16 ก.ค. เวลา 11:53 • ปรัชญา

ชีวิตง่ายๆของคนธรรมดา

ชีวิตง่ายๆที่ไม่จำต้องหรูหรา
บ้านหลังหนึ่ง
อาจไม่จำต้องมีประตูบานใหญ่ไม่มีโคมไฟระย้าไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรูหราราคาแพง
มีเพียงห้องรับแขกเล็กๆที่วางโซฟาเก่าไว้ให้นั่งพักมีพัดลมตัวหนึ่งคอยไล่ระบายความร้อน
มีตู้เย็นหนึ่งหลังไว้เก็บอาหารสำหรับวันพรุ่งนี้
ห้องนอนแสนสุขมีมุ้งกันยุงให้เจ้าหมาแสนรัก
ห้องนอนเล็กๆสำหรับเอนกาย
หลังเผชิญปัญหาเหน็ดเหนื่อย
มาทั้งวันอย่างผ่อนคลาย
สำหรับใครหลายคนนี่อาจเป็นเพียงเพิงสังกะสีเก่าๆมองเป็น
บ้านแต่ในใจคงคิดว่ายิ่งกว่า
คำว่า“ธรรมดา”
โซนห้องรับแขกนั่งเล่นผ่อนคลาย
แต่สำหรับเจ้าของบ้านนี้นี่คือ
โลกทั้งใบของเขา
ความสุขไม่เคยถามว่าคุณมี
เงินเท่าไร?แต่ถามว่ากลับถึง
บ้านแล้วยิ้มได้หรือเปล่า?
โลกทุกวันนี้ชอบสอนให้แข่งขัน
แข่งหน้าที่
แข่งรถ
แข่งบ้าน
แข่งความสำเร็จ แข่งฯลฯ
มุมสบายๆวันหยุด
“จนบางครั้งลืมแข่งกับตัวเองว่า
วันนี้มีความสุขมากกว่าเมื่อวานหรือเปล่า?”
บางคนอยู่คฤหาสน์ใหญ่แต่หัวใจว่างเปล่าว้าเหว่จิตใจห่อเหี่ยว
บางคนอยู่บ้านหลังเล็กใต้หลังคาสังกะสีแต่หัวเราะได้ทุกวันอย่าง
สุขใจได้ทุกวัน
จิตใจมันช่างใสสุขอยู่ข้างในตนเอง
ปะต้าว่าในที่สุด!
ชีวิตจะไม่ได้ตัดสินกันที่ความหรูหราของบ้าน
ไม่ได้ตัดสินกันที่ตัวเลขในบัญชี
และไม่ได้ตัดสินกันที่สายตาของคนอื่น
เจ้านี่ช่างซื่อสัตย์ เฝ้ารอเรากลับบ้านทุกวัน
แต่ตัดสินที่หัวใจกลับบ้านแล้ว
มีที่ให้นั่งพักมีข้าวกินมีคนที่รักกันหรือมีสัตว์เลี้ยงที่รอเราอยู่ทุกวัน
มีที่ให้หลับอย่างสบายโดยไม่ต้องแบกความทุกข์ไว้ทั้งคืน
แค่นั้นก็อาจเป็นความมั่งคั่งที่เงินซื้อไม่ได้เพราะความสุขที่แท้จริง
ไม่จำเป็นต้องสูงเสียดฟ้าแค่พอดีกับหัวใจก็มีค่ามากพอแล้วกระมัง
บางคนก่ะเคยผ่าน
“จนๆกินเหล้า”มาแล้ว
แต่เด๋วนี้เขียนกลอยเฮ่ยๆละ
“บ้านน้อยคอยพักใจให้หายเหนื่อย
แม้ไม่เอื้อเฟอร์หรูดูสดใส
มีเพียงพัดลมเก่าเฝ้าพัดไกว
ก็อุ่นใจยิ่งกว่าคฤหาสน์งาม
โซฟาเก่าเล่าเรื่องวันอ่อนล้า
ตู้เย็นพาอิ่มท้องยามหิวถาม
ห้องนอนหลับสบายในทุกยาม
คือความงามที่ใจได้ครอบครอง
คนจะรวยหรือจนไม่สำคัญ
หากทุกวันยังยิ้มได้ไม่หม่นหมอง
สุขแท้ไม่ต้องแข่งใครครอบครอง
แค่ใจมองว่า “พอก็พอเพียง“
ท้ายที่สุดชีวิตใช่ทรัพย์สิน
มิใช่ถิ่นโอ่อ่าหรือชื่อเสียง
สุขหรือทุกข์วัดกันที่สำเนียง
ของหัวใจ…ที่ยังยิ้มได้ทุกวัน“
กลับบ้านละเด้อ!
โฆษณา