Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Is Life
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก
ซูเปอร์เอลนีโญ โดมิโนเม็ดแรกวิกฤตอาหารโลก อาจทำราคาอาหารทั่วโลก พุ่งต่อเนื่องถึงปี 2028
โลกอาจกำลังเผชิญแรงกระแทกครั้งใหม่จากสภาพอากาศ
เมื่อบรรดานักเศรษฐศาสตร์ออกมาเตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงผิดปกติ หรือ ซูเปอร์เอลนีโญ ที่อาจเกิดขึ้นในปี 2026 อาจสร้างผลกระทบต่อระบบอาหารทั่วโลก
และทำให้ราคาอาหารแพงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028
โดยปกติ ‘เอลนีโญ’ คือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรสูงขึ้นกว่าปกติ
ส่งผลให้รูปแบบฝนและอากาศทั่วโลกเปลี่ยนไป บางพื้นที่เจอภัยแล้ง ขณะที่บางพื้นที่เผชิญฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือพายุรุนแรงขึ้น
แต่ครั้งนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังจับตาว่าเอลนีโญอาจรุนแรงถึงระดับ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ซึ่งหมายถึงภาวะที่อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นมากกว่าปกติอย่างมาก
ประเมินว่ามีโอกาสที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบางบริเวณจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 2 องศาเซลเซียส
ผลกระทบสำคัญที่สุดอาจเกิดกับภาคเกษตร เพราะอาหารจำนวนมากของโลกขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่เหมาะสม
หากเกิดภัยแล้งยาวนานหรือฝนตกผิดฤดูกาล ผลผลิตของพืชหลัก เช่น ข้าว ข้าวสาลี น้ำมันปาล์ม น้ำตาล และกาแฟ อาจลดลง ส่งผลให้ราคาสินค้าเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้น
พืชหลายชนิดต้องการน้ำในช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง เช่น ช่วงออกดอกหรือติดเมล็ด หากขาดน้ำในช่วงนี้ ผลผลิตอาจลดลงอย่างมาก แม้ว่าจะมีฝนกลับมาในภายหลังก็ตาม
ตัวอย่างเช่น ข้าว ต้องการน้ำมากในช่วงแตกกอและสร้างเมล็ด ข้าวโพด เสี่ยงมากเมื่อขาดน้ำช่วงออกดอก กาแฟ ต้องการฝนและอุณหภูมิที่เหมาะสมในช่วงออกดอกและพัฒนาผล
งานวิจัยพบว่าเอลนีโญที่รุนแรงสัมพันธ์กับผลผลิตที่ลดลงของพืชสำคัญหลายชนิด เช่น ข้าวในอินโดนีเซีย ข้าวโพดในบางพื้นที่ของแอฟริกา และข้าวสาลีในออสเตรเลีย
นอกจากไม่มีฝนแล้ว อีกปัญหา คืออุณหภูมิที่สูงขึ้น
อากาศร้อนจัดทำให้ พืชคายน้ำมากขึ้น ดินสูญเสียความชื้นเร็ว ดอกและผลร่วง เมล็ดมีคุณภาพต่ำลง โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจอย่างกาแฟและโกโก้ ซึ่งไวต่ออุณหภูมิสูง
ในบราซิล ซึ่งเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ของโลก ภาคเกษตรกำลังจับตาผลกระทบจากความร้อนและฝนที่ไม่สม่ำเสมอ เพราะอาจกระทบช่วงออกดอกและการสุกของเมล็ดกาแฟ
หรืออีกกรณี มาจากฝนที่ผิดฤดูทำให้เกษตรกรวางแผนไม่ได้ เช่น หว่านเมล็ดแล้วฝนหายไป ต้นกล้าตาย หรือฝนตกหนักช่วงเก็บเกี่ยว ทำให้ผลผลิตเสียหาย และหากฤดูฝนสั้นลง พืชก็อาจโตไม่ทัน (กระทบประเทศที่เกษตรกรพึ่งพาน้ำฝนมากกว่าระบบชลประทาน)
นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินหลายแห่งประเมินว่า หากเอลนีโญครั้งนี้รุนแรงจริง ราคาอาหารและสินค้าเกษตรในตลาดโลกอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 10 - 50 เปอร์เซ็นต์ เช่น ข้าว น้ำมันปาล์ม น้ำตาล และกาแฟ
และหากเรื่องราวเกิดขึ้นดั่งคำทำนายทายทัก ผลกระทบจะกระทบเป็นลูกโซ่อย่างน่าใจหาย จากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง เพราะตลาดอาหารโลกเชื่อมโยงกัน
ตัวอย่างเช่น อินโดนีเซียผลิตปาล์มน้ำมันลดลง ถ้าผลผลิตไม่มาตามนัด ราคาน้ำมันพืชทั่วโลกขยับ บราซิลผลิตกาแฟลดลง ส่งผลต่อราคากาแฟโลกสูงขึ้น หรืออินเดียหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีปัญหาข้าว ตลาดข้าวโลกก็อาจตึงตัว
ข้อมูลจาก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ระบุว่าเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูงจากเอลนีโญ โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรที่พึ่งพาฝน
และถึงแม้สภาพอากาศจะกลับมาเป็นปกติแล้ว ราคาก็อาจยังไม่ลดลงทันที เนื่องจากห่วงโซ่อุปทาน การเพาะปลูก และปริมาณสำรองอาหารต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ผู้ผลิตอาจต้องใช้เวลาหลายฤดูกาลในการปรับตัว
