Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
12 ก.ค. เวลา 11:14 • หนังสือ
บทที่ 219
กู้อี่ช่านทำท่าเงื้อแส้ม้าขึ้น พลางหัวเราะอย่างอหังการไร้ความเกรงใจ
แม้เขาจะไม่ได้พูดสักคำ แต่เพียงการกระทำก็แสดงเจตนาได้ชัดเจน
ถ้าไม่หลบ เขาจะฟาดจริง
หากม้าวิ่งเต็มฝีเท้า กงไห่จะยังตามทันหรือไม่ นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง!
หากเป็นคนอื่น ข่มขู่เช่นนี้คงไม่มีใครเชื่อ
แต่เพราะเป็นกู้อี่ช่าน...
สิบส่วน อย่างน้อยเก้าส่วน เขาทำจริงแน่
สีหน้าของกงไห่ดำคล้ำราวเหล็ก เขาหอบหายใจหนัก พลางเอ่ยว่า
“ถอย”
เหล่าทหารองครักษ์หลวงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแยกทางออก
“ท่านแม่ทัพกงรู้จักประเมินสถานการณ์จริงๆ”
“ฮึบ!”
กู้อี่ช่านสะบัดแส้ม้าขึ้น
กงไห่ตกใจจนหน้าถอดสี
“เจ้าอย่า...”
แต่กู้อี่ช่านเพียงสะบัดแส้เปล่ากลางอากาศ ก่อนหัวเราะลั่น
เขาลากกงไห่เดินอวดไปทั่วเมืองอย่างไม่แยแสสายตาผู้คน ก่อนจะพาตัวอีกฝ่ายตรงเข้าสู่เบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้อย่างเปิดเผย
เมื่อเผชิญกับสายตาตกตะลึงของฮ่องเต้ กู้อี่ช่านกลับชิงร้องทุกข์ก่อน
“ฝ่าบาท แม่ทัพกงถ่วงเวลาการจ่ายเสบียงให้กองทัพของกระหม่อมครั้งแล้วครั้งเล่า กระหม่อมก็จำต้องอดทนกล้ำกลืนไว้แล้ว แต่คราวก่อนถึงกับส่งข้าวสารขึ้นรามาให้ ข้าวทั้งกองขึ้นรา ทหารกองพันเชียนจีอาเจียนท้องเสียกันถ้วนหน้า เกือบมีคนตาย”
“ฝ่าบาททรงงานหนัก กระหม่อมเดิมไม่คิดรบกวนพระองค์ แต่แม่ทัพกงกลับได้คืบจะเอาศอก ถึงกับข่มขู่กระหม่อม บอกว่าจะไม่ยอมจ่ายเสบียงให้ กระหม่อมจนปัญญา จึงได้แต่เข้ามาขอให้ฝ่าบาททรงตัดสินความ”
กงไห่หอบหายใจ ตัวมอมแมมยุ่งเหยิงราวเพิ่งคลานขึ้นมาจากหลุมดิน
ตลอดทางที่ผ่านมา เขาถูกผู้คนหัวเราะเยาะราวกับเป็นตัวตลกในละครลิง
ความแค้นในใจยิ่งรุนแรงกว่าความอับอายที่ปรากฏบนร่างเสียอีก
เขาปล่อยให้ขันทีเข้ามาแก้เชือกที่มัดข้อมือ ดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร กัดฟันแน่นแล้วกล่าวว่า
“ฝ่าบาท หม่อมฉันละอายใจจนไม่อาจสู้หน้าใครได้”
เขาไม่แม้แต่จะแก้ต่าง
กลับยิ่งทำให้ฮ่องเต้กริ้วยิ่งกว่าเดิม
การดำรงอยู่ของกองพันเชียนจีเป็นเสี้ยนหนามในใจฮ่องเต้มาตลอด
โดยเฉพาะครั้งก่อน กู้จื้อจั๋วยังกล้าใช้กองพันเชียนจีข่มขู่พระองค์กลางท้องพระโรง
พระองค์ไม่มีวันเข้าใจว่าเหตุใดฮ่องเต้องค์ก่อนจึงยอมให้จวนเจิ้นกั๋วกงมีกองกำลังประจำอยู่ในเขตเมืองหลวง
กองพันเชียนจี...
