ปลายเดือนนี้…
จังหวัดอุบลราชธานี จะจัดงานแห่เทียนพรรษาประจำปี หากท่านมีโอกาสไปชมความงดงามของ ต้นเทียนพรรษา ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
หลายคนอาจคิดว่า…
นั่นคือเทศกาลประจำปีที่จัดขึ้นเป็นเรื่องปกติ
แต่ความจริงแล้ว…
เบื้องหลังต้นเทียนอันยิ่งใหญ่แต่ละต้น คือหยาดเหงื่อ แรงกาย แรงใจ และความศรัทธาของชาวบ้านในแต่ละคุ้มวัด ที่ร่วมกันสืบทอดศิลปะอันทรงคุณค่านี้จากรุ่นสู่รุ่น
ตลอดหลายเดือนก่อนถึงวันแห่เทียน
ช่างแกะสลัก ชาวบ้าน เยาวชน และผู้สูงอายุ ต่างร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานด้วยความภาคภูมิใจ
หลายคนไม่ได้รับค่าตอบแทน
แต่ทำด้วยหัวใจ…
เพราะเชื่อว่านี่คือเกียรติของชุมชน และเป็นมรดกของแผ่นดินไทย
ในอดีต การจัดทำต้นเทียนได้รับการสนับสนุนงบประมาณบางส่วนจากภาครัฐ แม้จะไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่ก็ช่วยแบ่งเบาภาระของชุมชนได้ไม่น้อย
ขณะที่ปัจจุบัน…
ต้นทุนของการทำต้นเทียน การแกะสลัก การจัดขบวนแห่ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นทุกปี
แต่การสนับสนุนกลับลดน้อยลง
หลายคุ้มวัดจึงจำเป็นต้องลดขนาดของต้นเทียน ลดจำนวนผู้ร่วมขบวน หรือปรับรูปแบบการจัดงานลง เพื่อให้ยังสามารถรักษาประเพณีนี้ไว้ได้
นี่ไม่ใช่เพราะความตั้งใจลดลง
แต่เป็นเพราะข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
จึงอดคิดไม่ได้ว่า…
หากวันหนึ่งไม่มีผู้สืบทอด ไม่มีงบประมาณเพียงพอ และไม่มีผู้คนที่เห็นคุณค่าของศิลปะแขนงนี้
ต้นเทียนอันยิ่งใหญ่ของอุบลราชธานี
อาจเหลือเพียงภาพถ่ายในหนังสือ
หรือเรื่องเล่าของคนรุ่นก่อน
และนั่นคงเป็นความสูญเสียของประเทศไทยทั้งประเทศ
เพราะต้นเทียนพรรษา ไม่ใช่เพียงงานแกะสลักจากขี้ผึ้ง
แต่คือประติมากรรมที่หล่อหลอมจากศรัทธา ความสามัคคี และภูมิปัญญาที่สั่งสมมายาวนานหลายชั่วอายุคน
ดังนั้น…
การเดินทางของท่าน จึงไม่ใช่เพียงการไปเที่ยวชมงานประเพณี
แต่เป็นโอกาสอันมีค่า ที่เราจะได้เห็นด้วยตาของตนเองว่า คนไทยสามารถสร้างงานศิลปะระดับโลกขึ้นจากพลังของชุมชนได้อย่างงดงามเพียงใด
และบางที…
สิ่งที่เราได้เห็นในปีนี้ อาจเป็นความอลังการในรูปแบบที่คนรุ่นหลังไม่มีโอกาสได้เห็นอีกแล้ว
เราจึงเป็นคนรุ่นที่โชคดี
โชคดี…ที่ยังมีโอกาสยืนอยู่หน้าต้นเทียนอันวิจิตร เห็นรอยแกะสลักทุกลวดลาย สัมผัสบรรยากาศของขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ และรับรู้ถึงหัวใจของผู้คนที่ร่วมกันรักษามรดกของชาติไว้ด้วยสองมือของพวกเขา
ขอให้เราเดินชมต้นเทียนในปีนี้…ไม่ใช่เพียงด้วยสายตา
แต่ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและความกตัญญูต่อผู้คนทุกคน ที่ทำให้ศิลปะอันยิ่งใหญ่นี้ยังคงมีลมหายใจอยู่จนถึงวันนี้