10 ก.ค. เวลา 08:28 • ธุรกิจ
กรุงเทพมหานคร

Thaimart: บ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย เมื่อ "ทางเลือกที่เป็นธรรม" กลับมาอยู่ในมือคนไทย

ในวันที่ 7 เดือน 7 ที่ผ่านมา วงการอีคอมเมิร์ซไทยได้ต้อนรับผู้เล่นหน้าใหม่ที่มาพร้อมสโลแกนอันหนักแน่นว่า "บ้านหลังแรกของผู้ประกอบการไทย" นั่นคือการเปิดตัวแอปพลิเคชัน Thaimart (ไทยมาต) แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสสัญชาติไทยที่ประกาศตัวเองอย่างชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการเป็นเพียง "อีกหนึ่งตัวเลือก" ในตลาด แต่ต้องการเป็น "ทางเลือกที่เป็นธรรม" ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยที่เคยเผชิญความเจ็บปวดจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติมานาน
.
จุดเริ่มต้นจากแนวคิด "แรงแค้นต่อระบบที่เอาแต่ใจ"
หัวใจสำคัญที่สุดของ Thaimart ไม่ใช่เพียงการเป็นตลาดออนไลน์อีกแห่งหนึ่ง แต่คือความพยายามสร้าง "โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล" ของคนไทยเอง เพื่อลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติที่ครองตลาดอยู่ในปัจจุบัน ผู้บริหารเปรียบเทียบสถานการณ์นี้ไว้อย่างคมคายว่าเป็นการ "ไม่ยืมจมูกคนอื่นหายใจ" สะท้อนแนวคิดเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว ที่ประเทศไทยควรมีระบบนิเวศดิจิทัลของตัวเองที่ไม่ต้องพึ่งพิงผู้เล่นรายใหญ่จากต่างประเทศเพียงฝ่ายเดียว
แนวคิดนี้ถูกขยายความผ่านคำว่า "การกู้เอกราชทางเศรษฐกิจ" ซึ่งฟังดูยิ่งใหญ่ แต่ในทางปฏิบัติหมายถึงการสร้างพื้นที่ที่ผู้ประกอบการไทยรายย่อย เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน สามารถเข้ามาสร้างแบรนด์ สร้างรายได้ และทำให้เงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ชุมชนได้อย่างแท้จริง แทนที่จะไหลออกไปเป็นค่าธรรมเนียมให้กับแพลตฟอร์มต่างชาติ
.
7 คำมั่นสัญญา ที่ CEO ประกาศต่อหน้าเรา
สิ่งที่ทำให้การเปิดตัวครั้งนี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง คือการที่คุณน็อต พันธวัฒน์ นาควิสุทธิ์ ซีอีโอของ Thaimart ลุกขึ้นมาประกาศ คำมั่นสัญญา 7 ข้อ ต่อหน้าผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งเป็นการวางเดิมพันความน่าเชื่อถือของแบรนด์ไว้อย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่คำโฆษณาลอยๆ
ข้อแรก คือการยืนยันว่าจะไม่เติบโตด้วยการเอาเปรียบผู้ค้า ไม่เก็บค่าธรรมเนียมที่เกินความจำเป็น เพราะเชื่อว่าความสำเร็จของแพลตฟอร์มต้องเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จของร้านค้า ไม่ใช่การรีดค่าเช่าจากผู้ประกอบการที่กำลังดิ้นรน “ถ้าผู้ค้ารวยเราก็รวยแค่นั้นเลยครับ”คุณ น๊อตกล่าว
ข้อสอง ว่าด้วยกติกาที่ชัดเจน โปร่งใส และอธิบายได้ พนักงานของ Thaimart ต้องสามารถตอบคำถามผู้ค้าด้วยเหตุผลและความเป็นมนุษย์ ไม่ใช้คำตอบสำเร็จรูปแบบแชทบอทที่กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ประกอบการจำนวนมากเคยพบเจอจากแพลตฟอร์มอื่น
ข้อสาม คือการยืนข้างความถูกต้องและเป็นธรรม โดยเฉพาะในกรณีข้อพิพาทอย่างการคืนสินค้า ที่ Thaimart ยืนยันว่าจะตัดสินด้วยเหตุผล ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงเพราะเป็นลูกค้าหรือเป็นผู้ค้า
ข้อสี่ เน้นย้ำว่าผู้ค้าและลูกค้าต้อง "คุยกับแพลตฟอร์มได้จริง" หมายถึงการมีช่องทางบริการลูกค้าที่เข้าถึงง่ายและสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง ไม่ใช่แค่ระบบตอบรับอัตโนมัติที่วนซ้ำไปมา
 
ข้อห้า คือการจัดการปัญหาสินค้าปลอมอย่างจริงจัง ภายใต้แนวคิด "ของแท้ต้องไทยมาต" เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทั้งกับเจ้าของแบรนด์ที่กังวลเรื่องการถูกลอกเลียนแบบ และผู้บริโภคที่ต้องการความมั่นใจในสินค้าที่ซื้อ ปัญหาจากหลายแพตฟอร์ม ที่เจ้าของแบรน์ตัวจริง ถูกลอกเลียนแบบ และโดนกดราคา
ข้อหก เป็นเรื่องของการช่วยผู้ค้าสร้างแบรนด์ ไม่ใช่แค่เร่งยอดขายในระยะสั้น ผ่านการจัดตั้ง Thaimart Academy ที่จะสอนเรื่อง Marketing และ Branding อย่างเป็นมืออาชีพ เพื่อให้ผู้
ประกอบการมีความรู้ติดตัวไปใช้ได้ในระยะยาว ไม่ใช่พึ่งพาแค่โปรโมชันของแพลตฟอร์ม
ข้อเจ็ด ซึ่งอาจเป็นคำมั่นที่ท้าทายที่สุด คือการรับฟัง แก้ไข และรับผิดชอบ โดยยอมรับว่าความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้ แต่ Thaimart มีเจ้าของที่ชัดเจนและพร้อมรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การผลักภาระให้ระบบหรือนโยบายที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งคุณน๊อต เอาชื่อเสียงตัวเองเป็นประกัน ด้วยคำของคนจริง
.
สิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้สำหรับผู้ประกอบการ
นอกเหนือจากคำมั่นสัญญาเชิงหลักการแล้ว Thaimart ยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมสำหรับผู้ค้า โดยจุดขายที่โดดเด่นที่สุดคือการยกเว้นค่าธรรมเนียม GP (Gross Profit) 0% ในปีแรก ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนในช่วงเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ เป็นการเปิดโอกาสให้ร้านค้าใหม่สามารถตั้งตัวได้โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่มักเป็นภาระหนักในช่วงแรก
อีกจุดที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเรื่อง การถือครองข้อมูล (Data Ownership) ซึ่ง Thaimart เปิดให้ร้านค้าสามารถเข้าถึงและเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าของตัวเองได้ เพื่อนำไปใช้ทำ CRM หรือการตลาดซ้ำ (Remarketing) อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแตกต่างจากแพลตฟอร์มใหญ่หลายแห่งที่มักปิดกั้นข้อมูลลูกค้าไม่ให้ร้านค้าเข้าถึงได้โดยตรง
จุดนี้ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ผู้ประกอบการจำนวนมากเคยร้องเรียนมาตลอด เพราะการไม่มีข้อมูลลูกค้าของตัวเองหมายถึงการที่ร้านค้าต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มตลอดไป ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าได้ด้วยตัวเอง ระบบนี้จะทำให้แบรน์ที่ตั้งใจจะบริการลูกค้าจริง ได้เข้าถึงกับลูกค้าได้มากขึ้นแม้จะไม่ได้มีหน้าร้าน
ในด้านระบบหลังบ้าน Thaimart ได้เชื่อมต่อกับ BigSeller เพื่อรองรับร้านค้าที่ขายอยู่หลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน ให้สามารถย้ายข้อมูลและจัดการสต็อกสินค้าได้ง่ายขึ้น โดยคาดว่าระบบนี้จะพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบภายในสิ้นเดือนกันยายน 2569 ซึ่งจะช่วยลดภาระงานด้านการจัดการหลังบ้านที่มักเป็นปัญหาสำหรับผู้ค้าที่ขายของในหลายช่องทาง
ระบบนิเวศที่ครบวงจร ตั้งแต่โลจิสติกส์ถึงภาครัฐ
ด้านการขนส่ง Thaimart ไม่ได้ผูกขาดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง แต่เปิดให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเลือกพันธมิตรด้านโลจิสติกส์ได้เองตามความสะดวก โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการขนส่งหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ไปรษณีย์ไทย, Flash Express และ Kerry แนวทางนี้เปิดโอกาสให้เกิดการแข่งขันด้านบริการและราคาระหว่างผู้ให้บริการขนส่ง ซึ่งท้ายที่สุดแล้วผู้ที่ได้ประโยชน์คือทั้งผู้ซื้อและผู้ขายที่มีทางเลือกมากขึ้น
ในมิติของการสนับสนุนเชิงนโยบาย Thaimart ได้รับความร่วมมือจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เข้ามาช่วยยกระดับศักยภาพของแพลตฟอร์ม และดูแลเรื่องความเป็นธรรมทางการค้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการเปิดตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความเคลื่อนไหวของภาคเอกชนเท่านั้น แต่ยังมีแรงหนุนจากภาครัฐที่มองเห็นความสำคัญของการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลของคนไทยเอง
.
กลยุทธ์ "เพื่อนรวย เราสำเร็จ"
หัวใจของกลยุทธ์การเติบโตของ Thaimart ถูกสรุปไว้ในวลีสั้นๆ ที่จำง่ายแต่ความหมายลึกซึ้งอย่าง "เพื่อนรวย เราสำเร็จ" ซึ่งสะท้อนแนวคิดที่ว่าความสำเร็จของแพลตฟอร์มไม่ได้วัดจากกำไรของบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการที่มาทำธุรกิจบนแพลตฟอร์ม หากผู้ค้าเติบโตและมีรายได้ดีขึ้น ก็จะส่งผลดีต่อทั้งแพลตฟอร์มและเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมไปพร้อมกัน
ในยุคที่เทคโนโลยีสามารถถูกลอกเลียนแบบหรือไล่ตามทันกันได้อย่างรวดเร็ว Thaimart เลือกที่จะสร้างความแตกต่างด้วยสิ่งที่ลอกเลียนแบบได้ยากกว่า นั่นคือ "การรักษาคำพูด" และ "ความจริงใจ" ในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นที่จะเป็น "ปลาใหญ่ที่รวดเร็ว" คือมีความพร้อมด้านทรัพยากรแบบผู้เล่นรายใหญ่ แต่ยังคงความคล่องตัวในการตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างทันท่วงที
.
.
บทสรุป: ทางเลือกที่เป็นธรรม ในวันที่ผู้ประกอบการไทยต้องการมันที่สุด
การเปิดตัว Thaimart ในวันที่ 7 เดือน 7 จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซที่แข่งขันกันดุเดือดอยู่แล้ว แต่เป็นความพยายามตอบโจทย์ปัญหาที่สะสมมานานของผู้ประกอบการไทย ทั้งเรื่องค่าธรรมเนียมที่สูงเกินไป การไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าของตัวเอง และความรู้สึกว่าไม่มีใครฟังเสียงของพวกเขาอย่างแท้จริง
ด้วยจุดขายหลักอย่างการยกเว้น GP ในปีแรก การให้ร้านค้าเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า การสนับสนุนด้านความรู้ผ่าน Thaimart Academy และคำมั่นสัญญา 7 ข้อที่วางตัวเองไว้ในฐานะพันธมิตรที่ยืนเคียงข้างผู้ค้า ไม่ใช่ผู้รีดค่าเช่า Thaimart จึงพยายามวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นมากกว่ามาร์เก็ตเพลส แต่เป็น "บ้านหลังแรก" ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและเป็นธรรม
แน่นอนว่าคำมั่นสัญญาเหล่านี้ยังต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านการดำเนินงานจริงในระยะยาว แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนตั้งแต่วันแรก คือการตั้งมาตรฐานที่ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ตรวจสอบและเรียกร้องได้ในอนาคต หาก Thaimart สามารถรักษาคำพูดที่ให้ไว้ได้จริง นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอีคอมเมิร์ซไทย ที่ทำให้คำว่า "แพลตฟอร์มของคนไทย เพื่อคนไทย"
ไม่ใช่แค่สโลแกนทางการตลาด แต่เป็นความจริงที่จับต้องได้ เราจะมั่นใจได้เลยครับจากผลงานของคุณน๊อต ที่พูดจริงทำจริง แบบคนจริง เราเชื่อว่าแพลตฟอร์มนี้ อาจจะไม่ใช่แพลตฟอร์มที่ใหญ่ไปทั่วโลก แต่จะเป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยสามารถเข้าถึงแบรน์ของคนไทยของจริงได้
.
.
นำเสนอโดย ToundsandK
เขียนและเรียบเรียงโดย Mujammem
#Thaimart
โฆษณา