ต้องถูกกำจัด
นี่คือพระประสงค์ของพระองค์
กงไห่เพียงทำตามรับสั่งเท่านั้น
กู้อี่ช่านเหมือนกำลังฟ้องกงไห่อยู่ก็จริง
แต่แท้จริงแล้ว...
กำลังตบหน้าฮ่องเต้อย่างเปิดเผย!
“กู้อี่ช่าน!”
ฮ่องเต้ตบโต๊ะดังปัง พลางตวาดด้วยความเดือดดาล
“เราสั่งให้เจ้ากักบริเวณ เจ้าถือคำสั่งของเราเป็นลมผ่านหูใช่หรือไม่!”
“ครั้งก่อนเป็นท่านอ๋องจิ้น คราวนี้เป็นแม่ทัพกง ขุนนางทั่วราชสำนัก อยากตีก็ตี อยากฆ่าก็ฆ่า!”
“เจ้ายังเห็นเราอยู่ในสายตาหรือไม่!”
“หรือเจ้าคิดจะชิงบัลลังก์ นั่งแทนเราบนท้องพระโรงแห่งนี้!”
ฮ่องเต้เดือดดาลจนแทบลุกเป็นไฟ
ภายในห้องทรงพระอักษร ผู้คนต่างคุกเข่าพรืดลงกับพื้น
พระองค์อดกลั้นอยู่หลายครั้ง ก่อนชี้หน้ากู้อี่ช่านแล้วด่าว่า
“ออกไปยืนข้างนอกเดี๋ยวนี้!”
“เราจะให้เจ้าเห็นกับตา ว่าจะมีฎีกาถอดถอนเจ้ามากมายเพียงใด!”
“ครั้งนี้เราจะดูว่า ยังจะมีใครปกป้องเจ้าได้อีก!”
กู้อี่ช่านเชิดคอ ไม่ยอมตอบรับ
ฮ่องเต้คว้าฎีกาฉบับหนึ่งปาใส่เขา พลางตะคอกอย่างเหลืออด
“ออกไป! หรือเจ้าคิดจะขัดราชโองการ!”
กู้อี่ช่านตอบรับอย่างแข็งกระด้าง ก่อนหมุนตัวเดินออกไป
เขาเลือกยืนใต้ร่มไม้แห่งหนึ่งที่มีเงาบังแดด
ผ่านไปเต็มหนึ่งชั่วยาม
กงไห่เดินออกมาจากด้านใน
ทั้งสองสบตากัน
สายตาปะทะกันกลางอากาศ เต็มไปด้วยความเป็นศัตรู
“มองอะไร!”
กู้อี่ช่านกำหมัดโชว์ใส่อีกฝ่าย
“พรุ่งนี้ก็วันที่ห้าแล้ว หากเจ้ากล้าหักเสบียงของซื่อจื่อผู้นี้ ข้าจะอัดเจ้าให้กลายเป็นเสบียงเสียเอง!”
กงไห่หัวเราะเสียงเย็น
เขาก้าวเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวทอดเงายาวบนพื้น
เมื่อมายืนตรงหน้าอีกฝ่าย เขากดเสียงต่ำ สีหน้าเหี้ยมเกรียม
“ซื่อจื่อกู้ เสบียงวันที่ห้า...”
“ข้าไม่ให้”
“และต่อไปก็จะไม่ให้อีก”
“อ้อ จริงสิ...”
เขาปรบมือเบาๆ ก่อนหัวเราะเยาะ
“ถ้าบังเอิญมีข้าวขึ้นราสักหน่อย บางทีซื่อจื่อกู้อาจจะยังพอได้ข้าวกินบ้าง”
“ที่นี่คือเมืองหลวง ไม่ใช่ชายแดนเหนือ”
“ระหว่างเจ้ากับข้า...”
“มาดูกันว่า ใครจะกุมอำนาจเหนือกว่า”
กู้อี่ช่านยกมุมปาก ยิ้มอย่างโอหังถึงขีดสุด
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น...”
