13 ก.ค. เวลา 12:04 • ไอที & แก็ดเจ็ต

Watch Fit 5 Pro แบตอึดขึ้น จอสวยขึ้น แถมจ่ายเงินได้แล้ว ลองมาแล้วต้องเล่าให้ฟัง

ใครที่เคยใช้ Huawei Watch Fit 4 Pro มาก่อนน่าจะจำได้ว่ารุ่นนั้นดังมากเพราะหน้าตาคล้าย Apple Watch Ultra แต่ราคาถูกกว่ามาก แถมแบตยังอึดกว่าเยอะ วันนี้อยากมาเล่าเรื่องรุ่นต่อยอดอย่าง Huawei Watch Fit 5 Pro ที่ยกระดับทั้งดีไซน์ จอภาพ และแบตเตอรี่ให้ดีขึ้นไปอีกขั้น พร้อมเพิ่มฟีเจอร์จ่ายเงินผ่าน NFC เป็นครั้งแรกด้วยครับ
รูปลักษณ์โดยรวมยังคล้ายรุ่นเดิมอยู่ แต่ดูหรูขึ้นด้วยขอบกระจกโค้ง 2.5D จากเดิมที่เป็นจอแบน ตัวเรือนมีขอบไทเทเนียมล้อมกระจกแซฟไฟร์กันรอยได้ดีเยี่ยม มีให้เลือก 3 สีคือ ส้ม ขาว และดำ แต่ละสีมาพร้อมสายที่แมตช์กันและวัสดุต่างกันเล็กน้อย เช่น สายผ้าระบายอากาศได้สำหรับรุ่นสีส้ม
และตัวเรือนผิวพิเศษทนรอยขีดข่วนสำหรับรุ่นสีขาว หน้าจอก็ใหญ่ขึ้นเป็น 1.92 นิ้ว จากเดิม 1.82 นิ้ว ความสว่างยังแรงระดับ 3,000 nits เท่าเดิม แต่เปลี่ยนมาใช้พาเนล LTPO ปรับอัตรารีเฟรชได้ตั้งแต่ 1-60Hz ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้นโดยไม่เสียความลื่นไหล มองเห็นชัดแม้กลางแดดจัด แถมใช้เป็นไฟฉายในที่มืดได้ด้วย
ด้านสุขภาพก็อัปเกรดเพียบ เซนเซอร์ TruSense วัดอัตราการเต้นของหัวใจและออกซิเจนในเลือดแม่นยำขึ้น เพิ่มการตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเข้ามาเสริมจากฟีเจอร์ ECG และการวัดความยืดหยุ่นของหลอดเลือดแดงที่มีอยู่แล้ว ส่วนการติดตามการนอนหลับก็ใช้อัลกอริทึมใหม่ที่แยกช่วงหลับตื้นและหลับลึกได้ละเอียดขึ้น พร้อมฟีเจอร์สรุปผลการงีบหลับ สำหรับสายออกกำลังกาย มีท่าออกกำลังกายแบบเคลื่อนไหวเต็มตัวใหม่ถึง 30 ท่าพร้อมตัวช่วยสอนแบบแอนิเมชัน
การวิ่งและปั่นจักรยานมีระบบตรวจจับการล้มเพิ่มเข้ามา ส่วนกอล์ฟได้อัปเกรดใหญ่ ทั้งแผนที่สนามกว่า 17,000 แห่งแบบเวกเตอร์ซูมได้ไม่แตก และระบบวิเคราะห์การสวิงอย่างละเอียด แถมยังรองรับ GPS แบบ dual-band ล็อกตำแหน่งไวและแม่นยำขึ้นในเมือง ซิงก์ข้อมูลกับ Strava และ Komoot ได้ด้วย
จุดที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือตอนนี้จ่ายเงินผ่านนาฬิกาได้แล้ว ผ่านระบบ NFC บนแอป Curve รองรับบัตร Mastercard ใช้งานได้ในยุโรปและสหราชอาณาจักร แค่ติดตั้งแอปทั้งบนมือถือและนาฬิกา ผูกบัตร แล้วตั้งรหัส PIN ก็พร้อมใช้งานทันที
แต่จุดที่ผมชอบที่สุดจริงๆ คือแบตเตอรี่ครับ ความจุเพิ่มขึ้นเป็น 471mAh มากกว่ารุ่นก่อนถึง 71mAh ชาร์จเต็มใช้เวลาแค่ 60-75 นาที และที่โดดเด่นสุดคือระยะเวลาการใช้งาน จากเดิมที่รุ่น Fit 4 Pro ใช้ได้ราว 5 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (รวมการแจ้งเตือนตลอดวัน ออกกำลังกาย 4-5 ครั้ง และติดตามการนอน) รุ่น Fit 5 Pro ยืดไปได้ถึง 8 วันด้วยรูปแบบการใช้งานเดียวกัน ซึ่งทาง Huawei เองก็ระบุว่าใช้งานทั่วไปได้ประมาณ 7 วัน
แต่ก็มีข้อควรรู้ก่อนซื้อครับ ราคายังไม่ถูก เริ่มต้นที่ประมาณ 300 ยูโรหรือราว 250 ปอนด์ สายนาฬิกาก็เป็นแบบเฉพาะของ Huawei ไม่ใช่มาตรฐานทั่วไป และแท่นชาร์จยังใช้หัวต่อ USB-A ซึ่งดูล้าสมัยไปแล้วในปี 2026
โดยรวมแล้ว Huawei Watch Fit 5 Pro คือการอัปเกรดที่คุ้มค่า โดยเฉพาะเรื่องแบตเตอรี่และดีไซน์ที่ดูพรีเมียมขึ้นชัดเจน หากใครใช้ Watch Fit 4 Pro อยู่แล้วและอยากได้แบตที่อึดขึ้นกับจอที่สวยขึ้น รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้ดีมากครับ
อ่านต้นฉบับเต็มๆ ได้ที่: https://rividee.com/techzaab/54/huawei-watch-fit-5-pro
โฆษณา