18 ก.ค. เวลา 08:04 • ท่องเที่ยว

Greece (24).. Meteora : Sunrise @ Agias Triadas Monadtery

เมื่อคืน… ฉันมอง Meteora ด้วยสายตาของนักท่องเที่ยว ชื่นชมความงดงามของพระอาทิตย์อัสดง เฝ้ามองอารามที่ตั้งอยู่บนยอดหินแล้วก็อดตั้งคำถามไม่ได้
“ทำไม…” ทำไมผู้คนเมื่อหลายร้อยปีก่อน จึงเลือกสร้างอารามไว้บนยอดหินที่แทบไม่มีพื้นที่เช่นนี้
คำถามนั้นยังค้างอยู่ในใจ และดูเหมือนว่า…รุ่งเช้าของวันใหม่ กำลังจะเป็นผู้ตอบ
นาฬิกาปลุกดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังมืด
อากาศยามเช้าของเมือง Kalambaka เย็นกว่าที่คิด ลมบาง ๆ พัดผ่านจนต้องหยิบผ้าคลุมไหล่ติดตัวออกมาด้วย .. ถนนบนเขายังเงียบ
ร้านค้าทั้งหมดยังปิด .. แสงไฟจากบ้านเรือนค่อย ๆ ดับลงทีละหลัง
ขณะที่รถของเราค่อย ๆ ไต่ถนนคดเคี้ยวขึ้นสู่จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น
เบื้องหน้า… ท้องฟ้ายังคงเป็นสีน้ำเงินเข้ม แต่ตรงขอบฟ้าด้านตะวันออก เริ่มมีแถบสีทองอ่อน ๆ ปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ
เมื่อมาถึงจุดชมวิว มีนักท่องเที่ยวอยู่บ้างแล้ว
.. บางคนกำลังประกอบขาตั้งกล้อง บางคนนั่งเงียบ ๆ บนพื้นหญ้า บางคนเลือกเพียงยืนมองท้องฟ้า โดยไม่พูดอะไรเลย
.. ไม่มีเสียงอึกทึก ไม่มีใครเร่งรีบ ราวกับทุกคนรู้ว่า… ช่วงเวลานี้ ไม่ควรถูกทำลายด้วยเสียงดัง
.. มีเพียงเสียงลม เสียงนกร้องรับอรุณแว่วมาจากไกลๆ และเสียงชัตเตอร์ของกล้องที่ดังเป็นครั้งคราว
แสงแรกของวันค่อย ๆ แตะสันเขา จากนั้นจึงไหลลงมาตามผิวหินสีเทา .. ร่องหินที่เมื่อคืนยังจมอยู่ในเงามืดเริ่มเผยให้เห็นลวดลายที่ธรรมชาติใช้เวลาสลักมานานหลายล้านปี
แล้วในที่สุด… อารามหลังหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างสง่างาม ราวกับกำลังลอยอยู่บนแท่นหินยักษ์
แสงสีทองของเช้าวันใหม่ ค่อย ๆ อาบกำแพงหินสีอ่อน หลังคากระเบื้องสีแดง และยอดโดมเล็ก ๆ ของโบสถ์
ภาพตรงหน้า…งดงามจนแทบลืมหายใจ
ฉันยกกล้องขึ้น แต่กลับวางลงอีกครั้ง
บางภาพ… อาจไม่จำเป็นต้องรีบบันทึก เพียงแค่ปล่อยให้ดวงตาและหัวใจเป็นผู้จดจำเสียก่อน
ฉันเลือกนั่งลงบนพื้นหญ้า ปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่าน .. มองดูแสงเช้าค่อย ๆ เปลี่ยนสีของภูเขาทีละน้อย
นักถ่ายภาพหลายคนเริ่มเปลี่ยนมุม .. บางคนคุกเข่า บางคนนอนราบไปกับพื้น บางคนหมอบอยู่ท่ามกลางดอกไม้ป่า เพื่อให้ได้องค์ประกอบภาพที่ดีที่สุด
ภาพเหล่านั้นทำให้ฉันยิ้ม เพราะทุกคนกำลังไล่ตาม “แสงเดียวกัน” .. แต่ไม่มีใครได้ภาพเดียวกันเลย
แสงของพระอาทิตย์ขึ้น… เปลี่ยนไปทุกวินาที เช่นเดียวกับความรู้สึกของผู้ที่ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่มีใครมองเห็น Meteora เหมือนกันเสียทีเดียว
เมื่อคืน…ฉันมองเห็นเพียงความสวยงาม
แต่เช้าวันนี้ ฉันเริ่มมองเห็น “ความเป็นไปได้” ... แล้วคำถามเดิมก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง
คนสมัยนั้น ขึ้นไปสร้างอารามได้อย่างไร บนยอดหินที่แทบไม่มีพื้นราบ
.. ไม่มีถนน ไม่มีเครื่องจักร ไม่มีเครน .. แม้แต่การเดินขึ้นไปก็ยังดูยากเหลือเกิน แล้วพวกเขาทำได้อย่างไร
เมื่อเริ่มค้นเรื่องราวของ Meteora ฉันจึงพบว่า… สิ่งที่คิดไว้เมื่อคืน ไม่ได้ถูกต้องทั้งหมด
หลายคน รวมทั้งตัวฉันเอง เคยเชื่อว่า นักพรตเลือกสร้างอารามไว้บนยอดผา เพราะต้องการอยู่ “ใกล้สวรรค์”
ความคิดนี้ฟังดูงดงาม และอาจไม่ผิดเสียทีเดียวในเชิงสัญลักษณ์ ... แต่หากมองจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เหตุผลสำคัญกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13–14 ดินแดนกรีซเผชิญความไม่สงบจากสงคราม การแย่งชิงอำนาจ และการปล้นสะดมอย่างต่อเนื่อง
... นักพรตออร์โธดอกซ์จำนวนหนึ่ง ซึ่งเดิมใช้ชีวิตภาวนาอยู่ตามถ้ำและเชิงเขา เริ่มมองหาสถานที่ที่ทั้งสงบและปลอดภัย
และพวกเขาก็พบคำตอบ บนยอดหินอันยากจะเข้าถึงเหล่านี้ ... แท่งหินที่นักเดินทางมองว่า “ขึ้นไปไม่ได้”กลับกลายเป็นป้อมปราการที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้ ศัตรูขึ้นไปได้ยาก
ผู้แสวงหาความสงบกลับสามารถใช้ชีวิตภาวนาได้อย่างต่อเนื่อง .. ความสูงของภูเขา จึงไม่ได้มีไว้เพื่อให้ “ใกล้พระเจ้า” เพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้พวกเขา “ห่างจากความวุ่นวายของโลก”
และบางครั้ง… การเข้าใกล้พระเจ้า อาจเริ่มต้นจากการถอยห่างจากเสียงอึกทึกของมนุษย์ก็เป็นได้
เช้าวันนั้น… ขณะที่พระอาทิตย์ค่อย ๆ สูงขึ้นเหนือขอบฟ้า
ฉันรู้สึกว่า เมื่อคืนภูเขาได้ตั้งคำถามกับฉัน และเช้าวันนี้… ภูเขาก็เริ่มตอบแล้ว
แต่คำตอบทั้งหมด ยังรออยู่ภายในอาราม… ที่เรากำลังจะเดินเข้าไปเยี่ยมชมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
โฆษณา