พื้นไม้เทียมภายนอก เลือกอย่างไรให้ทนแดด ทนฝน และคุ้มค่าในระยะยาว?

พื้นที่ภายนอกของบ้านต้องเผชิญทั้งแสงแดด ฝน ความชื้น คราบสกปรก และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวัน การเลือกวัสดุปูพื้นจึงไม่ควรพิจารณาจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองถึงโครงสร้างวัสดุ ระบบติดตั้ง การระบายน้ำ และค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาวด้วย
หนึ่งในวัสดุที่ได้รับความสนใจคือ พื้นไม้เทียมภายนอก หรือพื้น WPC ซึ่งให้บรรยากาศใกล้เคียงไม้ธรรมชาติ แต่ได้รับการพัฒนาให้ดูแลรักษาง่ายและเหมาะกับการใช้งานกลางแจ้งมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม พื้นไม้เทียมแต่ละรุ่นไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด การเลือกจึงต้องดูมากกว่าคำว่า “ทนแดด” หรือ “กันน้ำ”
คำตอบแบบสรุป
พื้นไม้เทียมภายนอกที่เหมาะกับการใช้งานระยะยาวควรมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่
ผลิตมาเพื่อใช้งานภายนอกโดยเฉพาะ
มีผิวป้องกันความชื้น คราบ และรังสียูวี
มีข้อมูลการทดสอบหรือเอกสารผลิตภัณฑ์ที่ตรวจสอบได้
ใช้ระบบโครงตงและระยะติดตั้งตามคู่มือ
มีช่องว่างสำหรับการขยายตัวและระบายน้ำ
มีเงื่อนไขรับประกันระบุไว้อย่างชัดเจน
เลือกโปรไฟล์ให้เหมาะกับน้ำหนักและลักษณะพื้นที่
สำหรับบริเวณที่โดนแดดและฝนโดยตรง ควรพิจารณา พื้นไม้เทียม WPC แบบเคลือบผิว หรือ Capped Composite ซึ่งมีชั้นปกป้องแกนวัสดุจากสภาพแวดล้อมภายนอกมากกว่าพื้น WPC แบบไม่มีผิวเคลือบ
พื้นไม้เทียมภายนอกคืออะไร?
พื้นไม้เทียมภายนอกเป็นวัสดุปูพื้นที่ถูกออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์และสัมผัสใกล้เคียงไม้ธรรมชาติ โดยหนึ่งในประเภทที่นิยมคือ WPC หรือ Wood Plastic Composite ซึ่งเป็นวัสดุผสมระหว่างเส้นใยไม้กับพอลิเมอร์
WPC แต่ละผลิตภัณฑ์อาจมีสัดส่วนวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ความหนาแน่น โครงสร้างภายใน และระบบปกป้องผิวแตกต่างกัน จึงส่งผลต่อความแข็งแรง การดูดซึมน้ำ การเปลี่ยนแปลงของสี และอายุการใช้งาน
พื้นไม้เทียมบางรุ่นเป็น WPC แบบเนื้อเดียว ขณะที่รุ่นใหม่จะมีชั้นพอลิเมอร์เคลือบอยู่รอบแกนวัสดุ เรียกว่า Co-Extrusion หรือ Capped WPC เพื่อช่วยลดผลกระทบจากความชื้น คราบสกปรก และการใช้งานกลางแจ้ง
NewTechWood ระบุว่าพื้นกลุ่ม UltraShield® เป็นวัสดุ Composite ที่มีชั้นปกป้องรอบด้าน และได้รับการออกแบบให้ดูแลรักษาง่ายกว่าพื้นไม้ธรรมชาติที่ต้องขัดหรือเคลือบน้ำมันเป็นระยะ.
ทำไมการเลือกพื้นภายนอกจึงต่างจากพื้นภายใน?
