10 ก.ค. เวลา 07:25 • ธุรกิจ

ถอดรหัส "สกุชชี่ (Squishy)" ยังเติบโตได้ รับ “เศรษฐกิจคลายเครียด” บนคำถามเรื่อง "สิ่งแวดล้อม"ที่ดังขึ้น

ถอดรหัส "สกุชชี่ (Squishy)" ยังเติบโตได้ รับ “เศรษฐกิจคลายเครียด” แต่...เรื่องสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยก็เป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามมากขึ้น
บีบ นวด ยิ่งสโลว์ ยิ่งดี สิ่งนั้นคือ "สกุชชี่ (Squishy)" พลังความนุ่มนิ่มของเจ้า สกุชชี่ ที่ทำให้คนทุกวัยแห่ซื้อ ซึ่งจุดเด่นคือเป็นโฟมชนิดพิเศษที่บีบแล้วค่อยๆ คืนรูปช้าๆ หรือที่สายสกุชชี่เรียกว่า “ความสโลว์” รอบแรกที่สกุชชี่เคยโด่งดังทั่วโลก เกิดขึ้นในช่วงปี 2017 จากกระแสคลิป ASMR ที่คนดูแล้วรู้สึกเพลิน แต่หลังจากนั้นความนิยมก็ค่อยๆ ซาลง
ต่อมาได้รับความนิยมและพัฒนาจนเป็นวัฒนธรรมของเล่นในญี่ปุ่น พีคจริงๆ คือช่วงปี 2000 ถือเป็น Healing Goods เพื่อบำบัดจิตใจ
จุดพีคไวรัลสกุชชี่ เดือน มิ.ย.69
ช่วยผ่อนคลาย ออกแบบสำหรับวางบนโต๊ะทำงาน เพื่อหยิบมาบีบคลายเครียด เพื่อหยิบมาบีบคลายเครียด ผลิตจากโฟมโพลียูรีเทน ทำเป็นรูปทรงต่างๆ พร้อมเติมแต่งกลิ่นหอมตามดีไซน์
ผ่านมาเกือบ 30 ปี "สกุชชี่ (Squishy)" กลับมาอีกรอบเต็มบ้าน เต็มเมือง
เมื่อผู้คนเผชิญกับความเครียด ความกดดัน และมองหาที่รองรับอารมณ์ สกุชชี่ และ รวมถึงเหล่า Stress Toy จึงเป็นผู้ถูกเลือกอีกครั้ง และรอบนี้ดูเหมือนจะฮิตหนักกว่าเดิม เพราะคนวัยทำงานส่วนใหญ่มีกำลังซื้อ ขณะที่วัยเรียนก็เป็นเทรนด์ที่ต้องมีไว้สักคนละอัน สองอัน เช่นกัน
"การมีสกุชชี่อยู่บนโต๊ะไว้นวด ไว้ขยำ กลายเป็นการระบาย และปลอบประโลมตัวเองไปในตัว ด้วยรูปแบบการคลายตัวช้าๆ เป็นจังหวะของสกุชชี่ที่สามารถช่วยระบายความกังวล และทำให้จิตใจสงบลงได้"
“ตลาดสกุชชี่” ยังเติบโตต่อได้ รับ “เศรษฐกิจคลายเครียด”
มีการประเมินว่าตลาดสกุชชี่จะโตถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2035 และตลาด Stress Toy ทั้งหมด ก็คาดว่าจะโตแตะ 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2030 สะท้อนการขยายตัวของเศรษฐกิจคลายเครียด (Stress Economy)
"แลนด์มา์ก" ยอดฮิตของนักล่าสกุชชี่
“แลนด์มาร์ก” ยอดฮิตของนักล่าสกุชชี่ กระจายรายได้สู่สังคม
บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลบนโลกออนไลน์ผ่านเครื่องมือ dxt:360 (Social Listening) ระหว่างวันที่ 1–30 มิถุนายน 2569 เพื่อติดตามกระแสความสนใจเกี่ยวกับ “สกุชชี่” ที่กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในปี 2569 พบว่า กระแสการล่าสกุชชี่ มีส่วนกระตุ้นให้ ตลาดนัด ร้านค้าท้องถิ่น ไปจนถึงช่องทางออนไลน์ คึกคักมากขึ้น
อันดับ 1 ตลาดนัดและร้านค้าท้องถิ่น (32.6%) : แหล่งกระจายสินค้าที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ตลาดนัดใกล้บ้านและร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวสูง โดยสามารถนำสินค้าที่อยู่ในกระแสมาวางขายบนแผงได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เม็ดเงินจากเทรนด์นี้วิ่งตรงสู่พ่อค้าแม่ค้ารายเล็กเป็นกลุ่มแรกสุด
