Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
16 ก.ค. เวลา 13:41 • หนังสือ
บทที่ 260
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงไปทั่ว
“ฟ้ายุติธรรม แผ่นดินสว่างไสว จะปล่อยให้เกิดเรื่องเสื่อมทราม ผิดศีลธรรมเช่นนี้ได้อย่างไร” เหล่าบัณฑิตต่างพากันส่ายหน้าด้วยความเดือดดาล
“ถ้าข้าต้องตรากตรำหาเลี้ยงครอบครัวจนแทบตาย แต่เมียกลับไปมีชู้ แล้วยังให้ข้าเลี้ยงลูกของชู้อีก ข้าจะฆ่าคู่ชู้คู่นั้นให้ตาย!” ชาวบ้านผู้ใช้แรงงานตะโกนอย่างโกรธแค้น
“เรื่องนี้จริงหรือ?”
“ท่านเจ้าสำนักสกุลจี้ถึงกับเปิดเผยความอัปยศของตระกูลตัวเอง จะเป็นเรื่องเท็จได้อย่างไร”
เสียงโห่ร้องใต้หอประตูอู่เหมินแทบจะทะลุฟ้า
ซ่งโส่วฝู่เอ่ยขึ้นก่อน
“ท่านเจ้าสำนักจี้ การกล่าวหาฮ่องเต้อย่างไร้หลักฐาน ดูหมิ่นเบื้องสูง และใส่ร้ายพระองค์ ล้วนเป็นโทษถึงตาย ท่านคิดดีแล้วหรือ?”
“คิดดีแล้ว”
หัวหน้าตระกูลจี้ตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ทุกคำที่ข้าพูดเป็นความจริง หากมีแม้แต่คำเดียวเป็นเท็จ ข้ายอมรับโทษถูกเฉือนเนื้อพันครั้ง”
ซ่งโส่วฝู่ประสานมือไปทางเซี่ยอิงเฉิน
“ท่านอ๋องเฉิน ทั้งสองคนยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อทัดทาน ข้าคิดว่าคำพูดของพวกเขาน่าจะเป็นความจริง”
ท่านอ๋องหลี่ไม่ยอมรับ
“ท่านซ่ง จะสรุปเช่นนั้นไม่ได้ เรื่องใหญ่เช่นนี้ จะเชื่อเพียงคำพูดฝ่ายเดียวได้อย่างไร”
เรื่องชู้สาว หากไม่ได้จับได้คาเตียง ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้
เซี่ยอิงเฉินมองหัวหน้าตระกูลจี้อย่างลึกซึ้ง
วิธีการครั้งนี้ช่างเหมือนฝีมือของเยาเยาเหลือเกิน นางชอบเดินหมากพิสดาร แต่ไม่เคยฝากความหวังไว้กับโชค หากลงมือแล้ว ย่อมมั่นใจเต็มร้อย
เขาถามว่า
“ท่านมีหลักฐานหรือ?”
“มี!”
เสียงคำตอบดังก้อง ใช้แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่
ผู้คนต่างสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึง
เวลานั้นเอง เซี่ยจิ่งที่เพิ่งมาถึงก็ได้ยินทุกอย่างจากด้านล่าง
หัวใจของเขาแทบกระเด็นออกจากอก
เดิมทีเขาอยู่ที่ตำหนักหงส์หลวน ตั้งใจจะขอคำปรึกษาจากฮองเฮาว่าจะเกลี้ยกล่อมเสด็จพ่อให้กลับวังอย่างไร แต่พอได้ข่าวว่าคนตระกูลจี้มาตีกลองร้องทุกข์ ก็รีบวิ่งมาในทันที
“หลีกไป!”
เซี่ยจิ่งไม่รอให้ทหารเปิดทาง เขาเบียดฝูงชนอย่างสุดแรง
เมื่อขึ้นบันไดหินได้ ในหูก็ได้ยินเสียงหัวหน้าตระกูลจี้ดังชัดขึ้น
“เวลานี้ฮ่องเต้อยู่ที่จวนนอกเมือง กับจี้รั่ว หากไปดูก็จะรู้เอง”
ปึก!
เซี่ยจิ่งเหยียบพลาด ลื่นตกจากบันได เข่ากระแทกขั้นหินอย่างแรง
ใบหน้าซีดเผือด
เพราะเสด็จพ่ออยู่กับจี้รั่วจริง ทั้งสองสนิทสนมหวานชื่น รอยยิ้มอ่อนโยนในสายตาของพระองค์ เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แต่ต่อหน้าฮองเฮาก็ไม่เคยมี
หัวหน้าตระกูลจี้กล่าวต่อ
“ขอเชิญท่านอ๋องเฉินและขุนนางทุกท่านไปตรวจสอบด้วยตาตนเอง”
ไปไม่ได้!
หากไปจริง ทุกอย่างต้องถูกเปิดโปงแน่นอน
เซี่ยจิ่งลากขาที่บาดเจ็บขึ้นมา ตะโกนด้วยความโกรธ
“เป็นเพียงสามัญชนต่ำต้อย ใช้คำพูดไม่กี่คำก็หลอกพวกท่านได้แล้วหรือ? น่าขันนัก! ควรลากเขาไปโบยร้อยไม้ สอบสวนให้รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ใครเป็นคนยุยง ใครคิดทำลายพระเกียรติของเสด็จพ่อ!”
หัวหน้าตระกูลจี้ไม่รู้จักเซี่ยจิ่ง แต่เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกฮ่องเต้าว่า “เสด็จพ่อ” ก็เดาฐานะได้ทันที
เขาคุกเข่าอยู่บนพื้น
ยามก้มหน้า แววตาสงบนิ่ง เยือกเย็น
แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น กลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
เขาค่อย ๆ วางร่างของจี้ซิ่นหย่วนลง แล้วใช้มือที่เปื้อนเลือดพยุงตัวลุกขึ้น
เลือดหยดจากปลายนิ้วทีละหยด ทิ้งรอยฝ่ามือสีแดงเป็นทางบนหอประตู
เมื่อยืนตัวตรง สีหน้าชราก็เผยความแน่วแน่
“สิ่งที่ข้าพูด...ทุกคำล้วนเป็นความจริง”
“ฮ่องเต้ลอบเป็นชู้กับภรรยาของขุนนาง นั่นคือความเสื่อมทราม”
“ละเลยราชกิจ ปล่อยให้ชาวชิงโจวเผชิญภัยพิบัติ นั่นคือความไร้คุณธรรมของผู้ปกครอง”
“ที่ข้าฟ้องฮ่องเต้ ก็เพื่อธำรงกฎหมายของต้าฉี่ และผดุงความยุติธรรมแห่งใต้หล้า ข้าไม่เคยคิดจะมีชีวิตรอด!”
กล่าวจบ เขาก็พุ่งศีรษะเข้าชนกลองร้องทุกข์
“หยุดเขาไว้!”
ซ่งโส่วฝู่ร้องลั่น
คนตระกูลจี้พวกนี้คิดจะตายกันง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ!
