18 ก.ค. เวลา 09:51 • หนังสือ

บทที่ 269

“ใช่” หลี่เต๋อซุ่นพยักหน้า “คุณหนูสกุลจี้เข้าวังไปเยี่ยมฮูหยินจี้ ไม่นานหลังจากนั้น ฮ่องเต้ก็มีพระราชโองการฉบับนี้ออกมา”
กู้จือจั๋วไม่ได้ถามต่อ นางหันไปมองกู้ไป๋ไป๋ เขาพยักหน้าให้นาง เป็นสัญญาณว่าปล่อยให้นางเป็นผู้ตัดสินใจ
กู้อี่ช่านแอบใช้นิ้วเกี่ยวปลายนิ้วน้องสาวเบา ๆ
“ท่านกงกง” กู้จือจั๋วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ตระกูลกู้จะไม่ทำให้ท่านลำบาก หนังสือปล่อยอนุ ตระกูลกู้ยินดีออกให้”
ไท่ฟูเหรินเบิกตากว้าง หันกลับมามองนางอย่างไม่เห็นด้วย ฮ่องเต้ทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ ยังจะมาขอหนังสือปล่อยอนุอีกหรือ? ไม่มีทาง! ต่อให้ต้องยื้อไว้จนตาย ก็จะไม่ปล่อยคู่ชู้คู่นี้ง่าย ๆ หากไม่มีหนังสือปล่อยอนุ พวกเขาก็เป็นได้เพียง “ชายหญิงลักลอบได้เสียกันโดยไร้พิธีแต่งงาน” ตลอดไป
ในดวงตาของไท่ฟูเหรินสะท้อนใบหน้าด้านข้างของกู้จือจั๋ว สีหน้าสงบนิ่ง ดวงตาเปล่งประกายมั่นใจ
ก็ได้... เด็กคนนี้มีแผนของตัวเอง นางจะเชื่อก็แล้วกัน
ไท่ฟูเหรินยังคงทำสีหน้าเคร่งขรึม ไม่พูดอะไร นั่นหมายถึงการยืนอยู่ข้างกู้จือจั๋วอย่างเต็มที่
หลี่เต๋อซุ่นเป็นคนหลักแหลม เพียงมองก็เข้าใจว่าบัดนี้ คนที่ตัดสินใจแทนตระกูลกู้คือคุณหนูใหญ่ผู้นี้
เขารีบกล่าวว่า
“คุณหนูกู้ หากมีเงื่อนไขใด เชิญกล่าวได้เต็มที่”
กู้จือจั๋วยิ้มบาง ๆ
“ในกฎหมายต้าฉี่ระบุไว้ว่า ‘ผู้ใดลักลอบเป็นชู้ หากฝ่ายหญิงมีสามีอยู่แล้ว ให้โบยเก้าสิบที ส่วนหญิงชู้ให้สามีมีสิทธิ์ขายต่อได้’”
นางจงใจเว้นช่วงครู่หนึ่ง
ในฐานะขันทีใหญ่หน้าพระที่นั่ง หลี่เต๋อซุ่นย่อมคุ้นเคยกับกฎหมายต้าฉี่เป็นอย่างดี ยิ่งช่วงนี้บัณฑิตที่นั่งประท้วงหน้าประตูอู่เหมินต่างท่องกฎหมาย เขียนบทความถวายฎีกาทุกวัน ต่อให้เดิมไม่แม่น บัดนี้ก็จำได้ขึ้นใจแล้ว
กู้จือจั๋วจึงกล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม
“กฎหมายต้าฉี่มีหลัก ‘ไถ่โทษ’ เงินหนึ่งร้อยตำลึงทองใช้แทนโทษโบยหนึ่งทีได้ โทษโบยเก้าสิบที เท่ากับเก้าพันตำลึงทอง คิดเช่นนี้คงไม่เกินเลยใช่หรือไม่?”
