Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Principle Law & Advisory
•
ติดตาม
17 ก.ค. เวลา 12:00 • ธุรกิจ
มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์กับภาระใหม่ของธุรกิจที่ถือครองหรือประมวลผลข้อมูลภาครัฐ
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้ว โดยสาระสำคัญของพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือการวางกลไกให้หน่วยงานของรัฐสามารถเปิดเผยและเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำบริการภาครัฐและการจัดสวัสดิการให้แก่ประชาชนแบบมุ่งเป้า
แม้กฎหมายฉบับนี้จะกำหนดหน้าที่แก่หน่วยงานของรัฐเป็นหลัก แต่ในทางปฏิบัติอาจส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจภาคเอกชนที่ให้บริการด้านเทคโนโลยี ระบบคลาวด์ การจัดเก็บข้อมูล หรือการประมวลผลข้อมูลให้แก่หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานที่ได้รับข้อมูลต้องรักษาความลับอย่างเข้มงวด
มาตรา 3 ของพระราชกฤษฎีกากำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่ร้องขอและได้รับข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล มีหน้าที่รักษาข้อมูลดังกล่าวและต้องไม่เปิดเผยต่อไปยังบุคคลภายนอก ไม่ว่าบุคคลภายนอกนั้นจะเป็นหน่วยงานของรัฐหรือภาคเอกชนก็ตาม ที่สำคัญ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด โดยกฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
นอกจากนี้ เหตุผลท้ายพระราชกฤษฎีกายังระบุว่า การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มีการเชื่อมโยงกันต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ยังอาศัยเพียงนโยบายหรือมาตรฐานภายในองค์กร โดยไม่มีระบบบริหารจัดการหรือการรับรองมาตรฐานที่เป็นรูปธรรม อาจจำเป็นต้องเร่งยกระดับระบบล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เสียเปรียบเมื่อหลักเกณฑ์ดังกล่าวถูกนำมาใช้จริง
ข้อมูลที่เชื่อมโยงอาจเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย เหตุผลท้ายพระราชกฤษฎีกายังระบุว่า การเชื่อมโยงข้อมูลมีวัตถุประสงค์ส่วนหนึ่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและการปราบปรามความผิดร้ายแรง เช่น องค์กรอาชญากรรม การทุจริตคอร์รัปชัน การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงออนไลน์ จึงมีความเป็นไปได้ว่าข้อมูลซึ่งภาคเอกชนได้รับมอบหมายให้จัดเก็บ เข้าถึง หรือประมวลผลแทนหน่วยงานรัฐ อาจเป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูงและเกี่ยวข้องกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย
ผู้ประกอบการจึงไม่ควรมองการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเพียงภาระตามสัญญาทั่วไป แต่ควรถือเป็นประเด็นด้านการบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลองค์กรที่มีความสำคัญในระดับสูง
ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าระบบของตนเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด อาจสูญเสียโอกาสในการเข้าร่วมประมูลหรือรับงานจากหน่วยงานรัฐในอนาคต
แม้รายละเอียดของมาตรฐานและหลักเกณฑ์จะต้องรอการประกาศจากคณะกรรมการต่อไป แต่ทิศทางของกฎหมายสะท้อนอย่างชัดเจนว่า Cybersecurity จะไม่ใช่เพียงเรื่องทางเทคนิคของฝ่าย IT อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นทั้งหน้าที่ทางกฎหมาย เงื่อนไขทางสัญญา และคุณสมบัติสำคัญในการแข่งขันเพื่อรับงานภาครัฐ
ผู้ประกอบการที่เริ่มปรับระบบและเตรียมหลักฐานแสดงการปฏิบัติตามมาตรฐานตั้งแต่วันนี้ ย่อมมีความพร้อมมากกว่าเมื่อข้อกำหนดใหม่ถูกนำมาใช้บังคับอย่างเป็นรูปธรรม
Principle Law & Advisory
www.principlethailand.com
Get in Touch :(+66)82–856–3644
attorney@principlethailand.com
.
FB : principlelawandadvisory
Blockdit :
https://www.blockdit.com/principle.law.advisory
Medium :
https://medium.com/@principle.law.advisory
Linkedin :
https://www.linkedin.com/company/principle-law-advisory/
.
#PrincipleLawAndAdvisory #LegalExcellence #YourLegalPartners #BusinessLaw #RealEstateLaw #HotelLaw #TechLaw #StartupLaw #ClientSuccess #Med
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย