18 ก.ค. เวลา 12:35 • ดนตรี เพลง

[รีวิวอัลบั้ม] U - underscores >>> ฉันถึงคุณ

-จะบอกได้มั้ยว่า U คืองานเพลงที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการชุบตัวของ April Harper Grey ในการเป็น popstar คนต่อไป ถัดจาก Charli XCX ที่ได้กลายเป็นช้างเท้าหน้าแห่ง hyperpop ไปแล้วจากอัลบั้ม BRAT เมื่อปี 2024 ผมคิดแบบนั้นก็เพราะว่า ผมเพิ่งรู้จักเธอตอนที่ไปฟีทกับ Danny Brown 2 เพลงในอัลบั้ม Stardust ไม่ว่าจะเป็นเพลง Copycats และ Baby คาแรคเตอร์ที่รับรู้ในตอนแรกเลยคือ สาวสไตล์ Hyperpop แค่นั้นเลย พอสื่อเพลงเริ่มอวยอัลบั้ม U ที่ปล่อยออกมาเมื่อต้นปี ผมก็ตามไปฟัง เธอยังมีภาพจำสาว hyperpop อยู่ดี
-แต่พอไปย้อนฟังผลงานอัลบั้มที่แล้วอย่าง Wallsockets ,Boneyard AKA Fearmonger เท่านั้นแหละ อ้าวเห้ย เธอแม่งโคตร Harcore ปนเปทั้ง Pop Punk และ Folk มาก่อนนี่หว่า “This is fucking คนนอก” ชัดๆ ตลอดที่ผ่านมา April มีจิตวิญญาณของการเป็น hyperpop อย่างแน่นหนา บิด glitch สุดโต่งพอๆกับ JaneRemover นั่นแหละ
-เพียงแต่การกลับมาคราวนี้ April ตัดสินใจลดความคัลท์ของตัวเองเพื่อแปลงภาษา hyperpop ให้เข้าใจง่าย ให้สาวกเพลงป็อปตลาดได้เหลียวมองบ้าง นี่จึงเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่เปิดโอกาสให้ คุณ คุณ และคุณได้ค้นพบเธอกันอย่างถ้วนหน้า ซึ่งมันก็ต้องแลกกับการเดิมพันบางอย่างเช่นกัน
-แทร็คเปิดอัลบั้ม Tell Me (U Want It) ไม่ใช่แค่การแนะนำตัวเองด้วยประโยค It’s You เพื่อเข้าสู่อัลบั้มตามธรรมเนียม แต่เป็นการส่งสาสน์วัดใจแฟนเพลงระดับฮาร์ดคอไปในตัวด้วยว่า “คุณต้องการอะไรแบบนี้ป่ะละ” ซึ่งก็จริงใจดีที่อย่างน้อยก็แคร์แฟนเพลง cult following ซักนิด สำหรับสุ้มเสียง electro pop ของเพลงนี้บ่งบอกมู้ดแอนด์โทนที่ต้องเจอต่อจากนี้
-ไม่เน้นการ distort บิดเสียงร้องให้ดูลื่นไหลทางเพศเหมือนอัลบั้มที่แล้วมา เซ็ท default character ไว้เป็นสาวเปรี้ยวเลย มีความถ้อยทีถ้อยอาศัยมากขึ้น แต่ก็ไม่ทิ้งคาแรคเตอร์ความไฮเปอร์ ทำตัวอยู่ไม่สุขของนางอยู่ดี
-การใส่ลูกเล่นพื้นฐาน glitch ซ้อนทับ vocal ตัดสลับกับเสียงจริงยังคงวูบวาบเป็นระยะๆ ซึ่งก็ไม่ได้ถูกใช้อย่างพร่ำเพรื่อ แต่เป็นความจงใจของ April ในการหยอกเย้าความโลเลของคนยุคดิจิตอลที่ anxious ถึงความไม่ชัดเจนอยู่บ่อยๆ ตีความได้ทั้งในเชิงความรักความสัมพันธ์ปกติหรือไปในทางวงการเพลงและแฟนด้อมเลยก็ว่าได้
-เพลงที่เห็นภาพนี้ชัดที่สุดในแง่ตวามรู้สึกโลเลนี้ก็คงจะเป็น The Peace ชื่อเพลงนอกจากจะล้อตามชื่อแบรนด์บุหรี่ของญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นการเล่นความย้อนแย้งที่ไม่ได้สงบอย่างสบายใจได้ตามชื่อเพลง 100% แต่เป็นการเลือกที่จะเงียบเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง หรือหลีกเลี่ยงยังไม่กล้าปรับความเข้าใจเพื่อยื้อซื้อเวลาคนรักไปเรื่อย ทั้งที่ลึกๆก็พอมีเซนส์ว่า ยิ่งเก็บงำ ความสัมพันธ์อาจจะแย่ลงก็เป็นได้
-Music เพลง maximalist pop ท่วงทำนอง Drill สุดวูบวาบ มันไม่ใช่แค่เพลงที่สดุดีถึงความหลงไหลในดนตรีอันเป็นที่พึ่งทางใจให้กับเธอในฐานะศิลปิน สามารถคิดไปในทางเปรียบเปรยถึงคนรักที่เป็นดั่งเพลงดีๆที่ทำให้เธอจนฟินน้ำแตก