หลี่เต๋อซุ่นส่ายหน้า
“ไม่เกินเลย”
ก่อนออกจากวัง ฮ่องเต้รับสั่งไว้แล้วว่า หากตระกูลกู้ต้องการค่าชดเชยสิ่งใด ก็ให้รับปากได้ทั้งหมด
กู้จือจั๋วยิ้มอ่อนก่อนกล่าวต่อ
“ส่วนเรื่องที่กฎหมายระบุว่า ‘หญิงชู้ให้สามีมีสิทธิ์ขาย’... เดิมทีข้าคิดจะเก็บนางไว้ก็ได้ แต่เมื่อฮ่องเต้ทรงประสงค์จะรับนางไป ต่อให้ลำบากใจเพียงใด ตระกูลกู้ก็ไม่กล้าฝ่าฝืนพระราชประสงค์ เช่นนั้น... ก็ขายเถิด”
น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความดูแคลน ราวกับจี้ซื่อเป็นเพียงอนุหรือบ่าวไพร่ที่นายสามารถขายได้ตามใจ
หลี่เต๋อซุ่นหัวเราะแห้ง ๆ
“ไม่ทราบว่าคุณหนูกู้ตั้งราคาไว้เท่าใด?”
กู้จือจั๋วยิ้ม
“กงกงวางใจเถิด พวกเราทำการค้าซื่อสัตย์ ไม่โก่งราคาให้ท่านต้องมาต่อรองแน่นอน”
หลี่เต๋อซุ่นหลุดหัวเราะออกมา ก่อนรีบกลั้นไว้
กู้จือจั๋วเขย่ากระดิ่งทองเหลืองบนโต๊ะเบา ๆ
หัวหน้าพ่อบ้านเฉินจินเดินเข้ามาพร้อมสมุดบัญชีหนาเล่มหนึ่ง
“ส่งให้ท่านหลี่กงกง”
“ขอรับ”
เฉินจินยื่นสมุดบัญชีให้
หลี่เต๋อซุ่นรับมาอย่างงุนงง
“คุณหนูกู้... นี่หมายความว่าอย่างไร?”
กู้จือจั๋วตอบอย่างเรียบเฉย
“ตลอดแปดปีที่จี้ซื่ออยู่ในจวนกู้ เงินที่นางยักยอก รวมทั้งทรัพย์สินที่ลอบขาย ข้ารวบรวมไว้ในสมุดเล่มนี้หมดแล้ว ในนั้นยังมีเหมืองแร่เหล็กสองแห่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ นางเป็นผู้มอบให้หรงชินอ๋องด้วยตนเอง”
ไท่ฟูเหรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
นางรู้เพียงว่าจี้ซื่อยักยอกเงินและแอบส่งให้ตระกูลฝ่ายตน แต่ไม่เคยรู้เลยว่าเงินของตระกูลกู้กลับถูกส่งไปถึงฮ่องเต้ตั้งแต่ครั้งยังเป็นหรงชินอ๋อง
หลี่เต๋อซุ่นอ้าปากค้าง
กู้จือจั๋วตั้งใจใช้คำว่า “หรงชินอ๋อง” แทน “ฮ่องเต้” เพราะหากกล่าวว่าฮ่องเต้เอาเงินของตระกูลกู้ ย่อมเป็นการล่วงเกินพระองค์
นางกล่าวต่อ
“เมื่อฮ่องเต้ทรงยินดีไถ่ตัวจี้ซื่อ ตระกูลกู้ก็ไม่อาจโก่งราคา เงินและทรัพย์สินทั้งหมดนี้... คิดเพียงสองเท่าก็พอ”
นางยกสองนิ้วขึ้นยิ้ม ๆ
“ส่วนเหมืองแร่เหล็กทั้งสองแห่ง ไม่ต้องเพิ่มราคา ขอเพียงคืนมาตามเดิมก็พอ”
“กงกง เหมืองทั้งสองแห่งนี้ เป็นพระราชทานจากฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ มีพระราชโองการเป็นหลักฐาน มิใช่ทรัพย์ที่ตระกูลกู้ครอบครองโดยมิชอบ”
นางยกมือปิดปาก ยิ้มอย่างเรียบร้อย ราวกับกำลังทำการค้าธรรมดา
หลี่เต๋อซุ่นยิ้มขื่น สมุดบัญชีในมือหนักราวกับพันชั่ง
เฮ้อ... งานนี้ช่างเป็นงานที่ลำบากจริง ๆ
กู้จือจั๋วยังกล่าวต่อ
“ยังมีอีก...”
หลี่เต๋อซุ่นแทบอยากร้องไห้
“ยังมีอีกหรือ?”
กู้จือจั๋วยิ้มอ่อน
“กงกงอย่าเพิ่งรีบร้อน หลังจากออกหนังสือปล่อยอนุแล้ว ตระกูลกู้กับจี้ซื่อก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก ถูกต้องหรือไม่?”