เจียงถงจื้อสะดุ้ง รีบสั่งคนที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว
ทหารองครักษ์สี่ห้าคนพุ่งเข้ามาพร้อมกัน กอดรัดเอวหัวหน้าตระกูลจี้ไว้แน่น
หากตายเพิ่มอีกคน เกรงว่าพวกเขาทั้งหมดคงต้องพลอยซวยไปด้วย
เซี่ยจิ่งยืนอึ้ง หูอื้อไปหมด คำที่ยังพูดไม่ทันจบติดอยู่ในลำคอ
เขาคิดว่าแค่ขู่ อีกฝ่ายก็คงหวาดกลัว
แต่ไม่คิดเลยว่า หัวหน้าตระกูลจี้จะมีความตั้งใจตายเด็ดเดี่ยวถึงเพียงนี้
เซี่ยอิงเฉินก้าวเข้ามา ประคองหัวหน้าตระกูลจี้ไว้ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“หลังจากไท่จู่ฮ่องเต้สถาปนาราชวงศ์ พระองค์ได้ตั้งกลองร้องทุกข์ และตรัสไว้ว่า ‘กลองร้องทุกข์ ใช้ตักเตือนฮ่องเต้เบื้องบน และร้องทุกข์แทนราษฎรเบื้องล่าง เมื่อกลองดังขึ้น ย่อมต้องไต่สวนและพิจารณา’”
เหล่าขุนนางต่างพยักหน้า
นี่เป็นพระราชดำรัสของไท่จู่ฮ่องเต้จริง
ซ่งโส่วฝู่เป็นคนแรกที่กล่าวสนับสนุน
“ท่านอ๋องตรัสถูกต้อง หากเขากล่าวว่าฮ่องเต้กำลังอยู่กับสตรีแซ่จี้ในเวลานี้ แสดงว่าเขาต้องรู้ที่ประทับของฮ่องเต้ พวกเราไปตรวจสอบด้วยตาตัวเอง ก็จะรู้ว่าจริงหรือเท็จ”
เซี่ยจิ่งตะโกนคัดค้านทันที
“ไม่ได้!”
แต่ไม่มีผู้ใดสนใจเขา
เซี่ยอิงเฉินหันไปถามหัวหน้าตระกูลจี้
“ท่านเจ้าสำนักจี้ ท่านรู้หรือว่าฮ่องเต้ประทับอยู่ที่ใดในเวลานี้?”
หัวหน้าตระกูลจี้ตอบด้วยเสียงแหบพร่า
“ข้ารู้”
“นำพวกเราไป”
เซี่ยอิงเฉินตัดสินใจทันทีด้วยประโยคสั้น ๆ
หัวหน้าตระกูลจี้ประสานมือคำนับ
“ขอรับ”
เมื่อเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจำเป็นต้องพาทุกคนไป สิ่งเดียวที่กังวลคือ หากฮ่องเต้ได้รับข่าวล่วงหน้าแล้วทิ้งจี้รั่วหนีไป กระดานหมากนี้ก็จะแพ้ทันที
คุณหนูกู้เป็นผู้วางกระดาน และนำเขามาเป็นหมากตัวหนึ่ง นั่นหมายความว่า ในฐานะผู้เดินหมาก นางไม่มีทางเดินหมากตาย
ตอนนี้หัวหน้าตระกูลจี้ทำได้เพียงเชื่อใจนาง
เซี่ยอิงเฉินเอ่ยเรียกชื่อคนติดต่อกันหลายคน
“น้องจิ่ง ท่านโส่วฝู่ ท่านอ๋องหลี่ ท่านกั๋วกงเว่ย...”
เขาเลือกคนจากทุกฝ่ายรวมเจ็ดแปดคน
“ไปกับข้า”
“เตรียมม้า”
ประชาชนที่อยู่ใต้หอประตูต่างชะเง้อมอง เมื่อเห็นพวกเขาลงมา ก็พร้อมใจกันเปิดทางให้โดยอัตโนมัติ
เว่ยกั๋วกงดึงแขนเสื้อของซ่งโส่วฝู่ เป็นสัญญาณให้เดินช้าลง แล้วกระซิบถาม
“จะไปจริงหรือ?”
ซ่งโส่วฝู่ย้อนถาม
“แล้วจะให้ทำอย่างไร?”
เขาชี้ไปยังร่างของจี้ซิ่นหย่วนบนหอประตู แล้วชี้ไปยังหัวหน้าตระกูลจี้
“คนหนึ่งตายแล้ว อีกคนพร้อมจะเอาหัวชนเสาตลอดเวลา”
“ตระกูลจี้เป็นผู้นำวงการบัณฑิตมาตั้งแต่ราชวงศ์ก่อน ฟังเสียงข้างล่างสิ พวกนักศึกษากำลังตะโกนอะไรกัน?”
“บัณฑิตและขุนนางน้ำดีเหล่านี้ ชอบใช้การชนเสาตายเพื่อรักษาเกียรติ หากสถานการณ์บานปลาย แล้วพวกเขาพากันชนเสา ชนกำแพงหน้าประตูอู่เหมิน เจ้าจะรับผิดชอบไหวหรือ?”
เว่ยกั๋วกงพูดไม่ออก
ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็อ้อมแอ้มว่า
“ท่านโส่วฝู่ ดูสีหน้าขององค์ชายสามสิ ข้ากลัวว่า...กลัวว่าฮ่องเต้จะอยู่กับสตรีแซ่จี้จริง ๆ”
“หากพวกเราตามไป แล้วฮ่องเต้ทรงอับอายจนพิโรธ พวกเราก็คงไม่ได้รับผลดีอะไร”
“องค์ชายสามเองก็จริง ๆ น่าจะรีบไปกราบทูลฮ่องเต้ก่อน จะมายืนเถียงกันว่าจะไปหรือไม่ไปมีประโยชน์อะไร เสียเวลาเปล่า ยังเด็กนัก ทำอะไรใจร้อน...ไม่น่าแปลกใจที่ท่านโส่วฝู่เลือกคุณชายเฉิน”
ซ่งโส่วฝู่หัวเราะเย็นชา ไม่ตอบคำลองเชิงนั้น แล้วเร่งฝีเท้าตามเซี่ยอิงเฉินไป
ทุกคนขึ้นม้าที่ประตูอู่เหมิน
เซี่ยอิงเฉินสั่งว่า
“ฉินเฉิน เจ้าไปเชิญท่านผู้บัญชาการเสิ่น ระหว่างที่พวกเราไม่อยู่ ให้เขารับผิดชอบกิจการทั้งหมดในเมืองหลวง”
กล่าวจบก็ควบม้าออกไป
เซี่ยจิ่งแอบส่งสายตาให้เสี่ยวอวิ๋นจื่อที่อยู่ด้านหลัง
ตอนนี้เขามีความหวังเพียงอย่างเดียว
ขอให้เสี่ยวอวิ๋นจื่อฉลาดพอ รีบไปถึงคฤหาสน์ก่อนทุกคน เพื่อให้ฮ่องเต้เตรียมตัว ไม่ว่าจะหลบซ่อนหรือรีบหนีไปก็ยังดี
ม้าของเขาวิ่งตามหลังเซี่ยอิงเฉินติด ๆ
ตอนอยู่บนหอประตู ทุกคนรายล้อมอยู่รอบเซี่ยอิงเฉิน
ทั้งที่ตนเองเป็นองค์ชายแท้ ๆ แต่เมื่อเขาพูดว่า “อย่าไป” กลับไม่มีใครสนใจ ราวกับความคิดเห็นของเขาไม่มีค่าเลย
ตอนเซี่ยอิงเฉินกลับเมืองหลวงใหม่ ๆ ยังดูป่วยใกล้ตาย
แต่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เขากลับยืนอยู่ในจุดที่ตนไม่มีวันเอื้อมถึง
เมื่อออกนอกประตูเมือง ม้าก็วิ่งเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
หัวหน้าตระกูลจี้นั่งม้าตัวเดียวกับเจียงถงจื้อ ทำหน้าที่นำทางอยู่ข้างหน้า
ยิ่งเดิน เซี่ยจิ่งก็ยิ่งใจเย็นไม่ลง
หัวหน้าตระกูลจี้ไม่ได้พาผิดทาง
เขาเตรียมตัวมาจริง ๆ
เขารู้จริงว่าฮ่องเต้อยู่ที่ไหน
หลังจากเซี่ยจิ่งรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างฮ่องเต้กับสตรีแซ่จี้ไม่ธรรมดา เขาก็สั่งให้ทหารปิดคฤหาสน์ทันที ห้ามผู้ใดออกไป แม้แต่เค่อเอ๋อร์ก็ยังไม่ได้ออกจากคฤหาสน์เลย
แล้วหัวหน้าตระกูลจี้รู้ได้อย่างไร?