เหตุที่นักเศรษฐศาสตร์มองว่าผลกระทบต่อราคาอาหารอาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2028 เพราะระบบการผลิตอาหารของโลกได้รับผลกระทบทั้งหมด
เมื่อเกิดภัยแล้งหรือฝนตกผิดฤดูกาลทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย พืชส่วนใหญ่ไม่สามารถปลูกทดแทนได้ทันที หลายชนิดมีรอบการผลิตตามฤดูกาล
บางชนิดอย่างกาแฟ ปาล์มน้ำมัน หรือโกโก้ ยังได้รับผลกระทบต่อเนื่องอีกหลายเดือนหลังจากสภาพอากาศกลับมาเป็นปกติ เพราะต้นพืชต้องใช้เวลาฟื้นตัวและสร้างผลผลิตใหม่
ขณะเดียวกัน ตลาดอาหารโลกก็ไม่ได้ฟื้นตัวทันทีเมื่อผลผลิตเริ่มกลับมา เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเติมสต็อก กระจายสินค้า และปรับสมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทาน
ประเทศผู้ส่งออกบางแห่งอาจเลือกจำกัดการส่งออกเพื่อรักษาปริมาณอาหารภายในประเทศ ยิ่งทำให้สินค้าในตลาดโลกตึงตัวและราคาปรับลดลงช้ากว่าที่ควรจะเป็น
ข้อมูลจากการศึกษาที่วิเคราะห์เหตุการณ์เอลนีโญในอดีตยังพบว่า ผลกระทบต่อราคาอาหารมักเกิดขึ้นล่าช้ากว่าตัวปรากฏการณ์
โดยเงินเฟ้อด้านอาหารมักพุ่งสูงสุดหลังเอลนีโญผ่านไปราว 12 - 18 เดือน และอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจต่อเนื่องอีกหลายปี
ในช่วงเวลาดังกล่าวประเทศรายได้ต่ำและประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหารเป็นหลัก มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบมากที่สุด
เพราะเมื่อราคาอาหารสูงขึ้น คนจำนวนมากอาจต้องใช้รายได้ส่วนใหญ่ไปกับค่าอาหาร ขณะที่รัฐบาลอาจต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อควบคุมราคาและช่วยเหลือประชาชน
ปัจจุบัน สถานการณ์โลกกำลังเผชิญเงื่อนไขที่ทำให้ราคาอาหารแพงเป็นทุนมาก่อน เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทบเส้นทางขนส่ง พลังงาน และปุ๋ย
ทำให้ระบบอาหารโลกมีความเปราะบาง หากเกิด ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ จะเกิดเป็น ‘แรงกระแทกสองชั้น’ คือทั้งจากสภาพอากาศและปัญหาทางเศรษฐกิจพร้อมกัน
พูดง่ายๆ คือ ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ฝนจะตกหรือไม่ตกในปีเดียว แต่อยู่ที่ว่าระบบอาหารของโลกกำลังถูกทดสอบจากแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน
ตั้งแต่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ไปจนถึงเศรษฐกิจและความขัดแย้งระหว่างประเทศ
และที่สำคัญ เอลนีโญในอดีตเกิดขึ้นในโลกที่อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า แต่ปัจจุบันโลกกำลังร้อนขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เหตุการณ์สุดขั้วเกิดบนพื้นฐานที่ร้อนกว่าเดิม
ดังนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ผลผลิตลดลงหนึ่งฤดูกาล แต่คือระบบอาหารโลกกำลังถูกกดดันจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้ง สภาพอากาศสุดขั้ว สงครามและความขัดแย้ง ราคาพลังงาน ต้นทุนปุ๋ย ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานโลก
และผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ อาจตามมาบนโต๊ะอาหารของผู้คนทั่วโลกไปอีกหลายปี
อ้างอิง
‘Super’ El Niño could cause global food price shock lasting into 2028, analysts say
https://www.theguardian.com/business/2026/jul/12/super-el-nino-severe-shock-global-food-prices-lasting-into-2028-economists-warn
Impacts of El Niño Southern Oscillation on the global yields of major crops
https://www.nature.com/articles/ncomms4712
Brazil coffee faces El Niño headwinds, but crops more resilient
https://www.reuters.com/business/environment/brazil-coffee-faces-el-nio-headwinds-crops-more-resilient-2026-07-13/
El Niño is coming. Here is where the risks to agriculture are highest
https://www.fao.org/newsroom/detail/el-nino-is-coming-here-is-where-the-risks-to-agriculture-are-highest/en
เรื่องเล่า
ข่าวรอบโลก
เศรษฐกิจ
บันทึก
2
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย