12 ก.ค. เวลา 13:47 • ไลฟ์สไตล์

Wake up call เมื่อฉันรู้ตัวว่า กำลังจะไม่มีที่เรียน

ผ่านมาได้พักใหญ่ ฉันเริ่มปรับตัวกับชีวิตในอเมริกาได้มากขึ้น
จากคนที่ร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียว และอยากกลับบ้านในวันแรก
ฉันเริ่มสนุกกับการใช้ชีวิตมากขึ้น
มันไม่ได้แย่ อย่างที่เคยคิดในช่วงแรกๆ
ฉันเริ่มรู้จักผู้คน เริ่มออกไปเที่ยว
ใครแนะนำร้านไหนหรือกิจกรรมอะไร ถ้ามีโอกาส ฉันไปหมด
โดยลืมไปว่า รร ภาษาที่ลงไว้ 3 เดือนจะหมดคอร์สลงแล้ว!!!
แค่ ฉันยังสอบ Tofel ไม่ผ่าน
ยังสมัครเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้
ยังไม่ได้หาข้อมูลว่าคณะที่ตัวเองอยากเรียนมี requirement อะไรบ้าง
นั่นหมายความว่า
ฉันกำลังจะไม่มีที่เรียน
แล้วหลังจากนี้ ฉันจะเอายังไงต่อดี
ที่บ้านฉันเริ่มกดดัน และตัดสินใจต่อคอร์สภาษาเพิ่มให้อีก 1 คอร์ส พร้อมบอกว่า ถ้าไม่อยากอยู่อเมริกาต่อจริงๆ ก็ให้กลับเมืองไทย
คืนนั้น ฉันนอนคิดวนไปมาอยู่หลายรอบ
การกลับเมืองไทยตอนนี้ ยังเป็นสิ่งที่ฉันต้องการจริงๆหรือไม่
ถ้าไม่สู้ก็กลับ ทุกอย่างจบ
แต่เมื่อมองไปรอบตัว เพื่อนคนไทยที่มาด้วยกันต่างก็ยังสู้ต่อ
ฉันจึงคิดกับตัวเองว่า
“มาขนาดนี้แล้ว ขอลองสู้อีกหน่อย จะเป็นไรไป”
ฉันจึงสมัครสอบ Tofel ครั้งแรก และ
ต้องการสอบผ่านให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้ให้ทันการเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยเทอมแรก คือ Fall 1997
แน่นอนว่า การสอบไม่ได้ง่าย ฉันรู้ว่าต้องอ่านหนังสือ
แต่สิ่งที่ฉันไม่รู้ คือต้องเดินทางไปสนามสอบที่เมืองอื่นด้วย โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม จะเป็นสถานทีๆใกล้ๆที่สุด
 
ในยุคที่ยังไม่มีแอปเรียกรถ ไม่มี google maps นั้น
คนที่มีรถ คือบุคคลที่สำคัญที่สุดในวันสอบ
ในการสอบแต่ละครั้ง เราต้องอาศัยคนที่มีรถเพื่อเดินทางไปเข้าห้องสอบให้ทัน 8 โมงเช้า
ตอนนั้น นร โรงเรียนภาษา น้อยคนที่จะมีรถ
ฉันจำได้ว่า ต้องรีบ“จองที่นั่ง” บนรถเพื่อนตลอดทุกการสอบ
การนั่งรถในอเมริกา ไม่สามารถ “อัด”จำนวนคนที่เบาะหลังแบบบ้ารเราได้ เพราะกฎหมายที่เข้มงวด
รถ 1 คัน รับเพื่อนเพิ่มได้อีกเพียง 4 คน
การสอบที่ไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือ แต่ยังตัองมีการวางแผนชีวิต อีกหลายขั้นตอน กว่าจะทำให้เรา ไปอยู่“ในห้องสอบ” ได้
แต่ฉันก็ผ่านมันมาได้
แม้ในวันสอบที่หิมะตก หมอกลง หรือถนนลื่น
ฉันยังมีเพื่อนที่ยอมให้ฉัน อาศัยรถไปสนามสอบได้ในทุกครั้ง
และในที่สุด…หลังจากสอบอยู่ 3 ครัั้ง ฉันก็ทำสำเร็จ
อีกไม่นาน…
ฉันกำลังจะก้าวเข้าไปในมหาวิทยาลัยอเมริกาเป็นวันแรก
โดยไม่รู้เลยว่า สิ่งที่รออยู่ข้างหน้า จะเปลี่ยนชีวิตฉันไปอย่างไรได้อึก… แต่อย่างน้อย ฉันก็มีเป้าหมายชีวิตให้เดินต่อแล้ว
โฆษณา