11 ส.ค. เวลา 02:00 • ธุรกิจ
GVA Law Office (Thailand) Co.,Ltd.

เจาะลึกโอกาสและความท้าทาย ก่อนขยายธุรกิจไทยไปญี่ปุ่น

เมื่อธุรกิจที่ทำมาได้เติบโตขึ้น การมองหาตลาดใหม่นอกประเทศมักจะเป็นกลยุทธ์ยอดนิยมในการที่จะทำให้ธุรกิจของตัวเองโตขึ้นไปอีกระดับ โดยประเทศญี่ปุ่นมักเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ที่นักธุรกิจไทยจะพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลด้านขนาดของตลาด กำลังซื้อของผู้บริโภค หรือความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยและญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงคำถามที่ว่า "เราจะเริ่มต้นทำธุรกิจในญี่ปุ่นอย่างไร" คำถามที่สำคัญกว่าที่ควรหาคำตอบให้ได้ชัดเจนก่อนก็คือ "ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นตลาดที่ใช่ และเหมาะกับธุรกิจของเราจริงหรือไม่"
เนื่องจากลักษณะของตลาดประเทศญี่ปุ่นนั้น มักจะเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าสำหรับธุรกิจที่เตรียมตัวและวางแผนมาอย่างดี ในทางกลับกัน ตลาดญี่ปุ่นก็เป็นตลาดที่ไม่มีความปรานีให้กับธุรกิจที่ขยายเข้าไปโดยไม่เตรียมตัวให้ดี ไม่ว่าในเรื่องของความเข้าใจกฎหมาย กฎระเบียบ หรือวัฒนธรรมท้องถิ่น ดังนั้นบทความนี้จะอธิบายถึงภาพรวมของโอกาสทางธุรกิจ และข้อจำกัดของตลาดญี่ปุ่น เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้พิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนทั้งเงินและเวลาในตลาดนี้
บทความนี้เป็นบทความแรกในซีรีส์ “เส้นทางขยายธุรกิจ บุกตลาดญี่ปุ่น” โดยบทความถัดไปจะเจาะลึกในรายละเอียดว่า เมื่อได้ตัดสินใจขยายธุรกิจเข้าไปในตลาดญี่ปุ่นแล้ว ญี่ปุ่นมีรูปแบบธุรกิจแบบใดบ้าง และรูปแบบไหนจะเหมาะกับกิจการของคุณมากที่สุด
  • ★
    ทำไมญี่ปุ่นถึงน่าสนใจ
เหตุผลแรกคือขนาดและกำลังซื้อของตลาด ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นตลาดผู้บริโภคที่มีทั้งกำลังซื้อสูงและมาตรฐานสูง ผู้บริโภคญี่ปุ่นยินดีจ่ายเงินให้กับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งนี่เป็นข้อได้เปรียบสำหรับธุรกิจที่มีจุดแข็งด้านคุณภาพของสินค้าและบริการ โดยไม่ต้องใช้กลยุทธ์การแข่งขันด้านราคา
ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นมักจะชอบพูดว่า “ราคาเหมาะสมกับคุณภาพ” ซึ่งหมายความว่า สินค้าที่ดีจะต้องมีคุณภาพเหมาะสมกับราคา หากสินค้าถูกแต่คุณภาพต่ำ คนญี่ปุ่นจะไม่สนใจ ในทางกลับกัน หากสินค้าราคาแพงแต่มีคุณภาพดีเหมาะสมกับราคา คนญี่ปุ่นก็ยินดีที่จะจ่าย
เหตุผลที่สองคือความมั่นคงและความโปร่งใส ญี่ปุ่นมีระบบกฎหมายที่แน่นอน การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็ง และระดับการทุจริตที่ค่อนข้างต่ำ ลักษณะแบบนี้ทำให้สามารถวางแผนธุรกิจระยะยาวได้ง่ายโดยไม่ต้องคอยกังวลถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบแบบกะทันหัน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับการลงทุนที่ต้องใช้เวลาทำตลาดหลายปีกว่าจะเห็นผลตอบแทนที่ยั่งยืน
เหตุผลที่สามคือความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ทั้งสองประเทศมีข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งช่วยลดอุปสรรคด้านภาษีศุลกากรให้แก่สินค้าหลายประเภทที่ส่งออกไปญี่ปุ่น นอกจากนี้ สินค้าและวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะอาหารไทย ก็เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในญี่ปุ่นอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการสร้างการรับรู้ได้มาก
เหตุผลสุดท้ายคือ ปัจจุบันญี่ปุ่นประสบปัญหาการลดลงของประชากรอย่างมาก โดยในปัจจุบันญี่ปุ่นมีประชากรราว 122-123 ล้านคน และมีจำนวนลดลงต่อเนื่องติดต่อกันมากว่าสิบปี อีกทั้งญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุดในโลก สภาพเช่นนี้ทำให้ญี่ปุ่นประสบภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนักในหลายอุตสาหกรรม ทำให้ญี่ปุ่นเปิดรับธุรกิจหรือบริการจากต่างชาติที่จะช่วยเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้มากขึ้นกว่าในอดีต
จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้ ความท้าทายเชิงโครงสร้างของญี่ปุ่นจึงกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจของกิจการต่างชาติ
  • ★
    อีกด้านที่ต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจ
แต่จุดแข็งเหล่านี้ก็มาพร้อมต้นทุนและความท้าทายที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน
ประเด็นแรกคือกำแพงภาษาและวิธีทำงานที่แตกต่างจากไทย สังคมธุรกิจญี่ปุ่นยังใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นหลักในการทำงานแทบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเจรจา การร่างสัญญา ไปจนถึงการติดต่อหน่วยงานราชการ หากไม่มีทีมงานหรือที่ปรึกษาที่สื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้คล่อง งานอาจสะดุดและก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ง่าย
อีกเรื่องที่ต้องยอมรับคือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต้องใช้เวลา คู่ค้าญี่ปุ่นให้น้ำหนักกับความสัมพันธ์ระยะยาวและความน่าเชื่อถือมากกว่าความรวดเร็ว การตัดสินใจทางธุรกิจจึงมักจะต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบหลายขั้นตอน บางธุรกิจที่คุ้นเคยกับตลาดที่ดำเนินการรวดเร็วอาจรู้สึกว่าญี่ปุ่นทำอะไรช้าเกินไป แต่ถ้าสามารถสร้างความไว้วางใจต่อกันได้แล้ว ความสัมพันธ์นั้นมักจะมั่นคงและคงอยู่ได้นาน การทำงานด้วยกันจะราบรื่นและรวดเร็วขึ้น
ในแง่มาตรฐานของสินค้าและบริการ ผู้บริโภคและคู่ค้าญี่ปุ่นมีความคาดหวังสูงทั้งในด้านคุณภาพสินค้าและคุณภาพการบริการ มาตรฐานที่อาจถือว่าเพียงพอในตลาดอื่นนั้น ในบางกรณีอาจยังไม่เพียงพอสำหรับตลาดญี่ปุ่น ดังนั้นจึงต้องเตรียมพร้อมในการยกระดับมาตรฐานของสินค้าและบริการของตนเองให้สูงขึ้นตามไปด้วย
ต้นทุนและขั้นตอนในการจัดตั้งกิจการก็เป็นอีกเรื่องที่ควรวางแผนล่วงหน้า ทั้งการจดทะเบียนบริษัท การขอใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง และการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ ซึ่งมักกินเวลาและงบประมาณมากกว่าที่หลายคนคาดไว้ ยิ่งไปกว่านั้น การจ้างพนักงานในญี่ปุ่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตลาดแรงงานในปัจจุบันประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอย่างมาก อีกทั้งกฎหมายแรงงานญี่ปุ่นเองก็ให้ความคุ้มครองลูกจ้างค่อนข้างมาก นายจ้างต่างชาติจึงควรทำความเข้าใจจุดนี้และเตรียมความพร้อมตั้งแต่แรก
สุดท้าย ตลาดญี่ปุ่นไม่ได้เติบโตตามจำนวนประชากรเหมือนตลาดเกิดใหม่ เพราะประชากรกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของธุรกิจในญี่ปุ่นจึงมักมาจากการแย่งส่วนแบ่งตลาดเดิม หรือการเจาะกลุ่มความต้องการเฉพาะที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน มากกว่าจะหวังพึ่งการขยายตัวของตลาดโดยรวม
  • ★
    คำถามที่ควรถามตัวเองก่อน
ก่อนตัดสินใจว่าญี่ปุ่นใช่ตลาดใหม่ที่ควรไปหรือไม่ ลองถามตัวเองดูก่อนว่า
  • ✓
    จุดขายของธุรกิจเราคือคุณภาพและความน่าเชื่อถือ หรือราคา
  • ✓
    เรามีทีมงานหรือที่ปรึกษาที่สื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ และเข้าใจวิธีทำงานแบบญี่ปุ่นแล้วหรือยัง
  • ✓
    เราพร้อมทุ่มทั้งเงินและเวลาในการทำตลาด ก่อนจะเห็นผลกำไรจริงหรือไม่
  • ✓
    สินค้าหรือบริการของเราตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของตลาดญี่ปุ่นได้หรือไม่ โดยเฉพาะช่องว่างที่เกิดจากภาวะขาดแคลนแรงงานและสังคมสูงอายุ
กล่าวโดยสรุป ญี่ปุ่นเป็นตลาดที่มีทั้งโอกาสและความท้าทายมากพอ ๆ กัน ขนาดตลาด กำลังซื้อ ความมั่นคง และความสัมพันธ์อันดีกับไทย ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้ญี่ปุ่นน่าสนใจ แต่กำแพงภาษา มาตรฐานที่สูง เวลาที่ต้องใช้ในการสร้างความไว้วางใจ และตลาดที่ไม่เติบโตตามจำนวนประชากร ก็เป็นเรื่องที่ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีเช่นกัน
คำตอบว่าญี่ปุ่นเหมาะกับธุรกิจของคุณหรือไม่ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าญี่ปุ่นเป็นตลาดที่ดีหรือไม่ดี แต่ขึ้นอยู่กับว่าจุดแข็ง เป้าหมาย และความพร้อมของธุรกิจคุณ ตรงกับลักษณะเฉพาะของตลาดญี่ปุ่นมากแค่ไหน
เมื่อตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัดเจนแล้ว และเห็นว่าญี่ปุ่นคือทิศทางที่ใช่ ขั้นตอนถัดไปคือการเลือกรูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม ซึ่งจะเป็นหัวข้อที่จะเจาะลึกกันในบทความตอนต่อไปของซีรีส์นี้
เราพร้อมให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและการจัดตั้งธุรกิจในญี่ปุ่น
ติดต่อเราได้ที่
โทร: 02-1169269
อีเมล: info-th@gva-global.com
โฆษณา