พื้นภายในบ้านมักอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้มากกว่า ขณะที่พื้นภายนอกต้องรับปัจจัยหลายด้านพร้อมกัน เช่น
1. ความชื้นและน้ำฝน
แม้วัสดุจะสามารถเปียกน้ำได้ แต่พื้นที่ติดตั้งต้องไม่ทำให้น้ำขังหรือแช่วัสดุอย่างต่อเนื่อง ควรมีความลาดเอียง ช่องระบายน้ำ และอากาศหมุนเวียนใต้พื้นอย่างเหมาะสม
เงื่อนไขรับประกันของผลิตภัณฑ์พื้นภายนอกหลายประเภทจึงกำหนดให้ติดตั้งตามคู่มือ และไม่ควรติดตั้งในลักษณะที่วัสดุแช่อยู่ในน้ำตลอดเวลา.
2. แสงแดดและรังสียูวี
พื้นทุกประเภทมีโอกาสเปลี่ยนแปลงเมื่อรับแสงแดดต่อเนื่อง ระดับการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับคุณภาพเม็ดสี ชั้นปกป้องผิว สีของผลิตภัณฑ์ และตำแหน่งติดตั้ง
วัสดุสีเข้มมักดูดซับความร้อนมากกว่าสีอ่อน จึงควรพิจารณาทิศทางแดดและพฤติกรรมการใช้งานร่วมด้วย โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องเดินเท้าเปล่า
3. การขยายตัวของวัสดุ
วัสดุ Composite สามารถขยายและหดตัวตามอุณหภูมิ การติดตั้งจึงต้องเว้นระยะหัวไม้ ระยะด้านข้าง และระยะระหว่างตงตามข้อกำหนดของแต่ละผลิตภัณฑ์
การติดตั้งแผ่นชิดกันเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการดันตัว โก่ง หรือเกิดปัญหาที่รอยต่อในภายหลัง
7 จุดที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกพื้นไม้เทียมภายนอก
1. ตรวจสอบว่าเป็นรุ่นสำหรับงานภายนอกจริงหรือไม่
ไม่ควรเลือกจากลายไม้หรือสีเพียงอย่างเดียว ควรตรวจสอบเอกสารสินค้าว่าสามารถใช้ในพื้นที่รับแดดและฝนได้หรือไม่ รวมถึงข้อจำกัดเรื่องพื้นที่รอบสระ พื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือบริเวณที่มีการใช้งานหนัก
2. ดูระบบปกป้องผิว
พื้น WPC แบบเคลือบผิวช่วยลดการสัมผัสโดยตรงระหว่างแกนวัสดุกับความชื้น คราบ และสิ่งสกปรก
ผลิตภัณฑ์ NewTechWood UltraShield® ที่จัดจำหน่ายโดย K.S. WOOD ใช้ระบบเคลือบผิวรอบแผ่นแบบ Capped Composite ซึ่งแตกต่างจาก WPC แบบไม่มีชั้นปกป้องผิว.
