18 ก.ค. เวลา 22:05 • ท่องเที่ยว

Greece (29) .. Cruising Around Milos

— เมื่อทะเลอีเจียนค่อย ๆ เปิดหน้าหนังสือแห่งกาลเวลา
“มีสถานที่บางแห่งที่เราเดินทางไปถึงด้วยเท้า… แต่มีบางสถานที่ที่ต้องเดินทางไปถึงด้วยคลื่นลม เพราะธรรมชาติเลือกจะซ่อนความงามของมันไว้กลางทะเล”
เช้าวันนั้น… ทะเลอีเจียนสงบนิ่งราวกับกำลังหลับใหล
เรือไม้ลำเล็กชื่อ Zephyros โยกตัวเบา ๆ อยู่ที่ท่าเรือ รอรับนักเดินทางที่จะออกไปค้นพบอีกด้านหนึ่งของเกาะมิลอส .. ป้ายเล็ก ๆ บอกโปรแกรมการเดินทางอย่างเรียบง่าย
ไม่ได้โฆษณาว่าเป็น “ทัวร์ที่ดีที่สุด”
ไม่ได้อวดอ้างถึงความหรูหรา
เพียงชวนให้ทุกคนออกไปสัมผัส
“A unique sea experience.”
และหลังจากการเดินทางครั้งนั้น… ฉันจึงเข้าใจว่า ประโยคสั้น ๆ นี้ ไม่ได้เกินจริงแม้แต่น้อย
เมื่อแผ่นดินค่อย ๆ ถอยห่าง .. เรือค่อย ๆ แล่นออกจากฝั่ง หมู่บ้านสีขาวเล็ก ๆ ค่อย ๆ เลือนหายไปด้านหลัง
.. เสียงเครื่องยนต์แผ่วเบา ลมทะเลพัดเอื่อย ๆ ไม่มีใครพูดอะไรมากนัก ทุกคนกำลังมองออกไปยังขอบฟ้า
.. เพราะในโลกของทะเล เราไม่มีวันรู้ว่า… โค้งหน้าผาถัดไป จะมีความงดงามแบบใดซ่อนอยู่
มิลอสไม่เหมือนเกาะอื่นในหมู่เกาะไซคลาดีส .. เพราะเมื่อหลายล้านปีก่อน ที่นี่เคยเป็นดินแดนของภูเขาไฟ
.. ลาวาร้อนจัด เถ้าถ่าน แรงระเบิด และการยกตัวของเปลือกโลก คือศิลปินที่แท้จริง
.. พวกมันร่วมกันสร้างหน้าผา ถ้ำ ซุ้มหิน และชั้นหินหลากสี ก่อนจะส่งต่อผลงานเหล่านั้นให้ลมและคลื่นช่วยแกะสลักต่ออีกนับล้านปี
ทุกวันนี้…สิ่งที่เราเรียกว่า “วิว” .. แท้จริงแล้วคือประวัติศาสตร์ของโลก ที่ใช้เวลาสร้างยาวนานเกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการได้
ยิ่งเรือแล่นไปไกล ชายฝั่งก็ยิ่งเปลี่ยนสี .. หน้าผาสีขาวบริสุทธิ์ ชั้นหินสีครีม แนวหินสีเหลืองทอง
แล้วจู่ ๆ… ก็ปรากฏหน้าผาสีแดงเข้ม แดงเหมือนสนิมเหล็ก แดงเหมือนไฟที่ยังไม่มอด สะท้อนลงบนผิวน้ำที่นิ่งราวกระจก
ธรรมชาติไม่ได้เลือกใช้สีเพียงสีเดียว แต่เลือกใช้ทุกสี .. เหมือนกำลังวาดภาพขนาดมหึมาลงบนขอบทะเล
มหาวิหารที่สร้างด้วยคลื่น
เมื่อเรือเลี้ยวเข้าสู่อ่าวแห่งหนึ่ง ทุกคนบนเรือต่างเงียบลงโดยไม่ได้นัดหมาย … เบื้องหน้าคือหน้าผาหินสีขาวมหึมา สูงตระหง่านราวกับกำแพงของโลก
… มีถ้ำทะเลขนาดใหญ่เปิดอ้าอยู่ด้านล่าง มีซุ้มโค้ง มีเสาหิน มีรอยชั้นของหินที่เล่าเรื่องเวลาหลายล้านปี
คลื่นลูกเล็ก ๆ ยังคงซัดเข้าหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างอดทน จนสามารถแกะสลักหินแข็งให้กลายเป็นงานประติมากรรม .. ไม่มีเสียงค้อน ไม่มีสิ่ว มีเพียงน้ำทะเลกับเวลา
.. สองสิ่งที่อ่อนโยนที่สุด แต่กลับทรงพลังที่สุดเช่นกัน
น้ำทะเล…ที่เหมือนไม่ใช่น้ำ
เมื่อเรือทอดสมอ หลายคนรีบกระโดดลงทะเล
ฉันยืนมองจากดาดฟ้า แล้วก็อดยิ้มไม่ได้ .. ผู้คนที่กำลังว่ายน้ำ ไม่ได้ดูเหมือนกำลังลอยอยู่ในทะเล แต่เหมือนกำลังลอยอยู่กลางแผ่นแก้วสีเทอร์ควอยซ์
น้ำใสเสียจนเห็นเงาของร่างกายทอดตัวลงสู่เบื้องล่าง .. แสงอาทิตย์ลอดผ่านผิวน้ำ เต้นระยิบระยับไปตามคลื่นเล็ก ๆ
ทุกการเคลื่อนไหว ทำให้ผืนน้ำเปลี่ยนเฉดสีอยู่ตลอดเวลา .. จากฟ้าอ่อน เป็นมรกต จากมรกต เป็นครามเข้ม ไม่มีภาพถ่ายใบใดบอกความรู้สึกนั้นได้ครบถ้วน
เรือเก่าบนเนินเขา
ก่อนลงเรือ ฉันเดินผ่านเรือไม้เก่าลำหนึ่ง .. มันถูกยกขึ้นมาวางอยู่บนเนินเหนือทะเล สีของไม้เริ่มหลุดลอกร่องรอยของกาลเวลาปรากฏอยู่ทุกตารางนิ้ว แต่กลับงดงามเหลือเกิน
ฉันอดคิดไม่ได้ว่า เรือลำนี้คงเคยออกทะเลมาแล้วนับไม่ถ้วน .. เคยฝ่าพายุ เคยรับแสงอาทิตย์ยามเช้าเคยกลับเข้าฝั่งพร้อมปลาที่จับได้
วันนี้…มันไม่ได้แล่นอีกแล้ว เพียงนอนเงียบ ๆ มองทะเลที่ตัวเองเคยรู้จักดีที่สุด ราวกับกะลาสีชราคนหนึ่งที่กำลังนั่งมองวัยหนุ่มของตัวเอง
ความเงียบที่พูดได้
ระหว่างที่เรือล่องผ่านหน้าผาสูง .. ไม่มีใครเปิดเพลง ไม่มีเสียงประกาศ ไม่มีเสียงอธิบายยืดยาว
.. มีเพียงเสียงลม เสียงคลื่น และเสียงนกทะเล
บางครั้ง…
ความงดงามก็ไม่ต้องการคำบรรยาย .. เพราะธรรมชาติรู้ดีว่า ความเงียบ คือภาษาที่ไพเราะที่สุด
บทสนทนาของทะเลกับภูเขาไฟ .. เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันรู้สึกว่า การล่องเรือรอบมิลอส ไม่ใช่การชมชายฝั่ง
… แต่เป็นการฟังบทสนทนา ระหว่างทะเลกับภูเขาไฟ
ภูเขาไฟกล่าวว่า “ข้าจะสร้างแผ่นดินขึ้นมา”
ทะเลตอบกลับว่า “แล้วข้าจะค่อย ๆ แกะสลักมันให้สวยงาม”
ภูเขาไฟสร้างหน้าผา ทะเลสร้างถ้ำ ภูเขาไฟสร้างหิน ทะเลสร้างโค้งเว้า
ภูเขาไฟมอบพลัง ทะเลมอบความอ่อนโยน และทั้งสองต่างใช้เวลา…หลายล้านปี สร้างเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ขึ้นมา
ก่อนเรือจะกลับเข้าฝั่ง แสงแดดยามบ่ายเริ่มอ่อนลง
เรือหันหัวกลับสู่ท่า .. หน้าผาสีขาวค่อย ๆ เลือนห่าง
ผู้คนบนเรือยังคงนั่งเงียบ .. บางคนหลับตารับลม บางคนทอดสายตาไปยังเส้นขอบฟ้า ราวกับยังไม่อยากให้การเดินทางสิ้นสุด
ส่วนฉัน… เก็บภาพสุดท้ายไว้ในความทรงจำ
.. ไม่ใช่ภาพของเรือ ไม่ใช่ภาพของถ้ำ ไม่ใช่ภาพของหน้าผา แต่เป็นภาพของทะเลอีเจียน ที่ทอดตัวกว้างใหญ่จนดูเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด
.. แล้วจึงเข้าใจว่า เหตุใดชาวกรีกจึงผูกพันกับทะเลมาตลอดหลายพันปี
.. เพราะทะเลแห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางเดินเรือ ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งอาหาร
.. หากเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นครูผู้สอนเรื่องความอดทน เป็นศิลปินผู้สร้างความงาม และเป็นผู้เฝ้ารักษาความทรงจำของแผ่นดินแห่งนี้มาตลอดกาล
เมื่อเรือเทียบท่า… การเดินทางอาจจบลง แต่เสียงคลื่นของทะเลอีเจียน ยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจ
ราวกับกำลังกระซิบว่า…
“หากวันหนึ่งเจ้าคิดถึงความงดงามของโลก จงกลับมาหาข้าอีกครั้ง…”
โฆษณา