-Innuendo (I Get U) ที่ฟุ้งซ่านถึงขีดสุดด้วยชุดคำไบ้หรือสัญญาณเตือนที่ทำให้รู้แล้วว่า เธอยังไม่ใช่สำหรับคนรัก แต่ก็ยังจะเล่นตามเกมส์ของเขาก็เพราะเขาแม่งโคตรตรงสเป็คเกินกว่าจะปล่อยผ่าน เช่นเดียวกันกับเพลงนี้ที่มีลูกเล่นจัดเต็ม ทั้งการอัดความตื๊ด dubstep อย่างตื่นตาตื่นใจ ท่อนฮุกสุด bounce ที่พร้อมจะเป็น earworm วนอยู่ในหัวหลังฟังจบได้แน่นอน
-เธอก็มีเพลงโหมดบัลลาดในแบบของตัวเองอย่าง Lovefield ที่กล่าวถึงการขีดเส้นคนที่ไม่ใช่เอาไปอยู่ในเขตเฟรนด์โซน ซึ่งก็ไม่รู้ว่า อีกนัยนึงเธอต้องการขีดเส้นแฟนเพลงใจแคบที่ไม่ยอมให้เธอได้ทำเพลงตามใจตลาดรึเปล่า Do It คือการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด “พูดแล้วทำ” (สโลแกนนี้คุ้นๆ) ไม่จำเป็นต้องแคร์แล้วว่า ใครจะรับไม่ได้กับยุคใหม่ของเธอต่อจากนี้ ท่วงท่าริทึ่มเพลงนี้คล้ายๆกับ Copycats ที่ฟีทกับ Danny Brown
-สองแทร็คสุดท้ายแอบจี้ปมความอ่อนไหว insecure อย่างที่เราไม่เคยรับรู้จากสาวไฮเปอร์คนนี้มาก่อน Bodyfeeling มาด้วยจังหวะดุ่มๆทำออกมาได้น่าฟังมากๆ เหมือนพวกทำทรงคูลปากไม่ตรงกับใจ ฝืนเซนส์ร่างกายที่ไม่เคยโกหกต่อความรู้สึกที่พังมากๆในใจ มีจุดตัดความคูลตรงท่อน Outro เนี่ยแหละที่เริ่มตัดพ้อและเสียใจ ปิดท้ายด้วย Wish U Well ที่มาทรงอคลูสติคกีตาร์โปร่งสุดเหงาหงอย มูฟออนไม่ได้ของจริง
-สิ่งที่ดีของอัลบั้มนี้ มันเป็นได้มากกว่า Hyperpop ที่มีฟังก์ชั่นเอาไว้เต้นแร้งเต้นกาหรือเปิดฟังเดินเล่นคูลๆตามห้างสรรพสินค้า แต่มันเป็นอัลบั้มที่เน้นส่งสาสน์ถึง “คุณ” ที่เธอคงคิดถึงเป็นการส่วนตัว ส่งไปถึง “คุณ”
ที่เป็นนักฟังเพลงทั้งหลายที่วนเวียนอยู่กับเพลงป็อปตลาดหรือเพลงของเธอจากงานชุดก่อน ปักธงให้อัลบั้ม U คือจุดชุบตัวสู่ความแมสที่เป็นไปได้ และส่งไปถึง “คุณ” ในอุตสาหกรรมวงการเพลงเพื่อต้อนรับการมาของเธออย่างเป็นทางการ
-มาถึงจุดที่น่าจะขัดใจเซียนเพลงทั้งหลายที่ชื่นชอบอัลบั้มนี้ถึงขั้นยกให้เป็นอัลบั้มแห่งปี โดยส่วนตัวผม เกือบจะแตะที่ Rank AOTY ล่ะ มันคืออัลบั้มป็อปที่ดีอย่างที่กล่าวไว้ในพารากราฟที่แล้ว แต่ผมยังคงให้ความสำคัญกับ catchy lyrics ที่มันสอดคล้องต้องกันได้ ไม่ต้องมีลูกเล่น autotune glitch อันซับซ้อนมากลบเสียงจริง (เมื่อเทียบงานที่แล้ว นี่ถือว่าน้อยแล้วนะ) ผมคิดว่าทักษะการลับคมวลีมันฝึกกันได้ แต่พอนางจะมาเวย์ปูทางสู่เมนสตรีม นางเลยติดคาแรคเตอร์อินดี้ที่กลัวว่าเพลงจะแมสเกิน มันเลยดูไปไม่สุดในแง่นี้
-แต่มันก็แปลกอย่างนึงตรงที่ผมดันชอบอัลบั้ม Wallsockets มากกว่า U ทั้งๆที่มันคัลท์กว่า แต่ Wallsockets ถนัดที่จะคัลท์ ความคิดสร้างสรรค์กำลังพรั่งพรู มีความ punk ที่ตรงจริตมากพอสมควร เหนือกว่า U เพราะเหตุนี้แหละ อัลบั้มหน้าอาจจะแหวกแนวทางไปเลนอื่นก็เป็นไปได้ track record ที่ผ่านมา เดี๋ยวก็ป็อป เดี๋ยวก็พังก์ แต่ก็พอมีหวังที่ภาษาสละสลวยขึ้นกลายเป็นป็อปที่อร่อยหูจนฮิตแบบปากต่อปากก็เป็นได้
ขอให้ “คุณ” ต้องฟังเธอก่อน
Top Tracks: Music, The Peace, Innuendo (I Get U), Lovefield, Bodyfeeling
Give 7.5/10
Thx 4 Readin’
See Y’all
โฆษณา