าของตัวเองใหม่ทั้งหมดและเก็บทริคเล็กๆ น้อยๆ ในการทำข้อสอบ + เรียนจากแอปของ Memmoread (แบบเสียเงิน) เพื่อฝึกฟังและทำโจทย์เวลาอยู่ข้างนอกค่ะ
(จริงๆ Memmoread แบบฟรีก็มีนะคะ แค่ตอนที่เฉลยไม่ได้มีคำอธิบายที่ละเอียดให้นั่งศึกษา)
แต่ก็นั่นแหละค่ะ พอเวลาเหลือน้อยลงเรื่อยๆ สิ่งที่เราพบคือ... ต่อให้มีคอร์สดีแค่ไหน แต่ถ้าเราเรียนผิดวิธี สมองมันก็รับไม่ไหวอยู่ดี
เราเลยขอหยิบหลักวิทยาศาสตร์การทำงานของสมองจากหนังสือ 'Learning How to Learn' ของ Barbara Oakley มาสลับร่างสร้างระบบการเรียนใหม่ ผ่าน 2 โหมดนี้ค่ะ:
🧠 Focused Mode (โหมดจดจ่อขั้นสุด): คือช่วงที่เราเค้นสมองซ้อมทำโจทย์แบบจริงจังโดยปราศจากสิ่งใดๆ มารบกวน
🍃 Diffuse Mode (โหมดปล่อยจอยให้สมองคิดเชื่อมโยง): คือช่วงที่เราพักสายตา ปล่อยให้สมองย่อยข้อมูลเงียบๆ อาจจะเป็นการนั่งฟัง Podcast จาก YouTube เพื่อฝึกฟังง่ายๆ (เราเลือกฟัง 'คำนี้ดี (KND)') เพื่อพักสายตาจากการทำโจทย์ค่ะ
ลองคิดภาพตามง่ายๆ นะคะ เหมือนเวลาที่เราออกกำลังกาย เราไม่สามารถสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรงได้ภายในไม่กี่วัน กลับกัน หากเราหักโหมจะยิ่งทำให้กล้ามเนื้ออักเสบและอาจได้รับบาดเจ็บได้ สมองของเราก็เช่นกันค่ะ ยิ่งฝืนดันข้อมูลเข้าสมองโครมๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือความว่างเปล่า ในทางตรงกันข้าม เรากลับจำได้ดีกับข้อที่เราเพิ่งตอบผิดไปด้วยซ้ำ นั่นเป็นเพราะสมองของเราไม่อยากทำผิดซ้ำสองค่ะ
นอกจากฝึกทำโจทย์แล้ว สิ่งที่อยากแนะนำเลยคือ “Recall (การระลึก)” เมื่อเราเรียนจากวิดีโอฟรีบน YouTube หรือจากคอร์สที่ลงไว้ไปแล้ว หลังเรียนจบเราต้องฝึกทบทวนเรื่องนั้นๆ ทันทีเพื่อให้เข้าใจถ่องแท้ผ่านการทำ Mini Quiz ค่ะ
คำถามคือ แล้วเราจะหา Mini Quiz เหล่านี้มาจากไหนล่ะ?
ปิ๊งป่องงง! เรามีเพื่อนใกล้ตัวคนนึงที่หลายคนอาจจะลืมนึกถึงไป น้องคนนั้นคือ เจ้า AI ค่ะ (ของเราใช้ Gemini แบบฟรีนะคะ) ติวเตอร์ส่วนตัวในราคา ‘0 บาทที่สุดแสนจะทรงพลัง’ เราใช้น้อง AI ช่วยอุดรอยรั่วของตัวเอง ดังนี้ค่ะ:
📍ตั้งโจทย์ + ขอคำอธิบายอย่างละเอียด: พิมพ์บอก AI เลยว่า “ช่วยอธิบาย Part of Speech และตั้งโจทย์ที่คล้ายกับ Part 5 ของ TOEIC ให้หน่อยนะคะ พร้อมทั้งอธิบายคำตอบโดยละเอียดค่ะ” เราก็มีหน้าที่แค่รอน้องเจนโจทย์มาให้เราแบบ Real-time ค่ะ สามารถโต้ตอบกันไปมาเหมือนคุยกับเพื่อนคนนึงเลย ของเราบอกน้องเพิ่มไปด้วยว่าเราแพลนจะสอบเมื่อไหร่และตั้งเป้าไว้กี่คะแนนค่ะ
📍สงสัยตรงไหน ขยี้ต่อได้ไม่จำกัด: ข้อไหนที่ไม่เข้าใจ หรืออยากรู้ว่าทำไมช้อยส์อื่นถึงผิด เราก็พิมพ์ถามต่อได้ทันทีจนกว่าสมองจะร้องอ๋อ
และที่สำคัญที่สุด... น้อง AI ไม่เคยบ่นใส่เราเลยสักคำว่า ‘เรื่องนี้ฉันบอกเธอไปตั้งหลายรอบแล้วนะ ทำไมไม่จำสักที!’ แถมยังคอยให้กำลังใจอีกด้วยนะคะ
💡 บทสรุป การสอบ TOEIC ให้ได้คะแนนดี ไม่จำเป็นต้องถมเงินซื้อคอร์สเพิ่มเรื่อยๆเสมอไปค่ะ ขอแค่เรา ‘รู้วิธีการเรียนรู้’ ที่ถูกต้อง เข้าใจกลไกสมองของตัวเอง แล้วใช้เครื่องมือฟรีรอบตัวอย่าง YouTube และ AI ให้เป็นประโยชน์ แค่นี้การเตรียมสอบด้วยตัวเองก็ ‘สุดปัง’ และเซฟเงินในกระเป๋าได้แบบสบายๆ แล้วค่ะ
อ๋อ แล้วที่สำคัญคือ การที่คุณรู้ช่วงเวลาทองของตัวเองค่ะ ว่าช่วงไหนเรามีสมาธิมากที่สุด อย่างของเรา เราจะฝึกทำโจทย์ช่วงกลางคืนและเข้านอนไม่เกิน 21.30 น. เพื่อให้สมองได้พักผ่อนเต็มที่ค่ะ และจะเลือกไปสอบตอนเช้าเพราะเรามันเป็นนกที่ตื่นเช้าค่ะ เย่!