“ท่านแม่ทัพกง เราค่อยดูกัน”
กงไห่สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง ก่อนจากไปโดยไม่หันกลับ
ภายในห้องทรงพระอักษร หลี่เต๋อซุ่นเดินออกมา กล่าวกับกู้อี่ช่านว่า
“ฝ่าบาทรับสั่งว่า ซื่อจื่อกลับจวนได้”
“ให้ท่านกักตัวสำนึกผิดอยู่ในจวน หากไม่มีพระราชโองการ ห้ามออกจากจวนเด็ดขาด”
กงไห่ปัดฝุ่นบนแขนเสื้อ ก่อนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
เมื่อพ้นสายตาของกู้อี่ช่าน สีหน้าของเขาก็หม่นดำลงทันที
เขาบอกตัวเองว่าอย่าเพิ่งร้อนใจ
การมีเรื่องกับกู้อี่ช่านและยั่วให้อีกฝ่ายโกรธ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแผนเดิมอยู่แล้ว
แต่เมื่อนึกถึงความอัปยศที่กู้อี่ช่านทำให้ตนต้องได้รับ
ความแค้นก็ยังพลุ่งพล่านไม่หยุด
“แม่ทัพกง”
ใกล้ถึงประตูวัง เขาก็พบกับเซี่ยจิ่ง
เซี่ยจิ่งรีบตามมาอย่างร้อนรน
“ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
เมื่อเห็นสภาพอีกฝ่ายที่มอมแมมหัวฟู ประโยคนี้แม้แต่ตัวเซี่ยจิ่งเองก็ยังรู้สึกว่าพูดออกมาได้ยาก
เขาชะเง้อมองเข้าไปด้านใน ไม่เห็นกู้อี่ช่าน
เฮ้อ...
โดนลงโทษจริงๆ ด้วย
เขาก็บอกแล้วว่าช่วงนี้เสด็จพ่ออารมณ์ไม่ดี
พี่น้องตระกูลกู้นี่เหมือนกันจริงๆ ไม่รู้จักแยกแยะความหวังดีของผู้อื่นเลย
กงไห่ไม่ตอบอะไร
เขาจ้องเซี่ยจิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามขึ้น
“องค์ชาย เชิญเสด็จออกนอกเมืองกับข้าสักครั้ง”
“จะไปที่ไหน?”
“ค่ายทหารห้ากอง”
แน่นอนว่าเซี่ยจิ่งอยากไป!
แต่เขาต้องเข้าไปกราบทูลฮ่องเต้ก่อน
กงไห่จึงกล่าวว่า
“ฝ่าบาททรงอนุญาตแล้ว”
ดวงตาของเซี่ยจิ่งเป็นประกายขึ้นทันที
หรือว่า...
เสด็จพ่อกำลังจะเริ่มให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการทหารแล้ว?
กงไห่มองดวงตาที่ "ใสซื่อ" ของเซี่ยจิ่ง แล้วนึกถึงคำกำชับของฮ่องเต้
สภาพจิตใจของฮ่องเต้ย่ำแย่ลงทุกวัน วันนี้พระองค์ถึงกับยกมือกดขมับกว่าสิบครั้ง บัดนี้ราชสำนักยังมิได้แต่งตั้งรัชทายาท เขาจึงจำเป็นต้องวางแผนไว้แต่เนิ่น ๆ
"เชิญ"
เซี่ยจิ่งนำรถม้ามาด้วย จอดอยู่หน้าประตูวังพอดี
กงไห่เปิดม่านรถม้า เห็นภายในว่างเปล่า จึงเอ่ยถามขึ้นว่า
"เซ่อเซ่อเล่า?"
เซี่ยจิ่งไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องพานักแสดงมาด้วย จึงชะงักไปครู่หนึ่ง
"ยังอยู่ที่หอเทียนซี" ...คงไม่หายไปไหนกระมัง?
กงไห่ไม่ได้ถามต่อ ก้าวขึ้นรถม้าแล้วสั่งให้ออกจากเมืองตรงไปยังค่ายทหารห้ากองทัพทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่เซี่ยจิ่งมาเยือนค่ายทหาร จึงอดมองสำรวจไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจไม่ได้
ทันทีที่ลงจากรถม้า รองแม่ทัพก็รีบเข้ามาต้อนรับ
กงไห่ถามอย่างร้อนใจ
"เป็นอย่างไรบ้าง?"
รองแม่ทัพคำนับก่อนรายงานว่า
"เมื่อครู่นี้เพิ่งได้รับสารจากนกพิราบสื่อข่าว กู้อี่ช่านตัดสินใจแล้วว่าจะให้หลีชิงนำกำลังห้าร้อยนายซุ่มอยู่ในหุบเขาทางใต้ของเขาซีซาน เพื่อปล้นขบวนลำเลียงเสบียง"
ปล้นขบวนเสบียง?
เซี่ยจิ่งตะลึงงัน
หมายความว่า...กู้อี่ช่านจะซุ่มโจมตีขบวนลำเลียงเสบียงอย่างนั้นหรือ?!
กงไห่เหลือบมองเซี่ยจิ่งแวบหนึ่ง
ฮ่องเต้สั่งให้เขาพาเซี่ยจิ่งติดตามมาด้วยเพื่อเปิดหูเปิดตา คำสั่งนี้แทบจะเป็นการบอกตรง ๆ แล้วว่า ผู้ที่ฮ่องเต้ทรงหมายตาให้เป็นรัชทายาทก็คือเซี่ยจิ่ง
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นอกจากจะพามาเปิดโลกแล้ว กงไห่ยังตั้งใจจะมอบผลงานความชอบให้เขาสักชิ้นด้วย
"องค์ชาย"
กงไห่กล่าวอย่างไม่รีบร้อน
"เมื่อครู่พระองค์ก็ทรงได้ยินแล้ว กู้อี่ช่านจะลงมือปล้นเสบียงหนึ่งหมื่นสือที่จะส่งมายังค่ายห้ากองทัพในยามรุ่งสาง เพื่อปกป้องเสบียงชุดนี้ กระหม่อมจะส่งกำลังทหารไปรับ...หรือจะเรียกว่าซุ่มโจมตีก็ได้ หากองค์ชายสนพระทัย จะเสด็จไปทอดพระเนตรด้วยกันก็เชิญ"
"ซุ่มโจมตี?"
เซี่ยจิ่งทวนคำโดยไม่รู้ตัว
หัวใจของเขาเต้นระรัว
เช่นนั้น...กงไห่รู้แผนของกู้อี่ช่านมาตั้งนานแล้ว
ตั๊กแตนจับจักจั่น แต่นกขมิ้นรออยู่เบื้องหลัง
การปล้นเสบียง เพียงแค่ตั้งข้อหาว่าเป็นกบฏคิดร้ายต่อแผ่นดิน ก็จัดการได้แล้ว
กงไห่ต้องการล้างแค้นเรื่องวันนี้หรือ?
ไม่...ไม่ใช่
แผนนี้ไม่มีทางเพิ่งคิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ แน่
แท้จริงแล้ว กงไห่จงใจยั่วโมโหพี่น้องกู้จือจั๋วมาตลอด
เขาไม่ได้กลัวว่าพวกนั้นจะมา...
แต่กลัวว่าพวกนั้นจะไม่มาเสียมากกว่า!
เมื่อหวนคิดถึงเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่ เซี่ยจิ่งก็รู้สึกหนาวสะท้าน
มิน่าเล่า...
กู้อี่ช่านถึงได้ใจร้อนเกินไป
"องค์ชาย?"
"ตกลง"
เซี่ยจิ่งสูดลมหายใจลึก พยายามสงบอารมณ์ก่อนพยักหน้า
"ข้าจะไป"
"เชิญองค์ชายเสด็จไปตรวจพลกับกระหม่อม"
กงไห่พาเขาเดินเข้าไปในค่ายทหาร พลางถามรองแม่ทัพต่อว่า
"หลีชิงยังพูดอะไรอีก?"