ข้อมูลผลิตภัณฑ์พื้นไม้เทียมภายนอก K.S. WOOD
ข้อมูลสินค้าและราคาพื้นไม้เทียมภายนอก K.S. WOOD
3. เลือกโครงสร้างแผ่นให้เหมาะกับพื้นที่
พื้นไม้เทียมมีทั้งแบบตันและแบบกลวง
แบบตัน เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรงสูง มีการสัญจรบ่อย หรืองานที่ต้องการความมั่นคงเป็นพิเศษ
แบบกลวง มีน้ำหนักเบากว่าและช่วยควบคุมงบประมาณได้ แต่ต้องเลือกระยะตงและลักษณะโปรไฟล์ให้สัมพันธ์กับข้อกำหนดของผู้ผลิต
การตัดสินว่าแบบใดดีกว่าไม่ควรดูเพียงคำว่า “ตัน” หรือ “กลวง” แต่ควรพิจารณาความหนา รูปทรงช่องภายใน ระยะตง และน้ำหนักที่ต้องรองรับร่วมกัน
4. ตรวจสอบพื้นผิวและความปลอดภัย
พื้นที่รอบสระ ระเบียง หรือทางเดินที่มีโอกาสเปียก ควรเลือกพื้นผิวที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและสอบถามข้อมูลการทดสอบความลื่น
อย่างไรก็ตาม ไม่มีพื้นผิวใดที่ไม่ลื่นในทุกสภาวะ คราบตะไคร่ ฝุ่น น้ำมัน และการทำความสะอาดไม่สม่ำเสมอสามารถทำให้พื้นลื่นขึ้นได้
5. ให้ความสำคัญกับโครงตง
ความแข็งแรงของพื้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับแผ่นไม้เทียมเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง
ประเภทโครงตง
ระยะห่างระหว่างตง
ความแข็งแรงของฐาน
การยึดคลิปและอุปกรณ์
การรองรับบริเวณปลายแผ่น
ระบบระบายน้ำใต้พื้น
หากโครงตงห่างเกินกว่าที่กำหนด พื้นอาจเกิดการแอ่นหรือสั่นเมื่อเดิน แม้ว่าจะใช้วัสดุเกรดดีก็ตาม
6. อ่านเงื่อนไขรับประกัน ไม่ดูเฉพาะจำนวนปี
คำว่า “รับประกัน 25 ปี” ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกรุ่นและทุกประเภทโครงการจะมีเงื่อนไขเหมือนกัน
กลุ่ม NewTechWood บางประเภทที่ K.S. WOOD จัดจำหน่ายมีระยะรับประกันสูงสุด 25 ปีสำหรับงานบ้านพักอาศัย ขณะที่งานเชิงพาณิชย์อาจมีระยะรับประกันแตกต่างออกไป และต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการติดตั้งและดูแลรักษา.
รายละเอียดเงื่อนไข:รับประกันพื้นไม้เทียม 25 ปี
อ่านเงื่อนไขการรับประกันพื้นไม้เทียม 25 ปี
7. ตรวจสอบเอกสารด้านสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง
เอกสาร EPD หรือ Environmental Product Declaration คือข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตลอดช่วงวงจรชีวิตตามขอบเขตที่กำหนด โดยผ่านกระบวนการจัดทำและทวนสอบตามมาตรฐาน
NewTechWood มี Product-specific EPD ที่ผ่านการทวนสอบจากบุคคลที่สามและอ้างอิงมาตรฐาน ISO 14025 तथा EN 15804 ขณะที่เอกสาร LEED Compliance Statement ระบุว่าวัสดุสามารถใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนเกณฑ์บางหมวดของโครงการ LEED ได้.
ควรใช้คำว่า “สนับสนุนการประเมินหรือคะแนนอาคารเขียว” แทนคำว่า “สินค้าได้รับ LEED หรือ BREEAM” เนื่องจาก LEED และ BREEAM เป็นระบบประเมินในระดับอาคารหรือโครงการ ไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์โดยตรง
BREEAM ยังระบุด้วยว่า EPD เป็นการเปิดเผยข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่หลักฐานที่ยืนยันโดยอัตโนมัติว่าผลิตภัณฑ์นั้นยั่งยืนกว่าทุกทางเลือก.
พื้นไม้เทียม K.S. WOOD เหมาะกับพื้นที่ใดบ้าง?
พื้นไม้เทียม K.S. WOOD มีผลิตภัณฑ์สำหรับงานภายนอกหลายโครงสร้าง ทั้งแบบตันและแบบกลวง จึงสามารถเลือกให้สัมพันธ์กับรูปแบบการใช้งานได้ เช่น
พื้นระเบียงบ้านและคอนโด
พื้นทางเดินในสวน
พื้นศาลาและพื้นที่พักผ่อน
พื้นบริเวณรอบสระว่ายน้ำ
พื้นร้านอาหารหรือคาเฟ่กลางแจ้ง
พื้นส่วนกลางของโครงการ
พื้นโรงแรมและรีสอร์ต
งาน Landscape ที่ต้องการบรรยากาศลายไม้
K.S. WOOD ระบุว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม้เทียม พร้อมบริการให้คำปรึกษาและติดตั้ง โดยมีประสบการณ์ในกลุ่มงานไม้เทียมมากกว่า 17 ปี.