สุดท้ายนี้...
📝 สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวไปสอบ: เราขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจในการฝึกฝนนะคะ
- สอบแบบ PBT (กระดาษ): อย่าลืมที่จะปริ้นท์กระดาษคำตอบมาฝึกฝน + จับเวลาจริงนะคะ ทุกอย่างในห้องสอบเกิดขึ้นไวมากๆเลยค่ะ
- สอบแบบ CBT (คอมพิวเตอร์): ใน Memmoread มีให้เลือกทำแบบ CBT ด้วยค่ะ (แต่อันนี้ต้องเสียเงินน้า เพียงแค่ 298 บาท ได้ทั้งพาร์ทฟังและอ่านแบบจุใจ + เราซื้อพรีเมียมเพิ่ม 99 บาทเพื่อเรียนบนคอมได้) จะได้ซ้อมมือในการคลิกคำตอบให้เสมือนจริงที่สุดค่ะ
📝 สำหรับคนที่สอบไปแล้ว แต่ยังรู้สึกไม่พอใจในคะแนน: อย่าเพิ่งหมดไฟหรือยอมแพ้ไปง่ายๆ นะคะ! จากประสบการณ์ที่เราสอบ 2 รอบในเวลาไล่เลี่ยกัน เราพบว่าสนามจริงคือครูที่ดีที่สุด มันทำให้เรารู้ว่ารอยรั่วของเราอยู่ตรงไหน ลำพังแค่ตอนฝึกซ้อม มันจำลองความตื่นเต้น ความกดดัน และการแข่งกับเวลาจริงมาให้เราไม่ได้หรอกค่ะ ดังนั้น ถ้าเราก้าวข้ามความตื่นสนาม แล้วเอาความผิดพลาดนั้นมาเป็นบทเรียน ครั้งต่อไปเราจะกลับไปสอบด้วยความมั่นใจที่มากกว่าเดิมค่ะ ฮึบสู้! ✌🏻
Tip สำหรับ Part 7: เราทำไม่เคยทันสักครั้ง เลยเลือกข้อที่อยากจะทำ ข้อที่อ่านน้อยๆ เช่น พวกประกาศสั้นๆ หรือข้อความที่เป็นการ Text คุยกันไปมามันจะไม่ยาวมากก่อนค่ะ ถ้าเวลาเหลือไม่เยอะแล้ว เราจะหาข้อที่ชอบถามหากลุ่มคำความหมายคล้ายกัน (Synonym) แทนเลยค่ะ อย่างน้อยคลังคำศัพท์ที่มีก็น่าจะช่วยตัดช้อยส์ไปได้บ้าง
🎯 สำหรับคนที่คะแนนถึงเป้าหมายของตัวเองแล้ว: ยินดีด้วยกับความสำเร็จในครั้งนี้นะคะ ขอบคุณตัวเองที่อดทนและฝึกฝนมาอย่างหนัก และอย่าลืมที่จะให้รางวัลตัวเองกันสักหน่อยนะคะ 🙂
ไม่ว่าเป้าหมายของคุณจะอยู่ที่กี่คะแนน ขอแค่จับจุดวิธีเรียนรู้ของตัวเองให้เจอ แล้วลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ วันที่เห็นคะแนนบนใบผลสอบ จะเป็นวันของคุณแน่นอน
snapwithmiie
หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆ ผู้อ่านนะคะ แล้วเพื่อนๆ มีทริคการเรียนรู้แบบไหน หรือใช้ AI ตัวไหนช่วยติวกันอยู่บ้าง? มาแชร์และป้ายยากันในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ
ขอบคุณที่อ่านจนจบและขอให้ทุกคนสมหวังกับการสอบค่ะ สู้ไปด้วยกันนะ สลัดความกลัวแล้วไปคว้าคะแนนสุดปังกันนะคะ! ✌🏻✨
ปล. ก่อนวันสอบ อย่าลืมนอนพักผ่อนให้เพียงพอกันด้วยนะคะ สมองจะได้แล่นค่ะ 🧠💤
FB:
https://www.facebook.com/share/p/18tcj54ztW/
#TOEIC #รีวิวTOEIC #เตรียมสอบTOEIC #TOEIC0บาท #LearningHowToLearn #GeminiAI #Memmoread #krudewtoeic #ฝึกภาษาอังกฤษ #สอบโทอิค #แชร์ประสบการณ์ตรง
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย