16 ก.ค. เวลา 11:39 • กีฬา

“Football ไม่ได้กลับบ้าน: บทเรียนความล้มเหลวของ โทมัส ทูเคิล ในเกมแพ้ อาร์เจนติน่า” จากมุมแฟนบอลคนนึง

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศ... สเปน และ อาร์เจนติน่า จูงมือกันเข้าชิง ส่วนฝรั่งเศส และ อังกฤษ ทำได้ดีที่สุดแค่ไปชิงที่ 3
ในฐานะแฟนบอลทรีไลออนส์ แน่นอนว่าผลลัพธ์นี้มันเจ็บปวด และอดไม่ได้จริงๆ ที่จะต้องพูดถึงแท็กติกของ โทมัส ทูเคิล ในเกมนี้ ที่ต้องบอกว่า "ขัดใจ" ตั้งแต่การจัดตัวไปจนถึงการแก้เกมระหว่างแมตช์และนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่เป็นความผิดพลาดของทูเคิลในนัดนี้จากมุมมองของผม
จัดตัว 11 คนแรกที่ชวนตั้งคำถาม
การเลือกส่ง มอร์แกน โรเจอร์ส และ แอนโทนี่ กอร์ดอน ลงตัวจริงในเกมนัดสำคัญระดับนี้ ผมแอบรู้สึกแปลกใจ ในรายของกอร์ดอนเข้าใจได้เพราะฟอร์มค่อนข้างดีแต่โรเจอร์ส ที่ถูกจับมาเล่นทางขวาทั้งที่ทีมมีทั้งซาก้า และมาดูเอเก้ ที่เล่นมาตลอดและไม่ได้มีอาการบาดเจ็บอะไร แต่ก็อาจเป็นเรื่องของสภาพร่างกายและฟอร์มในการซ้อม แต่การจัดทัพแบบนี้ในเกมที่มีความกดดันสูง ถือเป็นการเดิมพันที่ค่อนข้างเสี่ยงของทูเคิล (แต่สุดท้ายทั้งกอร์ดอน และโรเจอร์ก็ทำได้ดี ข้อสงสัยนี้ก็จบไป)
ปล่อยให้กราบซ้ายอ่อนแอ จนกลายเป็น "สัมปทานของลิโอเนล เมสซี่"
เมื่อการเปลี่ยนกอร์ดอนออกเร็วเกินไป ฝั่งซ้ายของอังกฤษก็ยวบลงทันที ทูเคิลมองข้ามความจริงที่ว่า กอร์ดอนคือคนที่คอยช่วยซ้อนและกดดันไม่ให้แนวรุกอาร์เจนติน่าเติมเกมได้สะดวก เมื่อฝั่งนั้นโล่ง เมสซี่จึงย้ายวิกไปโจมตีพื้นที่ตรงนั้นทันที และประตูทั้ง 2 ลูกของอาร์เจนติน่าก็ระเบิดมาจากช่องโหว่นี้
เมื่อไม่มีกอร์ดอนคอยช่วยไล่บอล ฝั่งซ้ายของอังกฤษอ่อนลงทันตาเห็น ซึ่งประตูตีเสมอ 1-1 และประตูชัย 2-1 ของอาร์เจนติน่า ก็ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากกราบซ้ายตรงนี้ทั้งสิ้น
สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคือ ทูเคิลที่ขึ้นชื่อเรื่องการแก้เกมแบบทันควันถ้าการปรับครั้งนึงไม่ได้ผล แต่นัดนี้กลับ "ตัวแข็ง" ปล่อยให้ทีมโดนบุกนวดจนพัง ทั้งที่แฟนบอลทางบ้านอย่างผมยังมองออกว่ารับลึกแบบนี้รอโดน การเปลี่ยนตัวช่วงนาที 80 กว่า (แดน เบิร์น และ โอไรลี่ย์) ก็ไม่ได้ช่วยอะไร จนกระทั่งโดนลูกที่ 2 ถึงค่อยตื่นมาส่งตัวรุกลงมา ซึ่งมันสายเกินไปแล้ว...
บทสรุปจากใจแฟนบอล
นัดนี้โทษใครไม่ได้นอกจาก โทมัส ทูเคิล... ชายผู้ลบคำสบประมาทของแฟนบอลอังกฤษได้ในรอบก่อนๆ แต่กลับมาเขียนคำสบประมาทให้ตัวเองใหม่ในเวลาเพียงไม่กี่วัน
ฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศหนนี้สอนให้รู้ว่า ความกลัวและแท็กติกที่ปอดแหก ไม่เคยพาใครไปถึงแชมป์โลก... และ "Football" ก็ยังคงเดินทางกลับไม่ถึงบ้าน....อีกครั้ง
โฆษณา