เมื่อวาน เวลา 14:49 • ความคิดเห็น
มันขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์นั้นมันเกิดอะไรขึ้น และขึ้นอยู่กับว่าคุณผ่านอะไรมาแล้วบ้าง ไม่ใช่ว่าแสดงตรรกะวิบัติให้ลดอีโก้ลงหน่อยท่ามกลางสถานการณ์ที่ผิดปกติ
1
ถ้ามีคนบอกให้ลดอีโก้ลงหน่อย คำตอบของเราคงไม่ใช่ว่าอีโก้จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง แต่จะถามกลับก่อนว่า สถานการณ์นั้นเกิดอะไรขึ้น
เพราะการจะตัดสินว่าใครอีโก้สูงหรือไม่ มันไม่สามารถแยกออกจากบริบทได้เลย ทุกวันนี้สังคมชอบใช้คำว่าลดอีโก้เป็นคำตอบสำเร็จรูป ราวกับพูดแค่นี้ก็จบทุกปัญหา ทั้งที่ความจริงหลายครั้งมันถูกใช้เพื่อกลบประเด็นที่ควรถูกพูดถึงมากกว่าค่ะ
ลองนึกภาพว่าคุณไปดูหนัง แล้วมีคนเอาเท้าหรือเอาขาพาดเก้าอี้จนล้ำเข้ามาเหนือศีรษะคุณ พอคุณทักท้วงกลับถูกบอกว่าลดอีโก้ลงหน่อย แบบนี้สิ่งที่คุณกำลังปกป้องคืออีโก้จริงหรือ หรือคุณกำลังปกป้องมารยาทพื้นฐาน ศักดิ์ศรี และสิทธิที่ทุกคนควรได้รับเท่าเทียมกัน ถ้าการยอมให้คนอื่นเสียมารยาทใส่เรา แล้วถูกเรียกว่าการลดอีโก้ งั้นปัญหาก็คงไม่ใช่อีโก้แล้ว แต่เป็นการบิดความหมายของคำนี้เพื่อให้คนที่ทำไม่เหมาะสมไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเองค่ะ
1
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในชีวิตประจำวัน แต่เกิดขึ้นในเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นด้วยนะคะ หลายครั้งเมื่อมีคนลุกขึ้นคัดค้านสิ่งที่อาจสร้างความเสียหายต่อส่วนรวม หรือออกมาท้วงติงการใช้อำนาจ การตัดสินใจ หรือสิ่งที่กระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชน กลับมีคนรีบพูดว่าลดอีโก้ลงหน่อย ราวกับว่าการยืนหยัดเพื่อหลักการเป็นเพียงความดื้อรั้น ทั้งที่หากทุกคนยอมเงียบเพียงเพราะกลัวถูกมองว่าอีโก้สูง ความเสียหายอาจไม่ได้ตกอยู่ที่คนคนเดียว แต่ตกอยู่กับสังคมทั้งสังคม
1
ความสามารถในการยอมรับว่าตัวเองผิด นั่นคือวุฒิภาวะ แต่ความสามารถในการยืนหยัดเมื่อรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ถูกต้อง ก็เป็นวุฒิภาวะเช่นเดียวกัน เราไม่ควรสับสนระหว่าง อีโก้ กับ ศักดิ์ศรี ไม่ควรสับสนระหว่าง ความดื้อ กับ การปกป้องหลักการ และไม่ควรใช้คำว่า ลดอีโก้ เป็นเครื่องมือกดให้คนอื่นยอมรับความไม่ถูกต้องค่ะ
1
เพราะสุดท้ายแล้ว คำว่า ลดอีโก้ลงหน่อย จะมีความหมายก็ต่อเมื่อมันถูกใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม ไม่ใช่หยิบมาใช้เป็นคำสารพัดประโยชน์เพื่อให้คนที่กำลังถูกละเมิดสิทธิ ถูกเอาเปรียบ หรือกำลังปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม เป็นฝ่ายต้องยอมอยู่ฝ่ายเดียวค่ะ
1
โฆษณา