อันดับ 2 ตลาดค้าส่งและย่านการค้าเก่า (28.3%) : ย่านการค้าดั้งเดิมอย่างสำเพ็ง สะพานเหล็ก และเยาวราช กลับมาคึกคักและกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญอีกครั้ง โดยกระแสการรีวิว พาทัวร์ และการตามล่าไอเทมหายาก ได้กลายเป็นแรงดึงดูดให้ผู้บริโภคยอมเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศและเลือกซื้อในสถานที่จริง
อันดับ 3 ช่องทางออนไลน์ (27.3%) : แพลตฟอร์ม E-commerce การไลฟ์สดขายสินค้า รวมถึงบริการรับหิ้ว มีสัดส่วนความนิยมตามมาติด ๆ ซึ่งช่วยทลายข้อจำกัดด้านเวลาและการเดินทางของผู้บริโภค พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงการทำงานคู่ขนานระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์
อันดับ 4 ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า (11.8%) : แม้พื้นที่ในห้างใหญ่จะเป็นสมรภูมิหลักของกระแสของเล่นและของสะสมชนิดอื่นก่อนหน้านี้ แต่สำหรับสกุชชี่กลับอยู่ในอันดับรั้งท้าย เนื่องจากสกุชชี่มีราคาที่เข้าถึงง่าย และผูกโยงกับวัฒนธรรมการเดินตลาดมากกว่าการเป็นสินค้าในศูนย์การค้า
อินไซต์ ลาซาด้า ค้นหามากกว่า 30,000 ครั้งในช่วงเดือนที่ผ่านมา
ด้าน ลาซาด้า ยังพบว่า กระแส Self-Care มาแรงไม่หยุด และของเล่นคลายเครียดอย่าง “สกุชชี่” (Squishy) กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยมียอดค้นหามากกว่า 30,000 ครั้งในช่วงเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ Amazon คำว่า Squishy ถูกค้นหากว่า 800,000 ครั้งต่อสัปดาห์
ฝั่งธุรกิจโตได้ แต่เรื่องสิ่งแวดล้อม-ความปลอดภัยก็ต้องตระหนัก
เริ่มมีคำถามเกิดขึ้นว่า หากวันหนึ่ง สกุชชี่ หมดความนิยมลงแล้ว เจ้าก้อนพลาสติกจะกลายเป็นขยะจำนวนมหาศาลในที่สุด แล้วจะสามารถกำจัดขยะเหล่านี้ได้อย่างถูกต้องหรือไม่ เพราะถูกผลิตจาก
1.PU Foam หรือ โพลียูรีเทนโฟม (polyurethane foam) รีไซเคิลได้ยาก และในทางปฏิบัติแทบไม่มีระบบรองรับการรีไซเคิล
2. ซิลิโคนนิ่ม (Food-Grade Silicone) มักพบในสกุชชี่กลุ่มที่เป็นงานแฮนด์เมด (DIY) หรือสกุชชี่โมจิ
3. ยาง thermoplastic (TPR / TPE) มักใช้ในสกุชชี่ประเภทที่เป็นเจลใสๆ ยืดหยุ่นได้สูงมาก หรือสกุชชี่ประเภทที่ข้างในเป็นเนื้อเจล หรือเม็ดบีดส์ แล้วมีเปลือกหุ้ม เหมาะสำหรับของเล่นแนวคลายเครียด (Stress Balls) เพราะทุบได้แรงกว่าโฟม
ผู้บริโภคถามหารมาตรฐาน ความปลอดภัย สกุชชี่
อีกด้านของความนุ่มฟู: ผู้บริโภคตื่นตัว ถามหามาตรฐาน “ความปลอดภัย” สกุชชี่
อีกด้านของกระแสความนิยม คือเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่เริ่มให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัย” และมาตรฐานของสินค้ามากขึ้น จากการสำรวจประเด็นความกังวลบนโลกออนไลน์ พบว่า เสียงส่วนใหญ่มุ่งไปที่เรื่องที่ผลกระทบต่อสุขภาพและการกำกับดูแลคุณภาพสินค้า
อันดับ 1 มาตรการภาครัฐและการกวาดล้างสินค้าอันตราย (60.7%) : ประเด็นร้อนที่ผู้คนบนโลกออนไลน์เกาะติดสถานการณ์มากที่สุด คือเมื่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เดินหน้ากวาดล้างสินค้าคุณภาพต่ำ หลังพบสินค้าลอกเลียนแบบและไม่ได้มาตรฐาน มอก. ทะลักเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้บทสนทนายกระดับจากการตักเตือนกันเองในกลุ่มผู้บริโภค ไปสู่การติดตามการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด
