11 ก.ค. เวลา 01:39 • สุขภาพ
ประเทศไทย

บอกลาความทรมาน! เจาะลึกวิธีรับมือ "สะเก็ดเงิน" โรคผิวหนังร้ายที่ทำลายความมั่นใจ

ชีวิตของคนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินหลายคนต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากคนที่เคยมีความมั่นใจ กลายเป็นคนที่ต้องคอยใส่เสื้อผ้าปกปิดมิดชิดอยู่ตลอดเวลา เพราะอายสายตาคนรอบข้างที่มองมาด้วยความไม่เข้าใจ จนทำให้เสียบุคลิกภาพ เกิดความเครียด วิตกกังวลสะสม และในหลายคู่รัก โรคนี้ยังลุกลามไปทำลายชีวิตคู่เพราะความไม่เข้าใจกัน ผู้คนในสังคมบางส่วนก็แสดงท่าทางรังเกียจราวกับมันเป็นโรคติดต่อ
ทั้งที่ความจริงแล้ว ต้นเหตุของโรคสะเก็ดเงิน เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำลายตนเองแบบเรื้อรัง ซึ่งเป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไวเกินไป ส่งผลให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วขึ้นกว่าปกติถึงสิบเท่า แทนที่เซลล์ผิวหนังจะหลุดลอกตามธรรมชาติ มันกลับสะสมหนาตัวขึ้นบนพื้นผิวหนัง จนกลายเป็นผื่นหนา เป็นสะเก็ด และเกิดอาการอักเสบในที่สุด
ความทรมานไม่ได้หมดแค่นั้น เพราะสัญญาณและอาการที่พบได้บ่อยมักสร้างความรำคาญใจให้ตลอด 24 ชั่วโมง ผื่นผิวหนังจะมีลักษณะเป็นปื้น ซึ่งรูปแบบจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ตั้งแต่จุดสะเก็ดเล็กๆ คล้ายรังแค ไปจนถึงผื่นขนาดใหญ่ที่ลุกลามทั่วร่างกาย
ผื่นเหล่านี้จะมีสีแตกต่างกันไปตามสีผิว โดยมักจะมีเฉดสีม่วงพร้อมสะเก็ดสีเทาในผู้ที่มีผิวสีน้ำตาลหรือผิวสีดำ และมีสีชมพูหรือสีแดงพร้อมสะเก็ดสีเงินในผู้ที่มีผิวขาว นอกจากนี้ยังพบจุดสะเก็ดขนาดเล็กในเด็ก ผิวแห้งแตกจนมีเลือดออกตามไรแผล มีอาการคันยิบๆ ที่ยิ่งเกายิ่งแย่ ยิ่งเกายิ่งลุกลาม รวมถึงความรู้สึกปวดแสบหรือเจ็บปวดบริเวณผิวหนังที่อักเสบ
หลายคนพยายามหาทางออกด้วยการรักษาแบบผิดๆ หรือพึ่งพาการฉายแสง ทายา หรือกินยาแผนปัจจุบันที่ไม่ได้ผลและมีผลข้างเคียงระยะยาว ทำให้อาการวนลูปกลับมาเป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้จักสิ่งกระตุ้นโรคสะเก็ดเงินเพื่อหลีกเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อ
เช่น อาการเจ็บคอจากเชื้อสเตรปโตค็อกคัส (Strep throat) หรือการติดเชื้อที่ผิวหนัง สภาพอากาศที่หนาวและแห้ง การบาดเจ็บที่ผิวหนังจากรอยบาด รอยถลอก แมลงกัดต่อย หรือถูกแดดเผาอย่างรุนแรง พฤติกรรมการสูบบุหรี่และควันบุหรี่มือสอง การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาลิเทียม (Lithium) ยาลดความดันโลหิต ยาต้านมาเลเรีย รวมถึงการหยุดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดรับประทานหรือฉีดอย่างรวดเร็วเกินไป
หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและคาดไม่ถึง เพราะคุณจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นในการเกิดโรคและภาวะอื่นๆ ตามมา ได้แก่ โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (Psoriatic arthritis) ที่ทำให้ปวด ข้อติดแข็ง และบวมบริเวณข้อต่อ การเปลี่ยนแปลงของสีผิวชั่วคราวเป็นรอยดำหรือรอยขาวหลังการอักเสบ โรคทางตา เช่น ตาแดง เปลือกตาอักเสบ และม่านตาอักเสบ
นอกจากนี้ยังมีโรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคความดันโลหิตสูง โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมไปถึงโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองอื่นๆ เช่น โรคแพ้กลูเตน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และโรคโครห์น (โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง)
หยุดทรมานกับวงจรเดิมๆ และการลองผิดลองถูกที่ทำร้ายร่างกายในระยะยาว หากคุณกำลังมองหาทางออกที่ยั่งยืนและตรงจุด แนะนำให้ทักแชทเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ดูแลเคสจริงมายาวนาน เพื่อวางแผนการดูแลตัวเองและกู้คืนผิวสุขภาพดีให้กลับมาอีกครั้ง
สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาสะเก็ดเงิน และต้องการแนวทางการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง ปลอดภัย มิดชิด และเป็นส่วนตัวสูงสุด การได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลเคสจริงมาอย่างยาวนาน จะช่วยให้คุณเห็นผลลัพธ์จริง ประหยัดเวลาและปลอดภัยมากกว่า คุณสามารถแอดไลน์เพื่อพูดคุย หรือขอดูรีวิวผลลัพธ์จากเคสจริงเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ฟรีก่อน โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ (เราเก็บข้อมูลของท่านเป็นความลับสูงสุด)
สิทธิพิเศษสำหรับผู้อ่าน! ปรึกษาฟรีและเป็นส่วนตัวปลอดภัย เพียงแคปหน้าจอบทความนี้แล้วส่งมาที่ Line: sv-skin เพื่อรับส่วนลดพิเศษเมื่อเข้าร่วมโปรแกรมดูแลและฟื้นฟูปัญหาสะเก็ดเงินอย่างถูกวิธีทันที
โฆษณา