12 ก.ค. เวลา 13:54 • ไลฟ์สไตล์
มีคนเคยบอกว่า คนเรามีดวงตาไว้มองคนอื่น มันทำให้เรามองไม่เห็นตนเอง เราไม่สามารถกลับลูกตา เข้าไปมองในร่างกายตัวเองได้ การจะเข้าใจตนเองหรือมองเห็นตัวเอง จึงเป็นเรื่องยาก ถ้าก้มลงเรามองเห็นแขน มองเห็นขา แต่ไม่สามารถมองเห็นตัวเองทั้งตัวได้ เราจึงต้องใช้กระจกส่อง เพื่อมองตัวเอง
บางครั้งเราก็ต้องใช้คนอื่นเพื่อสะท้อนตัวตนเรากลับมา ฟังคนอื่นพูดถึงเรายังไง มองดูเพื่อนที่ตนเองคบเป็นคนยังไง มองดูสิ่งแวดล้อมรอบตัว ว่าเราอยู่ในสภาพแบบไหน กระจกที่ดี บางครั้งก็อยู่ที่แม่ตัวเอง ดูวัวให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ มันก็คล้ายแบบนั้น
จิตใจคนเรายากแท้หยั่งถึง แม้กระทั้งจิตตัวเอง บางครั้งยังไม่รู้เลยว่ามันคิดยังไง การถอดตัวตนออก เพื่อมองตัวเอง มันเหมือนการให้จิตใต้สำนึกคุยกับจิตสำนึก จิตสำนึกต้องคอยถามจิตใต้สำนึกคิดอะไรอยู่ ทำอะไรอยู่ คุยกันเอง ทะเลาะกันเองแล้วแต่จิตไหนจะชนะ
ยามจิตสำนึกอ่อนแอ บางครั้งเราก็ทำอะไรไม่รู้ตัว เพราะจิตใต้สำนึก บางครั้งก็ทำงานอัตโนมัติ บางครั้งมันระเบิดสิ่งที่เก็บกดข้างใน หรือตัวตนอีกคนอยู่ข้างในออกมา จนบางครั้งก็จะโดนว่า ทำอะไรไม่รู้จักคิด เพราะจิตสำนึกมันคิดไม่ทันไง สติไม่มา สัญชาตญาณก็ทำหน้าที่แทนแบบไม่ตั้งใจ
การจะเข้าใจตนเอง จึงไม่ใช่แค่เข้าใจนิสัย รสนิยม ความชอบ ความเกลียด ความสามารถ ความเก่ง แต่ต้องเข้าใจตนเองว่าจิตสำนึกเราอยู่ไหน และจิตใต้สำนึกของเรามันทำงานยังไง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่เราจะมองเห็นเงาด้านมืดตนเองที่ถูกกดเก็บซ่อนเอาไว้ หรือตัวตนเราอีกด้านหนึ่งที่ไม่เคยเผยตัวออกมา แม้แต่ตัวเองบางครั้งก็ยังไม่รู้เลย ว่าลึกๆตัวเราเป็นใคร
มันจึงเป็นเรื่องยากในการค้นหาตัวเอง เข้าใจตัวเอง มันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ คุณอาจจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อทำความรู้จักตัวเองก็ได้
โฆษณา