ในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หากให้ตอบว่าประเทศไทยยังขาดธุรกิจอะไร คำตอบของผมคงต้องพุ่งเป้าไปที่ "ธุรกิจเพื่อสังคมผู้สูงอายุยุคใหม่" (Silver Economy) โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในบ้าน ขณะที่ลูกหลานต้องออกไปทำงานนอกบ้านจนไม่มีเวลาดูแลปัจจุบันหลายคนอาจคิดว่าระบบการแพทย์ของเราเพียงพอแล้ว หากเป็นอะไรไปก็แค่มาโรงพยาบาล แต่ในความเป็นจริง การจราจรในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ไม่ได้เอื้ออำนวยขนาดนั้น ในช่วงเวลาเร่งด่วนที่รถติดขัดอย่างหนัก ต่อให้เป็นยอดมนุษย์หากเกิดเหตุฉุกเฉินวิกฤต เช่น สภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือสมองขาดเลือด (Stroke) ซึ่งมี "นาทีชีวิต" หรือ Golden Hour เพียงไม่กี่นาที การนั่งรอรถพยาบาลฝ่ารถติดอาจจะสายเกินไปสิ่งที่ประเทศไทยยังขาดแคลนอย่างมากคือ "เทคโนโลยีระบบตรวจจับอัจฉริยะ (Smart Home Sensor)" ที่ไม่ใช่แค่กล้องวงจรปิดทั่วไป แต่ต้องเป็นเซนเซอร์คลื่นวิทยุหรือ AI ที่ทำงานเงียบ ๆ อยู่หลังบ้าน สามารถตรวจจับการล้ม (Fall Detection) หรือสัญญาณชีพที่ผิดปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องให้ผู้สูงอายุมาคอยกดปุ่มหรือสวมใส่ อุปกรณ์ให้เกะกะ และส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังหน่วยกู้ชีพที่ใกล้ที่สุดโดยอัตโนมัติวิทยาศาสตร์การแพทย์บอกเราว่า การป้องกันและเข้าถึงผู้ป่วยได้เร็วในระดับ "วินาที" คือสิ่งที่จะลดอัตราการเสียชีวิตและความพิการได้ดีที่สุด ธุรกิจเทคโนโลยีดูแลผู้สูงอายุแบบเชิงรุก (Proactive Care) จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวกสบายอีกต่อไป แต่มันคือบริการฐานรากที่สังคมไทยยุคนี้จำเป็นต้องมีทันทีครับเพื่อความปลอดภัยของคนไทนและครอบครัวของท่าน บ๊ายบัยยย