“ถูกต้อง”
“เช่นนั้น หลานสาวของจี้ซื่อก็ไม่ควรอยู่ในจวนกู้อีก”
หลี่เต๋อซุ่นพยักหน้า
จี้หนานเค่อไม่ได้มีสายเลือดหรือความผูกพันใดกับตระกูลกู้อีกต่อไป จะอยู่ต่อก็ไม่มีเหตุผล
“ข้าจะให้คนมาช่วยคุณหนูจี้ย้ายออก”
กู้จือจั๋วยิ้ม
“มิสู้ให้คุณหนูจี้อยู่ในวังเป็นเพื่อนจี้ซื่อเสียเลย ท่านว่าอย่างไร?”
เรื่องเล็กเพียงนี้ หลี่เต๋อซุ่นตอบรับทันที
“จี้ซื่อย่อมอยากให้หลานสาวอยู่เคียงข้างเป็นแน่”
กู้จือจั๋วจึงกล่าวต่อ
“ในเมื่อทำครั้งเดียวก็ขอให้เสร็จ คุณหนูจี้ยังติดหนี้ตระกูลกู้อยู่ ขอให้ฮ่องเต้ทรงชำระแทนนางด้วย”
นางหยิบใบกู้หนี้แผ่นหนึ่งจากแขนเสื้อ ส่งให้หลี่เต๋อซุ่นด้วยตนเอง
อย่างไรเสีย เซี่ยจิ่งก็เป็นเพียงองค์ชายที่ไม่มีทรัพย์ จะหวังให้เขาใช้หนี้เอง คงไม่สู้ขายจี้หนานเค่อรวมไปกับจี้ซื่อเสียเลย
หลี่เต๋อซุ่นก้มดูใบกู้หนี้ เห็นลายมือรับรองขององค์ชายสามอยู่บนนั้น ใจก็พลันเย็นวาบ
กู้จือจั๋วกล่าวสรุป
“ตระกูลกู้มีเพียงเงื่อนไขเท่านี้ หากฮ่องเต้ทรงยินดีซื้อจี้ซื่อไป วันนี้ตระกูลกู้ก็จะออกหนังสือปล่อยอนุทันที”
หลี่เต๋อซุ่นฝืนยิ้มออกมา
คุณหนูกู้พูดจาสุภาพทุกคำ แต่ทั้งแผ่นดินนี้ จะมีสักกี่คนที่กล้าต่อรองกับฮ่องเต้ คิดบัญชีอย่างละเอียดถึงเพียงนี้ แม้แต่สมุดบัญชีก็เตรียมมาพร้อม
เรื่องอื่นยังพอว่า แต่เมื่อเกี่ยวพันถึงเหมืองแร่เหล็ก หลี่เต๋อซุ่นก็ไม่กล้ารับปากจริง ๆ
กู้จือจั๋วยิ้มอ่อน กล่าวช้า ๆ
“ท่านหลี่กงกง... ในเมื่อฮ่องเต้ทรงรักและทะนุถนอมจี้ซื่อถึงเพียงนี้ ย่อมไม่ทรงเสียดายสิ่งของเหล่านี้หรอกเจ้าค่ะ”
หลี่เต๋อซุ่นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสะแส้หางม้าในมือแล้วกล่าวว่า
“เช่นนั้น ข้าจะรีบกลับไปกราบทูลฮ่องเต้ ขอให้ไท่ฟูเหรินรอสักครู่”
“เชิญ”
กู้จือจั๋วกับพี่ชายเดินไปส่งเขาถึงหน้าประตู
ทันทีที่หลี่เต๋อซุ่นก้าวออกมา จี้หนานเค่อก็รีบเข้ามาถาม
“หลี่กงกง ตระกูลกู้รับพระราชโองการแล้วหรือยัง?”