อันดับ 2 อันตรายต่อสุขภาพและร่างกาย (37.0%) : ความกังวลของผู้บริโภคพุ่งเป้าไปที่ผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง ตั้งแต่กลิ่นฉุนที่ก่อให้เกิดอาการเวียนศีรษะ อาการแพ้หรือระคายเคืองผิวหนังจากการสัมผัส ไปจนถึงกรณีสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตราย ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เป็นการแชร์ประสบการณ์ตรง เพื่อเตือนภัยในกลุ่มผู้ปกครองที่มีลูกหลาน
อันดับ 3 ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (2.3%) : ประเด็นขยะพลาสติกหรือวัสดุสังเคราะห์ย่อยสลายยากแม้จะถูกพูดถึงในสัดส่วนไม่มาก สวนทางกับจำนวนสินค้าที่หมุนเวียนอยู่ในท้องตลาด ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่อาจกลายเป็นโจทย์ใหญ่ในอนาคต หากเทรนด์นี้ยังคงได้รับความนิยมต่อในระยะยาว
ความกังวลที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้เลิกซื้อ “สกุชชี่” เพราะความกังวล แต่กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นการ “ซื้ออย่างมีเงื่อนไข” โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตมากขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันให้ผู้ผลิตและผู้ค้าทั้งตลาดต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในระยะยาว
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แจ้งเตือนผู้ปกครอง
1. การสังเกตและเลือกซื้อ ควรมองหาเครื่องหมาย มอก. ควรเลือกซื้อสกุชชี่ที่มีฉลากภาษาไทย ระบุชื่อผู้นำเข้า/ผู้ผลิตชัดเจน และได้รับเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หลีกเลี่ยงของไม่มีคุณภาพ ราคาถูกเกินไป
2. สินค้าที่ไม่มีแหล่งที่มามักผลิตจากวัสดุเกรดต่ำ ทำให้มีสารเคมีตกค้าง เสี่ยงต่อการระคายเคืองและทำลายระบบทางเดินหายใจ ควรสังเกตกลิ่น
3. หากแกะซองแล้วมีกลิ่นเหม็นฉุนของสารเคมี หรือมีกลิ่นน้ำหอมรุนแรงเพื่อกลบกลิ่นเคมี ควรหลีกเลี่ยง
ส่วนทำเลียนแบบอาหารหรือขนม (เช่น โดนัท คัพเค้ก) อาจทำให้เด็กเล็กเผลอนำเข้าปาก ซึ่งโฟมอาจเข้าไปอุดตันหลอดลม เสี่ยงต่อการเสียชีวิต รวมทั้งการใช้งานและการดูแลรักษาระวังแหล่งสะสมเชื้อโรค
เนื่องจากสกุชชี่มีลักษณะเป็นรูพรุน จึงมักอมฝุ่น เชื้อโรค หรือแบคทีเรีย ควรหมั่นทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอหมั่นตรวจเช็กสภาพ ถ้าเริ่มเก่า เริ่มฉีกขาด ลุ่ย หรือขึ้นรา ควรทิ้งทันที อย่าเสียดายเพราะอาจเกิดการแพ้หรือติดเชื้อที่ผิวหนังได้หลีกเลี่ยงการให้เด็กเล็กเล่นลำพัง ควรมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิดขณะบุตรหลานเล่นของเล่นประเภทดังกล่าว
แล้วทิ้งแบบไหน? ถึงจะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมมากที่สุด
รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้มุมมองว่า "สกุชชี่ เป็นของเล่นแบบ fast toy" ที่มาไว ไปไว ตามกระแสแฟชั่นความนิยมของเด็กๆ จึงทำให้เกิดกระแสการซื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเลิกเล่นแล้ว ก็กลายเป็นขยะอย่างรวดเร็ว