รองแม่ทัพตอบ
"หลีชิงบอกว่า ต้องระวังคุณหนูกู้ให้มาก"
"คุณหนูกู้เพียงมาค่ายทหารครั้งเดียว ก็ได้รับการยอมรับจากทหารทั้งกองพันเชียนจีแล้ว อิทธิพลของนางมิได้ด้อยไปกว่าท่านซื่อจื่อเลย"
กงไห่แค่นเสียงอย่างไม่ใส่ใจ
"สตรีคนหนึ่ง อาศัยเพียงรูปโฉมก็ทำให้พวกทหารที่อดอยากมานานหลงใหลได้"
ต่อให้สตรีจะเก่งกาจเพียงใด...
ก็สมควรอยู่แต่ในเรือนหลังเท่านั้น
เซี่ยจิ่งอ้าปากจะพูด แต่ก็กลืนคำพูดกลับลงไป เสียงนกร้องเป็นระยะ ๆ ข้างหูยิ่งทำให้จิตใจของเขาสับสน
"แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉินสุดวิสัย ก่อนลงมือจะไม่มีการติดต่อใด ๆ อีก..."
"ท่านวางใจเถิด หลีชิงอยู่ในกองพันเชียนจีมาหลายปี ไม่เคยทำพลาดเลยสักครั้ง"
เซี่ยจิ่งเงยหน้ามองท้องฟ้า
ไม่ว่าจะเป็นค่ายห้ากองทัพหรือกองพันเชียนจี ต่างก็ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ป่ามีฝูงนกมากมาย ดังนั้นแม้จะใช้นกพิราบส่งสาร หากระวังสักหน่อยก็ย่อมไม่สะดุดตา
กล่าวได้ว่า...
แผนการครั้งนี้สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
กงไห่ต้องการมอบผลงานทางทหารให้เขา เขาควรจะดีใจและตื่นเต้น
แต่ในใจกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
จริงอยู่...
ในป่ามีนกบินมากมาย
นกพิราบตัวหนึ่งซ่อนอยู่ท่ามกลางฝูงนก ย่อมไม่สะดุดตา
แต่หากท้องฟ้าสีครามไร้แม้แต่นกสักตัว...
นกพิราบสีเทาที่บินอยู่เหนือค่ายทหาร ก็จะเด่นสะดุดตาทันที
ฟิ้ว!
ลูกธนูพุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างดุดัน
ปีกของนกพิราบถูกยิงทะลุ มันกระพือปีกอย่างอ่อนแรงก่อนร่วงลงสู่พื้น
ฉีฝูเก็บคันธนู เดินเข้าไปอุ้มนกพิราบ แล้วดึงกระดาษแพรบางดุจปีกจักจั่นออกมาจากกระบอกส่งสาร
ทันทีที่เห็นกระดาษแผ่นนั้น หัวใจของเขาก็เหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ
นิ้วที่เต็มไปด้วยด้านจับกระบอกส่งสารแน่นจนแทบแตก
ครู่หนึ่งต่อมา เขาจึงอุ้มนกพิราบพร้อมกระบอกส่งสารเดินเข้าไปในกระโจมบัญชาการ
"คุณหนูกู้"
ผู้ที่นั่งอยู่บนที่นั่งประธานมิใช่ใครอื่น
แต่คือ กู้จือจั๋ว
นางใช้มือเท้าคาง พลางเหลือบมองหลีชิงที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง
"ไม่มีตระกูลหนุนหลัง ไม่มีภูมิหลังใด ๆ สอบได้ตำแหน่งบู๊แล้วก็เข้ากองพันเชียนจี อยู่มาจนถึงตอนนี้ก็แปดปีแล้วกระมัง"
"หมากตัวนี้ของกงไห่..."
"วางไว้ลึกจริง ๆ"
ทหารสองนายกดไหล่ของหลีชิง บังคับให้เขาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า
ขณะฉีฝูเดินเข้าไป เขาอดมองหลีชิงไม่ได้
ความโกรธและความผิดหวังคละเคล้าอยู่ในใจ
เขาเป็นสหายร่วมรบกับหลีชิงมาหลายปี
ต่อให้สงสัยใคร...
เขาก็ไม่เคยสงสัยเลยว่า หลีชิงจะเป็นสายลับที่กงไห่ฝังไว้ในกองพันเชียนจีมาตลอด.
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a52e939451a5ec563985621
🥀➡️ บทถัดไป
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a52e98f0932e1189786c93f
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดไลก์ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย