18 ก.ค. เวลา 08:28 • ท่องเที่ยว

Greece (25) .. Meteora : Monastry of Grand Meteoron

ศรัทธาที่สร้างอารามเหนือเมฆ
หลังจากใช้เวลาหลายวันเดินทางท่ามกลางกลุ่มอารามของ Meteora ในที่สุดก็มาถึงจุดหมายที่รอคอยมากที่สุด… Grand Meteoron อารามที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุด และถือเป็นต้นกำเนิดของชุมชนสงฆ์บนยอดหินแห่งนี้
เพียงมองจากระยะไกล ก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมผู้คนทั่วโลกจึงยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของกรีซ
กลุ่มอาคารหินสีอ่อนทอดตัวอยู่บนยอดแท่งหินมหึมา ราวกับธรรมชาติสร้างฐานหินไว้ก่อน แล้วจึงมีมนุษย์ขึ้นไปวางอารามไว้บนยอด
เมื่อแสงแดดยามเช้าสาดลงบนกำแพงหินและหลังคากระเบื้องสีแดง ภาพเบื้องหน้าดูราวกับเมืองเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ระหว่างพื้นพิภพกับท้องฟ้า
“ศาสนสถานลอยฟ้า” สร้างในสถานที่ที่ดูเหมือน “เป็นไปไม่ได้”
เมื่อกว่า 600 ปีก่อน นักบุญ Athanasios the Meteorite เลือกยอดหินแห่งนี้เป็นสถานที่ปลีกวิเวก และก่อตั้งอาราม Grand Meteoron ขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14
คำถามแรกที่เกิดขึ้นในใจของผู้มาเยือนแทบทุกคนคือ “แล้วเขาสร้างขึ้นมาได้อย่างไร?”
.. เพราะในสมัยนั้น ไม่มีถนน ไม่มีบันได ไม่มีสะพาน ไม่มีเครื่องจักร
.. ทุกก้อนหิน ทุกท่อนซุง ทุกแผ่นกระเบื้อง รวมถึงเสบียงอาหาร ต้องอาศัยแรงคน เชือก และศรัทธาในการลำเลียงขึ้นสู่ยอดผา .. เพียงคิดก็รู้สึกเหลือเชื่อแล้ว
.. แต่เมื่อเดินมาถึงด้านหน้าของอาราม ความอัศจรรย์ยังไม่จบเพียงเท่านั้น
ป้อมหินสองแห่ง กับสลิงที่ยังทำงานอยู่จนถึงทุกวันนี้
สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาฉันมาก คือ หอคอยหินสูงสองแห่ง ที่ตั้งอยู่คนละฝั่งของหน้าผา ราวกับกำลังเฝ้ามองกันอยู่ตลอดเวลา .. เมื่อสังเกตดี ๆ จะเห็น สายสลิงเหล็กพาดข้ามระหว่างป้อมทั้งสอง และที่น่าทึ่งยิ่งกว่า คือยังมี ตู้ลำเลียงขนาดเล็ก วิ่งอยู่บนสลิงเส้นนั้น
แม้ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจะสามารถเดินขึ้นอารามด้วยบันไดหินที่สร้างไว้อย่างมั่นคง แต่สำหรับพระสงฆ์ สิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันยังคงถูกลำเลียงขึ้นลงด้วยระบบสลิง
.. อาหารสด ผัก ผลไม้ ถังน้ำมัน วัสดุซ่อมแซมอาคาร เครื่องใช้ต่าง ๆ
.. ล้วนเดินทางผ่านตู้ลำเลียงเล็ก ๆ ที่เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ เหนือเหวลึกหลายร้อยเมตร
ภาพนั้นทำให้รู้สึกว่า แม้โลกจะก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 แล้ว แต่ Grand Meteoron ก็ยังคงเลือกใช้วิธีที่เคารพธรรมชาติของภูเขา ลดการรบกวนสภาพแวดล้อม และสืบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมของอารามเอาไว้
ตู้ลำเลียงเล็ก ๆ ที่ดูธรรมดาในสายตานักท่องเที่ยว ... แท้จริงแล้วคือ “เส้นเลือดใหญ่” ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนบนยอดหินแห่งนี้
จากตาข่ายเชือก…สู่บันไดหิน
ในอดีต ก่อนจะทางเดินและมีบันไดอย่างทุกวันนี้ .. พระสงฆ์ ผู้แสวงบุญ และผู้มาเยือน จะต้องนั่งอยู่ในตาข่ายเชือกขนาดใหญ่ ก่อนถูกชักขึ้นจากเบื้องล่างด้วยแรงคน ... แม้แต่เสบียง เครื่องใช้ และวัสดุก่อสร้างก็ใช้วิธีเดียวกัน
ต่อมาเมื่อการเดินทางสะดวกขึ้น จึงค่อย ๆ สร้างบันไดหินที่แกะสลักแนบไปกับหน้าผา
ระหว่างเดินขึ้น ฉันเงยหน้ามองกำแพงหินสูงตระหง่านอยู่หลายครั้ง .. ทุกก้าวยิ่งทำให้เกิดคำถามว่า คนในยุคนั้นเอาพลังจากที่ใดมาสร้างสิ่งที่ดูเป็นไปไม่ได้เช่นนี้
คำตอบคงมีเพียงคำเดียว “ศรัทธา”
ลานหินที่เต็มไปด้วยความสงบ .. เมื่อผ่านประตูอารามเข้าไป โลกอีกใบก็เริ่มต้นขึ้น
.. ต้นไซเปรสสูงชะลูด กระถางดอกเจอราเนียมสีชมพูสด กำแพงหินอายุหลายร้อยปี เสียงลมพัดผ่านใบไม้เบา ๆ
.. ทุกอย่างสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด ไม่มีความหรูหรา แต่มีความงดงามที่เกิดจากความเรียบง่าย
โบสถ์หลัก…หัวใจของ Grand Meteoron
ศูนย์กลางของอารามคือ Katholikon โบสถ์หลักที่สร้างตามศิลปะไบแซนไทน์ ภายนอกดูเรียบง่าย ... แต่เมื่อก้าวผ่านประตูเข้าไป ความงดงามก็ปรากฏอยู่ทุกตารางนิ้ว
... ผนัง เสา เพดานโค้ง และโดม ล้วนปกคลุมด้วยจิตรกรรมฝาผนังสีสันสดใส
เรื่องราวจากพระคัมภีร์ถูกถ่ายทอดผ่านภาพเขียนอย่างละเอียดงดงาม .. ภาพนักบุญ ภาพพระเยซู เหตุการณ์สำคัญในคริสต์ศาสนา รวมทั้งภาพการพิพากษาครั้งสุดท้าย
ในยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังอ่านหนังสือไม่ออก .. ภาพเหล่านี้จึงทำหน้าที่เป็น “พระคัมภีร์ที่มองเห็นได้”
ครัวโบราณ…ที่ยังมีกลิ่นอายของชีวิต
อีกมุมหนึ่งที่ตรึงใจฉันไม่น้อย คือครัวโบราณของอาราม .. เตาอบหิน หม้อทองแดงใบใหญ่ ชั้นวางจานดินเผา เครื่องครัวไม้ เครื่องเทศ กระเทียม และเครื่องใช้ต่าง ๆ ถูกเก็บรักษาไว้อย่างเป็นระเบียบ
เมื่อยืนอยู่ตรงนั้น เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปหลายร้อยปี ..
จินตนาการเห็นนักบวชช่วยกันเตรียมอาหารอย่างเรียบง่าย ชีวิตที่ไม่มีความฟุ่มเฟือย แต่เต็มไปด้วยความพอดี
มองออกไปจากระเบียง สายตามองเห็นแท่งหินมหึมานับไม่ถ้วนตั้งเรียงราย
.. หมู่บ้าน Kalambaka อยู่เบื้องล่าง ผืนป่า ทุ่งนา และเทือกเขา Pindus โอบล้อมอยู่สุดสายตา
คำว่า Meteora มีความหมายว่า “แขวนลอยอยู่กลางอากาศ”
.. และเมื่อมายืนอยู่ตรงนี้ จึงเข้าใจว่า คำนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงอารามที่ตั้งอยู่บนยอดหิน .. แต่ยังหมายถึงความรู้สึกของหัวใจ ที่เหมือนถูกยกขึ้นเหนือความวุ่นวายของโลก
ก่อนเดินจากมา ฉันหันกลับไปมอง Grand Meteoron อีกครั้ง .. กำแพงหินยังคงตั้งมั่น โดมโบสถ์ยังคงสงบนิ่ง ธงชาติกรีซยังคงโบกสะบัดอยู่เหนือยอดผา
.. ส่วนตู้ลำเลียงเล็ก ๆ บนสายสลิงก็ยังค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปมา เหมือนทำหน้าที่เดิมอย่างเงียบงัน ไม่ต่างจากเมื่อหลายสิบปีก่อน
ภาพนั้นทำให้รู้สึกว่า อารามแห่งนี้ไม่ได้หยุดอยู่ในอดีต แต่ยังมีชีวิต .. ยังมีนักบวชอาศัยอยู่ ยังมีการประกอบศาสนกิจ ยังมีผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้ทุกวัน
Grand Meteoron จึงไม่ใช่เพียงโบราณสถานที่รอให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม .. แต่เป็นชุมชนแห่งศรัทธาที่ยังคงหายใจอยู่บนยอดหินสูงเหนือพื้นโลก
และบางที…
สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Grand Meteoron อาจไม่ใช่กำแพงหินที่สูงตระหง่าน ไม่ใช่ยอดผาอันน่าเกรงขาม หรือแม้แต่จิตรกรรมอายุหลายศตวรรษ
.. หากคือหัวใจของผู้คนที่เชื่อมั่นว่า เมื่อศรัทธาหยั่งรากลึกพอ แม้แต่หน้าผาที่ดูเป็นไปไม่ได้ ก็สามารถกลายเป็นบ้านของความสงบได้
โฆษณา