และเนื่องจากเวลาเด็กๆ เอาสกุชชี่มาเล่น ก็จะใช้การบีบ การดึง หรือบิดเล่นอย่างรุนแรง ทำให้มันพังได้ง่าย อายุการใช้งานสั้นกว่าของเล่นทั่วไป เนื้อโฟมโพลียูรีเทน (PU) ก็จะฉีกขาด เนื้อสีลอก หรือสะสมคราบสกปรก จนดำคล้ำภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ พอไปล้างน้ำบ่อยๆ ไม่ได้ พอสกปรกหรือพัง ก็เลยมักจะถูกเอาไป "ทิ้ง" แล้วซื้อชิ้นใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดวงจรการสร้างขยะพลาสติก อย่างต่อเนื่อง ในปริมาณมาก
ทิ้งอย่างเดียว รีไซเคิลไม่ได้ รอร้อยปีย่อยสลาย
สกุชชี่ต้องขยะฝังกลบเท่านั้น เนื่องจากวัสดุพวก โพลียูรีเทนโฟม (PU) และยาง TPR ที่ใช้ทำสกุชชี่ ส่วนใหญ่เป็นพลาสติกประเภท Thermosetting หรือพลาสติกที่มีการขึ้นรูปถาวร ไม่สามารถนำมาหลอมละลาย เพื่อรีไซเคิลใหม่ได้ (ไม่เหมือนพวกขวดน้ำพลาสติก ขวด PET) แต่วิธีเอาไปฝังกลบ ก็เจอปัญหาของการที่เป็นวัสดุที่ย่อยสลายยากมากตามมาอีก
ต้องใช้เวลาเดินทางหลายร้อยปี กว่าจะย่อยสลาย แถมแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ กลายเป็นการสร้างไมโครพลาสติก (Microplastics) ตามมา ปนเปื้อนลงสู่สิ่งแวดล้อม และกระจายเข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร สัตว์ตัวเล็ก ๆ อาจกินเข้าไป และท้ายที่สุดก็ย้อนกลับมาสู่มนุษย์
ถ้าไปเผา สารโพลียูรีเทนนั้น ก็จะปล่อยก๊าซพิษที่เป็นอันตรายร้ายแรง เช่น ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ (Hydrogen Cyanide) และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ออกมาได้
เราควรจะทำอย่างไรกันดี ?
รศ. ดร. เจษฎา มองว่า ควรซื้อและเล่นอย่างเหมาะสม เช่น สอนให้เด็ก ๆ เล่นอย่างทะนุถนอม ไม่ดึงจนฉีกขาด และเก็บในที่แห้ง เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุด ควรเลือกซื้อสกุชชี่แบรนด์ที่มีคุณภาพ เนื้อทนทาน แทนการซื้อของเลียนแบบราคาถูก ที่อาจจะพังง่ายในไม่กี่วัน หรือถ้าเบื่อแล้ว ไม่ฮิตแล้ว แต่สภาพยังดีอยู่ ก็ทำการ reuse นำไปบริจาค ส่งต่อให้เด็กคนอื่น ๆ ก็จะช่วยกันลดขยะพลาสติกจากสกุชชี่
ในวันที่โลกต้องการความยั่งยืน ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล (ESG) การเติบโตของธุรกิจที่ต้องยึดหลักการเหล่านี้ด้วย “สกุชชี่” คือตัวแปรสำคัญที่สะท้อนให้เห็นทุกด้าน เมื่อธุรกิจของเล่นก็ต้องรับกระแสความนิยม หรือกระแสความนิยมที่เกิดขึ้น แต่ก็ต้องควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ขณะที่ผู้บริโภคก็ต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะตามมาด้วย
และกระแส “สกุชชี่ 2026” จึงกลายเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างแรงกระเพื่อมสู่สังคมไทยในหลายมิติ ทั้งด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจ การสะท้อนสภาวะจิตใจของคนยุคนี้ และการยกระดับความตื่นตัวของผู้บริโภคไทยด้านมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้า
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/trick-trend/279331
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา