7 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

Avon Products มหากาพย์การปั่นหุ้นข้ามประเทศ ด้วยการยื่นข้อมูลเท็จให้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ

ประเด็นที่น่าสนใจในวงการตลาดทุนไทยในช่วงนี้คือ ประเด็นการยื่นเอกสารรายงานการถือหุ้น TRUE คิดเป็นมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ของบุคคลลึกลับคนหนึ่ง
ผลปรากฏว่า เมื่อทาง TRUE ตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นของตัวเองดูแล้ว ก็พบว่านี่เป็นการยื่นข้อมูลเท็จ บุคคลลึกลับรายนี้ไม่ได้ถือหุ้น TRUE อย่างที่ได้รายงานไว้
3
การสืบสวนจาก ก.ล.ต. จึงดำเนินการอย่างเข้มข้น จนพบว่า บุคคลลึกลับรายนี้ ได้รายงานการถือหุ้นเท็จแบบนี้มาแล้วหลายครั้งในหลายบริษัท
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่มีใครทราบมูลเหตุที่แท้จริงของการรายงานข้อมูลเท็จนี้ ว่าทำไปเพื่ออะไร
แต่รู้ไหมว่า เรื่องราวทำนองนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ และมีช่องโหว่ของระบบที่คล้ายคลึงกับกรณีที่เกิดขึ้นในไทย
ที่น่าสนใจก็คือ การยื่นข้อมูลเท็จกับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ในครั้งนั้น ไม่ใช่แค่การสร้างความปั่นป่วน แต่เป็นกลยุทธ์การปั่นหุ้นข้ามประเทศ ของนักลงทุนคนหนึ่ง
แล้วถ้าอยากรู้ว่า เหตุการณ์ที่สหรัฐฯ เป็นอย่างไร ? แล้วทาง ก.ล.ต. สหรัฐฯ มีวิธีการป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้ซ้ำ
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
กรณีการยื่นข้อมูลเท็จกับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ที่เรากำลังจะพูดถึงกัน มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ชื่อว่า Avon Products
โดยบริษัทแห่งนี้ ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว และน้ำหอม ที่เน้นการตลาดแบบขายตรงสร้างเครือข่ายตัวแทนขาย แบบ MLM ไปทั่วโลก
ในช่วงราวปี 2015 บริษัทแห่งนี้มีผลประกอบการที่แย่ลงอย่างรุนแรง ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทนี้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ถือหุ้นรายย่อยของบริษัทต่างเจ็บตัวไปตาม ๆ กัน
ซึ่งหนึ่งในนักลงทุนที่ขาดทุนก็คือนาย Nedko Nedev นักลงทุนชาวบัลแกเรีย ที่ลงทุนผ่านนิติบุคคลชื่อ Strategic Capital
1
อย่างไรก็ตาม นาย Nedev ไม่ใช่นักลงทุนรายย่อยทั่วไป ที่จะยอมรับผลขาดทุนในครั้งนี้ เหมือนนักลงทุนคนอื่น ๆ
แต่เขากลับมีประวัติในการปั่นหุ้นที่ไม่ธรรมดา ที่พร้อมจะนำกลยุทธ์การปั่นหุ้นมาใช้กับหุ้น Avon Products
นั่นคือ การยื่นเอกสารปลอมว่าจะมีบริษัทชื่อ PTG Capital Partners สนใจจะยื่นข้อเสนอซื้อกิจการ Avon Products
ด้วยมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 267,000 ล้านบาท มากกว่ามูลค่าตามราคาตลาดในตอนนั้นถึง 3 เท่า
โดยบริษัท PTG Capital Partners ไม่ใช่แม้แต่บริษัทผีที่จดทะเบียนที่อยู่ไว้เป็นห้องแถวร้าง ๆ ด้วยซ้ำ
แต่เป็นเพียงบริษัททิพย์ที่นาย Nedev มโนชื่อขึ้นมาเองล้วน ๆ..
ซึ่งภายหลังมีการสืบพบว่า เขาใช้เทคนิคในการตั้งชื่อ ให้มีความคล้ายคลึงกับกองทุนชื่อดังอย่าง TPG Capital
เพราะมีการพิมพ์ชื่อสลับไปมาระหว่าง TPG และ PTG ในเอกสารที่ยื่นกับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ เพื่อสร้างความสับสน
นอกจากนี้นาย Nedev ยังปลอมแปลงตรารับรองเอกสารจากทนายความของรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อให้สามารถยื่นเอกสารเข้าระบบ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ได้สำเร็จ
เมื่อนาย Nedev ยื่นเอกสารในเว็บไซต์ทางการของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ อย่าง SEC EDGAR ได้สำเร็จ
ระบบ AI ของสถาบันการเงินรายใหญ่ ที่ใช้เทคนิคการสแกนหา Keywords อย่างเช่น “การเข้าซื้อกิจการ” และ “ราคาเป้าหมาย” ก็ตรวจพบข่าวนี้อย่างรวดเร็ว
โดยที่ AI เหล่านั้น ไม่รู้เลยว่า สิ่งที่ตัวเองสแกนเจอนั้น คือข่าวปลอม ที่ถูกสร้างเพื่อการปั่นราคาหุ้น
และความรวดเร็วของการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นจาก Algorithm ก็ทำให้ไม่มีมนุษย์คนไหนตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ทัน
ผลคือ ราคาหุ้น Avon Products ดีดตัวขึ้นทันทีราว 20% หลังจากที่เอกสารปลอมนี้ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการของสหรัฐฯ
และก็ทำให้นาย Nedev ได้โอกาสทำกำไรจากการขายหุ้นบางส่วน และยังมีกำไรที่ยังไม่ได้ขายออกมาจริง ๆ อีก จากหุ้นส่วนที่ยังเหลือ
แต่ไม่นานเรื่องนี้ก็ถูกจับได้ โดยนักข่าว และนักวิเคราะห์ ที่ทำงานใน Wall Street จน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริง
สุดท้ายแล้วนาย Nedev ก็ถูกจับได้ จากความพยายามของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ร่วมกับ FBI ในการสืบตามรอยเส้นทางการเงิน และจับกุมตัวกลับไปรับโทษที่สหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ
ผลของการสืบสวน พบว่า นาย Nedev ได้ใช้เทคนิคนี้มาแล้วก่อนหน้านี้ กับหุ้นของบริษัทที่ชื่อว่า Rocky Mountain Chocolate Factory, Inc. และ Tower Group International
และมีการประเมินว่าความเสียหายของการปั่นหุ้น Avon Products ในครั้งนี้ อยู่ที่ประมาณ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 13,000 ล้านบาท
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ในระบบการยื่นข้อมูลธุรกรรมสำคัญในตลาดหุ้นของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ที่อนุญาตให้ใครก็ได้มายื่นข้อมูล และเผยแพร่สู่สาธารณะอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้มีการตรวจสอบความถูกต้องให้แน่ชัด
ภายหลังทาง ก.ล.ต. สหรัฐฯ ก็ได้ถอดบทเรียนจากเรื่องนี้ และอัปเกรดการยื่นข้อมูลเป็นระบบที่เรียกว่า EDGAR Next
จากเดิมที่มีการอนุมัติรหัสผ่านในการยื่นข้อมูลธุรกรรมแบบ 1 รหัสผ่านต่อ 1 บริษัท กลายเป็นการอนุมัติรหัสผ่านกับตัวแทนของบริษัท และต้องลงทะเบียนผ่านอีเมลสำหรับธุรกิจเท่านั้น
นอกจากนี้ทาง ก.ล.ต. สหรัฐฯ ยังป้องกันการปลอมแปลงตราประทับรับรองเอกสารที่นาย Nedev เคยปลอมแปลง
ด้วยการยกเลิกการรับรองเอกสารด้วยตราประทับ แล้วใช้วิธีการรับรองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทน และมีระบบการยืนยันตัวตนของผู้รับรองอีกหลายชั้น
เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ทุกรายงานที่ยื่นผ่านระบบของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ จะมีความถูกต้องให้ได้มากที่สุด และทำให้การแจ้งข้อมูลเท็จทำได้ยาก จนแทบทำไม่ได้เลย..
#WealthPreservation
#กฎหมาย
#ปั่นหุ้น
โฆษณา