17 ก.ค. เวลา 01:44 • ท่องเที่ยว

Greece (18) …Delphi : Above the Sanctuary

เมื่อศิลปะ ดนตรี และธรรมชาติ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
“หลังจากได้รับคำพยากรณ์จากเทพอพอลโลแล้ว…การเดินทางยังไม่สิ้นสุด”
ผู้แสวงบุญส่วนใหญ่ไม่ได้รีบเดินกลับลงจากเขา
ตรงกันข้าม… พวกเขากลับค่อย ๆ เดินสูงขึ้นไปอีก
.. เหนือวิหารของเทพอพอลโล เหนือถนนศักดิ์สิทธิ์ เหนือของถวายจากนครรัฐต่าง ๆ
.. และเมื่อก้าวขึ้นบันไดหินขั้นสุดท้าย โรงละครหินขนาดใหญ่ก็ค่อย ๆ ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
.. นี่คือ The Theatre of Delphi โรงละครของเทพแห่งดนตรี
หลายคนจดจำเทพอพอลโลในฐานะเทพแห่งคำพยากรณ์ .. แต่สำหรับชาวกรีก พระองค์ยังเป็น เทพแห่งแสงสว่าง เทพแห่งดนตรี เทพแห่งบทกวี เทพแห่งการขับร้อง และผู้อุปถัมภ์ศิลปะทุกแขนง
ดังนั้น โรงละครแห่งนี้จึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง .. แต่เป็นส่วนหนึ่งของศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์เป็นสถานที่ที่เสียงเพลงและบทกวี ถูกยกขึ้นเป็นเครื่องบูชาแด่เทพเจ้า
เมื่อเสียงพิณดังก้องไปทั่วหุบเขา
ทุก ๆ สี่ปี เดลฟีจะคึกคักเป็นพิเศษ .. ผู้คนจากทั่วโลกกรีกเดินทางมารวมตัวกันเพื่อร่วม Pythian Games
.. หลายคนรู้จักการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แต่กลับไม่ค่อยรู้ว่า การแข่งขันที่เดลฟีมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใดเพราะนอกจากการแข่งขันกีฬาแล้ว ยังมีการประกวดดนตรี การบรรเลงพิณไลร์ การขับร้อง การประพันธ์บทกวี และการแสดงละคร
ทั้งหมดจัดขึ้นเพื่อถวายแด่เทพอพอลโล .. รางวัลที่ผู้ชนะได้รับ ไม่ใช่ทองคำหรือเงิน แต่คือ พวงใบลอเรลสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศสูงสุดของผู้ได้รับการยอมรับจากเทพแห่งศิลปะ
โรงละครที่ธรรมชาติเป็นผู้ออกแบบ
เราเดินขึ้นไปจนถึงแถวบนสุดของอัฒจันทร์หิน แล้วหันกลับมามองเบื้องล่าง
.. ภาพที่เห็นทำให้ต้องหยุดยืนอยู่นาน เบื้องหน้าคือวิหารของเทพอพอลโล
.. ถนน Sacred Way คดเคี้ยวผ่าน Treasury และอนุสรณ์สถานต่าง ๆ
.. ไกลออกไปคือหุบเขาสีเขียวทอดยาวสุดสายตา
.. และเหนือทุกสิ่ง คือเทือกเขาพาร์นัสซัสอันสง่างาม
ในวินาทีนั้น เราเริ่มเข้าใจว่า สถาปนิกของเดลฟีไม่ได้สร้างเพียงอาคาร .. แต่กำลังออกแบบ “ประสบการณ์”ให้ผู้คนค่อย ๆ เดินขึ้นมาจนถึงจุดที่สามารถมองเห็นทุกสิ่งพร้อมกัน
เหมือนชีวิตของเรา บางครั้ง… เมื่อมองจากที่สูงขึ้น เราก็เข้าใจเรื่องราวที่เคยมองไม่เห็น
บทละครของชีวิต
ลองจินตนาการว่า… เมื่อสองพันห้าร้อยปีก่อน อัฒจันทร์แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้ชมหลายพันคน นักแสดงสวมหน้ากากโศกนาฏกรรมเดินออกมาบนเวที
.. เสียงพิณดังแผ่วเบา นักร้องประสานเสียงเริ่มขับบทกวี
.. ขณะที่เบื้องหลังของเวที คือวิหารของเทพอพอลโลและภูเขาพาร์นัสซัส
ไม่มีฉากใดงดงามไปกว่าธรรมชาติ
ไม่มีโรงละครใดโอ่อ่าไปกว่าภูเขาทั้งลูก
และไม่มีผู้กำกับคนใด ยิ่งใหญ่ไปกว่าเวลา
เมื่อหันกลับไปมองเส้นทางที่ผ่านมา
ฉันนั่งลงบนขั้นหินอันเย็นเยียบ แล้วมองย้อนกลับไปยังสถานที่ทั้งหมดที่เราเพิ่งเดินผ่านมา
The Agora… ที่ซึ่งผู้คนยังใช้ชีวิตตามปกติ
Sacred Way… ที่ค่อย ๆ พาเราห่างออกจากโลกของผู้คน
Omphalos… ศูนย์กลางแห่งจักรวาลในความเชื่อของชาวกรีก
Treasury… ที่เก็บทั้งทรัพย์สมบัติและความภาคภูมิใจของนครรัฐต่าง ๆ
Temple of Apollo… หัวใจของเดลฟี
และในที่สุด The Theatre… สถานที่ที่ทำให้ฉันเข้าใจว่า ชาวกรีกไม่เคยแยกศาสนาออกจากศิลปะ ไม่เคยแยกปัญญาออกจากความงาม และไม่เคยแยกมนุษย์ออกจากธรรมชาติ
.. ทุกสิ่งหลอมรวมกันอย่างกลมกลืน ราวกับเป็นบทเพลงบทเดียว
แสงอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ ทาบลงบนเสาหินของวิหารอพอลโล .. เงาของอัฒจันทร์ทอดยาวลงสู่หุบเขาผู้คนเริ่มทยอยเดินกลับ เหลือเพียงสายลมที่ยังคงพัดผ่านภูเขาพาร์นัสซัสเช่นเดียวกับเมื่อสองพันห้าร้อยปีก่อน
ฉันหันกลับไปมองเดลฟีอีกครั้ง ก่อนจะเดินลงจากโรงละครอย่างช้า ๆ
.. แล้วจึงเข้าใจว่า ผู้คนไม่ได้เดินทางมาที่นี่เพียงเพื่อถามอนาคตจากเทพอพอลโล
แต่เพื่อเรียนรู้ว่า… คำตอบของชีวิต ไม่ได้อยู่เพียงในถ้อยคำของเทพเจ้า แต่อยู่ในทุกย่างก้าวของการเดินทางที่นำเรามาถึงที่นี่
โฆษณา