จุดเด่นของพื้นไม้เทียม K.S. WOOD รุ่น NewTechWood
ระบบ UltraShield® Co-Extrusion
ชั้นผิวพอลิเมอร์ถูกผลิตขึ้นพร้อมกับแกน WPC เพื่อช่วยปกป้องวัสดุรอบด้าน ลดการสัมผัสกับความชื้น คราบ และสภาพอากาศโดยตรง
มีเอกสารด้านสิ่งแวดล้อมตรวจสอบได้
NewTechWood มีข้อมูลอยู่ในระบบ International EPD System และมีเอกสาร LEED Compliance Statement สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาวัสดุในโครงการอาคารเขียว.
มีรายชื่อในระบบ Singapore Green Label
NewTechWood WPC ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองของ Singapore Green Label Scheme ในหมวดผลิตภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิลหรือแหล่งที่มีความยั่งยืน.
การรับประกันแยกตามประเภทการใช้งาน
ผลิตภัณฑ์บางกลุ่มมีระยะรับประกันสูงสุด 25 ปีสำหรับบ้านพักอาศัย และมีเงื่อนไขต่างกันสำหรับงานเชิงพาณิชย์ จึงควรตรวจสอบรุ่นสินค้า ประเภทพื้นที่ และเอกสารรับประกันก่อนตัดสินใจทุกครั้ง.
พื้นไม้เทียมภายนอกราคาเท่าไร?
ราคาพื้นไม้เทียมไม่ควรพิจารณาจากราคาแผ่นเพียงอย่างเดียว เพราะงบรวมยังประกอบด้วย
วัสดุปูพื้น
โครงตง
คลิปและอุปกรณ์ยึด
งานเตรียมฐาน
ค่าแรงติดตั้ง
งานปิดขอบและจบงาน
การขนส่ง
ความยากของพื้นที่
ข้อมูลประมาณการจาก K.S. WOOD ระบุว่างานปูพื้นไม้เทียมคุณภาพสูงรวมวัสดุและค่าแรงอาจอยู่ที่ประมาณ 2,500–4,500 บาทต่อตารางเมตร โดยขึ้นอยู่กับเกรดวัสดุ โครงสร้าง และรายละเอียดหน้างาน.
ราคาสินค้าและค่าติดตั้งอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรใช้ตัวเลขดังกล่าวสำหรับวางงบประมาณเบื้องต้นและขอใบเสนอราคาจากพื้นที่จริงอีกครั้ง
วิธีดูแลพื้นไม้เทียมภายนอกให้สวยนาน
พื้นไม้เทียมดูแลไม่ซับซ้อน แต่ไม่ควรปล่อยคราบสะสมเป็นเวลานาน
กวาดฝุ่น ใบไม้ และเศษดินออกสม่ำเสมอ
ล้างด้วยน้ำและน้ำยาทำความสะอาดชนิดอ่อน
เช็ดคราบอาหาร น้ำมัน หรือเครื่องดื่มโดยเร็ว
ไม่ใช้แปรงโลหะหรือสารเคมีรุนแรงโดยไม่ตรวจสอบคู่มือ
ดูแลไม่ให้ตะไคร่สะสมในพื้นที่อับชื้น
ตรวจสอบร่องระบายน้ำและพื้นที่ใต้พื้น
หลีกเลี่ยงการลากเฟอร์นิเจอร์หนักไปบนผิวโดยตรง
การดูแลที่ถูกต้องช่วยรักษาทั้งความสวยงาม ความปลอดภัย และสิทธิ์ตามเงื่อนไขรับประกัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพื้นไม้เทียมภายนอก
พื้นไม้เทียมภายนอกโดนฝนได้หรือไม่?
