17 ก.ค. เวลา 13:04 • ท่องเที่ยว

Greece (21)… Delphi : Delphi Museum : The Charioteer of Delphi

ชายหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งมากว่า 2,500 ปี
หลังจากเดินผ่านห้องแล้วห้องเล่า ในที่สุด ฉันก็มาถึงห้องสุดท้าย .. กลางห้องนั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่โดยลำพัง สงบนิ่ง ไม่มีรถม้า ไม่มีม้าศึก ไม่มีเสียงโห่ร้องของชัยชนะ .. เหลือเพียงมือที่ยังจับสายบังเหียน และดวงตาที่ทอดมองออกไปอย่างสงบ ...
เขาเป็นเพียง… ชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่กำลังยืนอยู่เงียบ ๆกลางห้องพิพิธภัณฑ์ .. แต่ยิ่งมองกลับยิ่งละสายตาไม่ได้ และเหมือนถูกดึงดูดด้วยพลังลึกลับ สายตาของทุกคนที่เดินเข้ามา กลับหยุดอยู่ที่เขาโดยไม่ได้นัดหมาย
เขาคือ The Charioteer of Delphi .. นักขับรถม้าผู้ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน Pythian Games ซึ่งเป็นการแข่งขันอันทรงเกียรติที่จัดขึ้นทุกสี่ปี เพื่อถวายแด่เทพอพอลโล ณ เดลฟี .. อาจจะเทียบได้กับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในยุคโบราณ เพียงแต่จัดขึ้นเพื่อยกย่องเทพแห่งแสงสว่าง ดนตรี และคำพยากรณ์
ในกรีกโบราณ การแข่งขันรถม้าไม่ได้เป็นเพียงกีฬา แต่เป็นศักดิ์ศรีของนครรัฐที่ กษัตริย์ ชนชั้นสูง และผู้ปกครอง ต่างส่งทีมของตนเข้าร่วมแข่งขัน
การจะชนะได้ .. ต้องอาศัยทั้งม้าที่ดีที่สุด รถม้าที่ดีที่สุด การฝึกที่ดีที่สุด และ… คนขับที่ดีที่สุด
.. การควบม้าสี่ตัวให้วิ่งด้วยความเร็วสูงรอบสนาม ไม่ต่างอะไรกับการขับรถแข่งฟอร์มูลาวันในยุคปัจจุบันเพียงแต่เดิมพันด้วยชีวิต อุบัติเหตุเกิดขึ้นแทบทุกการแข่งขัน .. รถคว่ำ ม้าชนกัน คนถูกเหยียบเสียชีวิตไม่ใช่เรื่องแปลก
.. การกลับออกมาจากสนามได้อย่างปลอดภัย ก็นับว่าโชคดีแล้ว
.. แต่ชายหนุ่มคนนี้ ทำได้มากกว่านั้น เขาได้รับชัยชนะ
หลายคนคิดว่า เมื่อผู้ชนะได้รับชัยชนะ ศิลปินก็ควรสลักภาพแห่งความดีใจ
.. แต่ศิลปินกรีกกลับเลือกสิ่งที่ตรงกันข้าม.. ไม่มีเสียงตะโกน ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีการชูมือ ไม่มีแม้แต่การก้าวเดิน ไม่มีรอยยิ้มแห่งชัยชนะ ไม่มีแม้แต่ท่วงท่าที่แสดงความภาคภูมิใจ
เขาเพียง… ยืนนิ่ง สงบ เหมือนเพิ่งลงจากรถม้า แล้วปล่อยให้หัวใจกลับมาเต้นเป็นปกติ ไม่ได้แสดงท่าทางของ “ผู้ชนะ”
นั่นไม่ใช่ความบังเอิญ หากแต่เป็นอุดมคติของชาวกรีก .. ประติมากรรมชิ้นนี้ ไม่ได้พูดถึง “ชัยชนะ”
แต่พูดถึง…“ความสง่างามของผู้ชนะ”
พวกเขามีคำคำหนึ่ง “Sophrosyne” ซึ่งเป็นคำที่แปลได้ยากมาก .. เพราะรวมทั้ง ความพอดี การควบคุมตนเอง ความสงบ สติ และความไม่หลงระเริง
.. คนกรีกเชื่อว่า ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การเอาชนะคู่ต่อสู้ .. แต่คือการเอาชนะความหลงตัวเอง
.. ผู้ที่ยังสงบนิ่งได้ แม้ในวันที่โลกทั้งโลกกำลังปรบมือให้ต่างหาก คือผู้ชนะที่แท้จริง
“ชัยชนะที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงเสมอไป”
ทันใดนั้น ฉันก็เข้าใจว่าทำไมเขาจึงไม่ยิ้ม .. เพราะรอยยิ้มอาจเป็นของชั่วครู่ แต่ความสงบนิ่งอยู่ได้ชั่วนิรันดร์
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ รายละเอียดที่ศิลปินสร้างไว้ทำให้ต้องตะลึง
ดวงตาไม่ได้หล่อจากสำริด .. แต่ฝังด้วยหินสีและแก้ว จนดูเหมือนกำลังมองตอบเรา
ริมฝีปาก ใช้ทองแดงสีแดง ทำให้ดูมีเลือดฝาด
แม้เส้นผมแต่ละเส้น ก็แกะอย่างละเอียด
รอยจีบของเสื้อคลุม ไหลลงมาตามแรงโน้มถ่วงอย่างเป็นธรรมชาติ .. ทั้งที่ทั้งหมดนี้ทำจากโลหะ ไม่ใช่ผ้า
ฉันก็สังเกตเห็นมือของเขา ทั้งสองข้างยื่นออกไป เหมือนกำลังจับอะไรบางอย่าง
ใช่… เขากำลังจับสายบังเหียน เพียงแต่รถม้าหายไปแล้ว ม้าทั้งสี่ตัวหายไปแล้ว เด็กผู้ช่วยหายไปแล้วเหลือเพียงชายหนุ่มกับมือที่ยังจำหน้าที่ของตัวเองได้
ภาพนั้นทำให้ฉันสะเทือนใจอย่างประหลาด
บางครั้ง… ชีวิตก็เป็นเช่นนั้น เราอาจสูญเสียทุกสิ่งที่เคยอยู่รอบตัว แต่สิ่งที่เหลืออยู่ คือหน้าที่ คุณค่า และตัวตน ซึ่งไม่มีใครพรากไปได้
ยิ่งน่าอัศจรรย์ไปกว่านั้น รูปสลักสำริดกรีกแทบทั้งหมดถูกหลอมทำลาย เพราะสำริดมีค่ามาก .. แต่เขากลับรอดชีวิต เพราะแผ่นดินไหว ก้อนหินมหึมาถล่มลงมาปกคลุมเขาไว้
สิ่งที่เคยเป็นภัยพิบัติ กลับกลายเป็นผู้พิทักษ์ ซ่อนชายหนุ่มคนนี้ไว้ใต้ผืนดินนานกว่า 2,000 ปี .. เขาเป็นผู้รอดพ้นจากไฟสงคราม แผ่นดินไหว และการหลอมโลหะในยุคต่อมา จนกระทั่งนักโบราณคดีค้นพบเขาในปี ค.ศ. 1896 ราวกับเขาเพิ่งหลับไปเมื่อวาน จนกลายเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของโลก
ฉันยืนมองเขาอยู่ครู่ใหญ่ แล้วจึงเข้าใจว่า พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้เก็บรักษาหินอ่อน สำริด หรือเครื่องปั้นดินเผา .. แต่กำลังเก็บรักษา “ความทรงจำของมนุษยชาติ” ให้คนรุ่นหลังอย่างเรา ได้เรียนรู้ว่า…
อาณาจักรอาจล่มสลาย วิหารอาจพังทลาย ผู้คนอาจจากโลกนี้ไปนานแล้ว แต่ศิลปะ ศรัทธา และความปรารถนาที่จะสร้างสิ่งงดงาม ยังคงเดินทางข้ามกาลเวลามาพบเราที่เดลฟี
โฆษณา