หลี่เต๋อซุ่นไม่แม้แต่จะชายตามองนาง
เฮอะ... แม้แต่คุณหนูกู้ยังปฏิบัติต่อเขาด้วยความสุภาพ แต่คุณหนูจี้ผู้นี้ ตั้งแต่ออกจากวังก็เอาแต่สั่งการเขา บอกว่าตระกูลกู้จะต้องขัดพระราชโองการแน่ ให้เขาแข็งกร้าวเข้าไว้
หลี่เต๋อซุ่นเดินผ่านนางไป รีบกลับเข้าวัง และไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็รีบกลับมาอีกครั้ง
ไท่ฟูเหรินยังคงสวมเครื่องแต่งกายเต็มยศ นั่งรออยู่ในห้องโถง
หลี่เต๋อซุ่นก้าวข้ามธรณีประตูสูง ก่อนกล่าวว่า
“ฮ่องเต้ทรงยินยอมแล้ว”
“ยินยอม... ทุกข้อเลยหรือ?”
ไท่ฟูเหรินตกใจจนแทบลุกพรวด
เงื่อนไขที่เด็กจั๋วเสนอแต่ละข้อเรียกได้ว่าโหดร้าย นางยังคิดอยู่เลยว่าเป็นเพียงการทำให้ฮ่องเต้ถอดใจ ใครจะคิดว่าพระองค์จะตอบรับยินยอมทั้งหมด?
บ้าหรือเปล่า!
แม้แต่หลี่เต๋อซุ่นเองก็ยังแอบตะลึง
คุณหนูกู้พูดไม่ผิด ตอนแรกฮ่องเต้ยังทรงกริ้วที่ตระกูลกู้ไม่รู้จักประมาณตน แต่เพียงจี้ซื่อหลั่งน้ำตา กล่าวอย่างน่าสงสารเพียงหนึ่งสองประโยค พระองค์ก็ทรงยอมทุกอย่าง แม้แต่หนี้ที่จี้หนานเค่อติดไว้ ฮ่องเต้ก็ทรงใช้คืนให้ทั้งหมด
หลี่เต๋อซุ่นยืนอยู่นอกม่าน ได้ยินฮ่องเต้ทอดถอนใจพูดกับจี้ซื่อว่า
“หากตอนนั้นไม่ได้เจ้าช่วยหาเงินก้อนใหญ่ เหมืองแร่ และดินปืนให้ ข้าก็คงชิงตำแหน่งรัชทายาทมาไม่ได้ง่าย ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหนี้ที่ข้าติดค้างเจ้า...”
เขาได้แต่ถอนหายใจอยู่ในใจ
จากนั้นยื่นกล่องไม้ฮวาหลีฝังทองใบหนึ่งให้
กู้จือจั๋วโค้งรับ ก่อนเปิดกล่องออก
ภายในมีโฉนดและเอกสารกรรมสิทธิ์หลายฉบับ ที่สำคัญที่สุดคือ เรือเดินทะเลสองลำ และเหมืองแร่เหล็กสองแห่ง
เมื่อยืนยันว่าเป็นของจริงแล้ว รอยยิ้มพึงพอใจจึงปรากฏบนใบหน้าของกู้จือจั๋วเป็นครั้งแรก
นางใช้ข้อศอกกระทุ้งกู้อี่ช่านเบา ๆ ก่อนหยิบโฉนดเหมืองแร่เหล็กขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้าเขา
ดวงตาหงส์สองคู่ที่ละม้ายกันสบตา ก่อนยิ้มให้กันอย่างรู้ใจ
แปะ! แปะ!
หลี่เต๋อซุ่นตบมือ
ขันทีร่างใหญ่หลายคนช่วยกันยกหีบไม้หนักอึ้งเข้ามา
เมื่อเปิดออก ภายในแต่ละหีบเต็มไปด้วยอิฐทองคำและอิฐเงิน เรียงซ้อนกันจนส่องประกายแสบตา
“คุณหนูกู้ เชิญตรวจนับ”
กู้จือจั๋วอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง
“ขอบคุณท่านกงกง”
การขายจี้ซื่อพร้อมจี้หนานเค่อ ได้ราคาดีถึงเพียงนี้... ช่างคุ้มค่าเสียจริง
หลี่เต๋อซุ่นยิ้มตอบ
หลังตรวจนับเสร็จ กู้จือจั๋วยิ่งพึงพอใจ
นางโบกมืออย่างฉับไว
“ท่านย่า เขียนหนังสือปล่อยอนุเถิด”
ไท่ฟูเหรินสะดุ้งได้สติ
“อ้อ... ได้”
นางลุกขึ้นเงียบ ๆ
บ่าวรับใช้รีบจัดโต๊ะ วางพู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกให้พร้อม
หนังสือปล่อยอนุจัดทำสองฉบับ
ไท่ฟูเหรินหยิบต้นฉบับที่กู้จือจั๋วเขียนเตรียมไว้แล้ว วางไว้ด้านข้าง ก่อนคัดลอกตามทุกตัวอักษร
เมื่อเขียนเสร็จ ก็ส่งให้หลี่เต๋อซุ่น
หลี่เต๋อซุ่นรับมาอย่างยิ้มแย้ม แต่พออ่านเพียงแวบเดียว รอยยิ้มก็แข็งค้าง
“ไท่ฟูเหริน... แบบนี้... จะไม่แรงไปหน่อยหรือ?”
ในหนังสือปล่อยอนุระบุไว้ว่า
«“เนื่องจากจี้ซื่อลักลอบเป็นชู้กับบุรุษอื่น จึงให้ชายชู้ไถ่ตัวนางตามกฎหมาย นับแต่นี้ไป ความเป็นความตาย เกียรติยศหรือความอัปยศของนาง ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลกู้อีก”»
ไท่ฟูเหรินทำหน้าเคร่ง
“ไม่ดีหรือ?”
นี่เป็นข้อความที่เด็กน้อยจั๋วเขียนให้นางคัดลอก
เวลานางทำสีหน้าจริงจัง ความน่าเกรงขามก็ไม่ต่างจากอดีตเจิ้นกั๋วกง ราวกับกำลังย้อนถามเขาเสียเอง
หลี่เต๋อซุ่นรีบส่ายมือ
“ไม่ ไม่เลย”
อย่างไรเสีย คนลงลายมือชื่อก็ไม่ใช่เขา เขาจะไปยุ่งอะไรให้มากความ
เขาสั่งให้ขันทีน้อยนำหนังสือไปให้จี้ซื่อดู
เมื่ออ่านเนื้อหาแล้ว จี้ซื่อทั้งอับอายทั้งโกรธ แต่ก็กลัวว่าตระกูลกู้จะยื้อเวลาไว้ต่อรอง จึงจำใจประทับลายนิ้วมือ
จากนั้นขันทีน้อยก็นำกลับมาให้ไท่ฟูเหรินลงชื่อและประทับตรา
หลี่เต๋อซุ่นไปกับเฉินจินยังศาลจิงจ้าวเพื่อจดทะเบียน พร้อมประทับตราราชการให้เรียบร้อย
นับแต่นั้นเป็นต้นมา จี้ซื่อกับจวนเจิ้นกั๋วกงก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก
หนังสือปล่อยอนุมีสองฉบับ
ฉบับหนึ่งเก็บไว้ที่ตระกูลกู้
อีกฉบับมอบให้หลี่เต๋อซุ่น
หลี่เต๋อซุ่นถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เมื่อออกมาข้างนอก เขากล่าวกับจี้หนานเค่อที่ยังคงรออยู่
“คุณหนูจี้ กลับไปเก็บข้าวของเสีย พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนมารับท่านเข้าวัง”
จี้หนานเค่อรอผลลัพธ์นี้มาตั้งแต่บ่ายจนฟ้ามืด
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของนางก็สดใสขึ้นทันที
“เจ้าค่ะ”
ในที่สุด นางก็ไม่ต้องใช้ชีวิตอาศัยชายคาผู้อื่นอีก
ไม่ต้องคอยดูสีหน้าของกู้จือจั๋ว
ไม่ต้องฟังอีกฝ่ายย้ำครั้งแล้วครั้งเล่าว่า นางเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของจวนเจิ้นกั๋วกง
ในที่สุด... นางก็จะได้จากสถานที่น่ารังเกียจแห่งนี้เสียที
จี้หนานเค่อหันกลับไปมองห้องโถง
นางเลิกคิ้ว แล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ
แต่กู้จือจั๋วไม่มีเวลาสนใจนางเลย
นางสั่งให้คนยกหีบทองคำและเงินทั้งหมดเข้าคลัง จากนั้นหยิบโฉนดเหมืองแร่เหล็กขึ้นมาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนตบลงบนมือของกู้อี่ช่านอย่างจริงจัง
“ให้พี่”
“คราวนี้... พวกเราก็มีแร่เหล็กสำหรับทำลูกธนูเหล็กแล้ว”
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a595bb1d9b57e8c076e7020
🥀➡️ บทถัดไป
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a595be66d004d3f305d8dbf
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม กดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
โฆษณา