ได้ หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสำหรับภายนอกและติดตั้งตามระบบ แต่ควรมีทางระบายน้ำและไม่ปล่อยให้วัสดุแช่น้ำตลอดเวลา
พื้นไม้เทียมร้อนหรือไม่?
วัสดุปูพื้นกลางแจ้งทุกประเภทสามารถสะสมความร้อนได้ ระดับความร้อนขึ้นอยู่กับสี แสงแดด ช่วงเวลา และสภาพแวดล้อม สีอ่อนมักเหมาะกับบริเวณที่รับแดดจัดมากกว่าสีเข้ม
พื้นไม้เทียมลื่นเมื่อเปียกหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับลักษณะผิว การติดตั้ง ความลาดเอียง และความสะอาดของพื้นที่ ควรสอบถามผลทดสอบความลื่นและป้องกันการเกิดตะไคร่
พื้นไม้เทียมแบบตันกับแบบกลวงเลือกแบบใด?
พื้นที่ใช้งานหนักหรือมีการสัญจรสูงอาจเหมาะกับแบบตัน ส่วนแบบกลวงช่วยลดน้ำหนักและควบคุมงบประมาณได้ แต่ต้องติดตั้งตามระยะตงที่ผู้ผลิตกำหนด
พื้นไม้เทียมจำเป็นต้องทาสีหรือไม่?
พื้น WPC แบบเคลือบผิวโดยทั่วไปไม่ต้องทาสีหรือลงน้ำมันเป็นรอบเหมือนไม้จริง แต่ยังต้องทำความสะอาดและดูแลตามคู่มือ
พื้นไม้เทียม K.S. WOOD รับประกัน 25 ปีทุกรุ่นหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกรุ่น ระยะรับประกันสูงสุด 25 ปีใช้กับผลิตภัณฑ์ NewTechWood บางกลุ่มและบางประเภทการใช้งาน โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด
ควรติดตั้งพื้นไม้เทียมเองหรือไม่?
พื้นที่ขนาดเล็กอาจติดตั้งได้เมื่อมีความรู้และปฏิบัติตามคู่มือ แต่พื้นที่รอบสระ พื้นที่ขนาดใหญ่ หรือพื้นที่ใช้งานเชิงพาณิชย์ควรให้ทีมที่เข้าใจระบบโครงตง การขยายตัว และการระบายน้ำเป็นผู้ติดตั้ง
สรุป
การเลือก พื้นไม้เทียมภายนอก ที่ดีไม่ควรมองเฉพาะสี ลาย หรือราคาต่อแผ่น แต่ต้องพิจารณาตั้งแต่ระบบปกป้องผิว โครงสร้างของแผ่น ระยะตง ระบบระบายน้ำ เอกสารทดสอบ ไปจนถึงเงื่อนไขรับประกัน
สำหรับพื้นที่ที่ต้องรับแดด ฝน และความชื้นอย่างต่อเนื่อง พื้น WPC แบบเคลือบผิวเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดภาระการดูแลเมื่อเทียบกับไม้จริง โดยต้องเลือกผลิตภัณฑ์และระบบติดตั้งให้เหมาะสมกับหน้างาน
ผู้ที่กำลังพิจารณา พื้นไม้เทียม K.S. WOOD สามารถดูรุ่นสินค้า รายละเอียดวัสดุ และขอคำแนะนำเรื่องโครงสร้างติดตั้งได้ที่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
K.S. WOOD – ข้อมูลพื้นไม้เทียมภายนอก
K.S. WOOD – เงื่อนไขการรับประกัน NewTechWood
NewTechWood – LEED Compliance Statement
International EPD System – NewTechWood WPC
NewTechWood – Composite Decking
โฆษณา