ท่ามกลางความหวาดหวั่นของเซี่ยจิ่ง คฤหาสน์ก็ปรากฏตรงหน้า
คฤหาสน์เล็ก ๆ พิงภูเขา ทิวทัศน์งดงาม มีเสียงนกร้องไพเราะ
แต่หากให้เขาเลือกใหม่อีกครั้ง เขาจะไม่มีวันเชื่อคำของจี้หนานเค่อและพาฮ่องเต้มาที่นี่เด็ดขาด
หัวหน้าตระกูลจี้กล่าวอย่างอ่อนแรง เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง
“ที่นี่แหละ...ฮ่องเต้กับจี้รั่วอยู่ข้างใน”
เขาเชื่อคำของกู้จือจั๋ว
กระดานหมากเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว จะรอดหรือจบ ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาควบคุมได้อีก
เซี่ยอิงเฉินควบม้าเข้าไปในคฤหาสน์ก่อนเป็นคนแรก
อีกแล้ว!
เซี่ยจิ่งสบถในใจ รีบควบม้าตาม พลางตะโกน
“ท่านอ๋องเฉิน! ไม่ควรแจ้งเจ้าของสถานที่ก่อนหรือ? บุกเข้าไปเช่นนี้ไม่เหมาะ”
“ท่านอ๋องเฉิน!”
“เซี่ยอิงเฉิน! รอก่อน!”
“เซี่ย...”
เสียงของเซี่ยจิ่งหยุดกะทันหัน
สายบังเหียนหลุดจากมือ
ฮ่องเต้กับสตรีแซ่จี้ยืนเคียงกัน เดินออกมาจากเรือนหลักที่อยู่ไม่ไกล
จี้รั่วคล้องแขนฮ่องเต้อย่างสนิทแนบ ตัวแทบจะซบอยู่บนไหล่พระองค์
สายตาที่มองกันหวานซึ้งราวกับจะหยดเป็นน้ำ
ส่วนฮ่องเต้ก็ใบหน้าเปล่งปลั่ง มองนางด้วยแววตาเปี่ยมรัก
เสี่ยวอวิ๋นจื่อเดินตามหลังด้วยสีหน้าจะร้องไห้
ข้าง ๆ เขาคือหลี่เต๋อซุ่นที่ใบหน้าซีดราวคนตาย
หัวหน้าตระกูลจี้ไม่รู้จักฮ่องเต้
แต่เขาจำจี้รั่วได้
ดวงตาแทบลุกเป็นไฟด้วยความโกรธ อยากจะฉีกร่างนางเป็นชิ้น ๆ
“ฝ่า...ฝ่าบาท?”
ซ่งโส่วฝู่อุทานออกมาอย่างตกตะลึง
สีหน้าของคนอื่นต่างกันไป
ท่านอ๋องหลี่ถึงกับสำลักไออย่างรุนแรง
ครั้งหนึ่งสตรีแซ่จี้เคยเป็นภรรยาของ
เจิ้นกั๋วกง
ไม่ว่าจะเป็นงานขึ้นปีใหม่ งานเลี้ยงในวัง งานวันเกิด หรืองานแต่งของตระกูลต่าง ๆ ล้วนเคยพบหน้านางมาก่อน
ถึงตอนนี้ใบหน้าของนางจะเต็มไปด้วยผื่นแดง ทุกคนก็ยังจำได้
ภาพที่นางแนบชิดฮ่องเต้ เดินเข้าออกเคียงข้างกันเช่นนี้
ต่อให้มีคนบอกว่าทั้งสองไม่มีความสัมพันธ์กัน...
ก็คงไม่มีผู้ใดเชื่ออีกแล้ว.
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a55fb269684ac469ce2e3c1
🥀➡️ บทถัดไป
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a595aebbb560de0981f078f
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม กดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย