11 ก.ค. เวลา 01:53 • สุขภาพ
ประเทศไทย

เช็กด่วน! สิ่งกระตุ้นรอบตัวที่ทำให้ "สะเก็ดเงิน" กำเริบหนาและคันไม่หยุด

ทำไมอยู่ๆ ผื่นผิวหนังที่ดูเหมือนจะยุบลงแล้ว กลับกำเริบขึ้นมาหนาตัวและคันมากกว่าเดิม? สำหรับผู้ป่วยโรคนี้ การเข้าใจสิ่งกระตุ้นโรคสะเก็ดเงิน เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมโรค เพราะกลไกภายในและภายนอกมีความเชื่อมโยงกันอย่างมาก
โดยต้นเหตุของโรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองแบบเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันที่ทำงานไวเกินไป ส่งผลให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วขึ้นกว่าปกติถึงสิบเท่า เซลล์เหล่านี้แทนที่จะหลุดลอกออกไปตามธรรมชาติ กลับสะสมหนาตัวขึ้นบนพื้นผิวหนัง จนกลายเป็นผื่นหนา เป็นสะเก็ด และมีอาการอักเสบปะทุขึ้นมาทันทีเมื่อเจอสิ่งเร้า
สิ่งกระตุ้นหลักๆ ที่เราต้องระวังมีตั้งแต่ การติดเชื้อ เช่น อาการเจ็บคอจากเชื้อสเตรปโตค็อกคัส (Strep throat) สภาพอากาศโดยเฉพาะอากาศหนาวและแห้ง การบาดเจ็บที่ผิวหนัง เช่น รอยบาดหรือรอยถลอก แมลงกัดต่อย หรือการถูกแดดเผาอย่างรุนแรง
พฤติกรรมการสูบบุหรี่ รวมถึงการได้รับควันบุหรี่มือสอง การดื่มแอลกอฮอล์ การใช้ยาบางชนิด รวมถึงยาลิเทียม (Lithium) ยาลดความดันโลหิต และยาต้านมาเลเรีย หรือแม้กระทั่งการหยุดยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดรับประทานหรือชนิดฉีดอย่างรวดเร็วเกินไป สิ่งเหล่านี้จะเข้าไปกระตุ้นให้สัญญาณและอาการที่พบได้บ่อยแสดงออกมาทันที
อาการเหล่านั้นประกอบด้วย ผื่นที่มีลักษณะเป็นปื้น ซึ่งรูปแบบจะแตกต่างกันไปอย่างมากในแต่ละบุคคล ตั้งแต่จุดสะเก็ดเล็กๆ คล้ายรังแค ไปจนถึงผื่นขนาดใหญ่ที่ลุกลามทั่วร่างกาย
ผื่นจะมีสีแตกต่างกันไปตามสีผิว โดยมักจะมีเฉดสีม่วงพร้อมสะเก็ดสีเทาในผู้ที่มีผิวสีน้ำตาลหรือผิวสีดำ และมีสีชมพูหรือสีแดงพร้อมสะเก็ดสีเงินในผู้ที่มีผิวขาว จุดสะเก็ดขนาดเล็กมักพบในเด็ก ผิวแห้งแตกจนมีเลือดออก มีอาการน่ารำคาญต่างๆ เช่น คันยิ่งเกายิ่งแย่ ปวดแสบปวดร้อน จนทำเอาอายต้องใส่เสื้อผ้าปกปิด เกิดความเครียด วิตกกังวล ทรมาน ทำลายชีวิตคู่ เสียบุคคลิกภาพ และทำให้รู้สึกว่าผู้คนรังเกียจ
เมื่ออาการกำเริบ หลายคนเลือกที่จะทนทุกข์และทรมานจากการรักษาแบบผิดๆ ด้วยการฉายแสง ทายา หรือกินยาแผนปัจจุบันที่ไม่ได้ผลและมีผลข้างเคียงระยะยาว ซึ่งกลายเป็นการเพิ่มสารเคมีตกค้างและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ
เช่น โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (Psoriatic arthritis) ที่ทำให้ปวดข้อและข้อติดแข็ง รอยดำหรือรอยขาวหลังการอักเสบ โรคทางตาอย่างตาแดง เปลือกตาอักเสบ และม่านตาอักเสบ ไปจนถึงโรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคความดันโลหิตสูง โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด และโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองอื่นๆ เช่น โรคแพ้กลูเตน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และโรคโครห์น
การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทันเวลาหากระบบภายในยังไม่ได้รับการฟื้นฟู แนะนำให้ทักแชทเข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ดูแลเคสจริงมายาวนาน เพื่อวางแผนปรับสมดุลร่างกายอย่างถูกจุดตั้งแต่วันนี้
สำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาสะเก็ดเงิน และต้องการแนวทางการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง ปลอดภัย มิดชิด และเป็นส่วนตัวสูงสุด การได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลเคสจริงมาอย่างยาวนาน จะช่วยให้คุณเห็นผลลัพธ์จริง ประหยัดเวลาและปลอดภัยมากกว่า คุณสามารถแอดไลน์เพื่อพูดคุย หรือขอดูรีวิวผลลัพธ์จากเคสจริงเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ฟรีก่อน โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ (เราเก็บข้อมูลของท่านเป็นความลับสูงสุด)
สิทธิพิเศษสำหรับผู้อ่าน! ปรึกษาฟรีและเป็นส่วนตัวปลอดภัย เพียงแคปหน้าจอบทความนี้แล้วส่งมาที่ Line: sv-skin เพื่อรับส่วนลดพิเศษเมื่อเข้าร่วมโปรแกรมดูแลและฟื้นฟูปัญหาสะเก็ดเงินอย่างถูกวิธีทันที
โฆษณา