16 ก.ค. เวลา 11:23 • ท่องเที่ยว
สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)

เที่ยวสวนวชิรเบญจทัศ แบบเที่ยวสนุก… ไม่ทำร้ายโลก

วันนี้หนูตั้งใจมาเที่ยว สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) โดยเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS และ MRT มาลงที่สถานีจตุจักร จากนั้นเดินข้ามสะพานลอย Skywalk เข้าสู่สวน การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศ เมื่อเดินเข้าสวนก็สัมผัสได้ถึงอากาศที่สดชื่น รายล้อมด้วยต้นไม้นานาชนิดและเสียงนกร้อง ทำให้รู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรก
เมื่อเดินเข้ามาภายในสวน หนูพบร้านเช่าจักรยานเล็ก ๆ ของคุณลุงที่เปิดบริการมาหลายปี จึงแวะเช่าจักรยานและพูดคุยกับลุงเล็กน้อย ลุงเล่าว่า
ที่เช่าจักรยาน
“ลุงเปิดร้านมาตั้งแต่สวนเปิดใหม่ ๆ คนส่วนใหญ่ชอบมาปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกายและพักผ่อน แทนการขับรถในเมืองที่มีทั้งรถติดและควันเยอะ ทุกวันนี้ก็มีคนมาเช่าจักรยานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะทุกคนเริ่มใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”
หลังจากนั้นหนูปั่นจักรยานเป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ลมพัดเย็นสบาย ทำให้การปั่นจักรยานเป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุกและดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังไม่ก่อให้เกิดมลพิษเหมือนการใช้รถยนต์ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างง่าย ๆ
ระหว่างทาง หนูสังเกตเห็นว่าภายในสวนมีถังขยะแยกประเภทตั้งอยู่หลายจุด จึงสอบถามเจ้าหน้าที่ดูแลสวนเกี่ยวกับการจัดการขยะ เจ้าหน้าที่อธิบายว่า
“ที่นี่ให้ความสำคัญกับการแยกขยะมาก เพราะถ้าทุกคนทิ้งขยะรวมกันจะทำให้รีไซเคิลได้ยาก ขยะอาจปนเปื้อนลงสู่ดินและแหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อต้นไม้ สัตว์ และระบบนิเวศ การช่วยกันแยกขยะตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้สวนแห่งนี้ยังคงสะอาดและเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับทุกคน”
หลังจากปั่นจักรยานเสร็จ หนูแวะพักผ่อนด้วยการพายเรือเป็ดในสระน้ำกลางสวน กิจกรรมนี้ไม่ใช้น้ำมันและไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ บรรยากาศรอบสระเงียบสงบ มีลมพัดตลอดเวลา ทำให้รู้สึกสบายใจและได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น อีกทั้งยังได้ชมวิวต้นไม้และอาคารสูงที่อยู่ไกลออกไป เป็นภาพที่สะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันของเมืองและพื้นที่สีเขียวได้อย่างลงตัว
ทริปครั้งนี้ทำให้หนูเข้าใจว่า การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเริ่มจากการเลือกใช้ขนส่งสาธารณะ สนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไม่ทิ้งขยะเรี่ยราด และช่วยกันรักษาความสะอาด ก็สามารถมีส่วนช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมได้แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับ SDG 12: การผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ที่ส่งเสริมให้ทุกคนใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไป
ก่อนกลับ คุณลุงได้ฝากข้อคิดที่ทำให้หนูประทับใจมากว่า
“เรื่องเล็ก ๆ ที่ทุกคนช่วยกันทำด้วยใจ สุดท้ายก็กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับโลกได้เสมอ”
การท่องเที่ยวครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการพักผ่อน แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นว่า ทุกคนสามารถเริ่มดูแลโลกได้จากการกระทำเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน และเมื่อหลายคนร่วมมือกัน โลกของเราก็จะน่าอยู่มากขึ้นสำหรับคนรุ่นต่อไป
โฆษณา