Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
DoctorWantTime
•
ติดตาม
19 ก.ค. เวลา 00:17 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ประกันสะสมทรัพย์: ออมได้ ลดหย่อนได้ แต่ควรรู้อะไรบ้าง?
ช่วงนี้หลายคนอาจเห็นการพูดถึงประกันสะสมทรัพย์ในประเด็น "ผลตอบแทน 150%" "รับเงินคืน 500%" หรือ "ได้คืนมากกว่าเงินต้น" จนเกิดคำถามว่า ประกันให้ผลตอบแทนสูงขนาดนั้นจริงหรือไม่?
ความจริงแล้ว "ตัวเลขเหล่านี้อาจถูกต้อง" แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้ก่อนว่า "150% ของอะไร?" เพราะตัวเลขเดียวกัน อาจให้ความหมายที่แตกต่างกันอย่างมาก
ก่อนตัดสินใจว่า "คุ้ม" หรือ "ไม่คุ้ม" ลองมาทำความเข้าใจประกันสะสมทรัพย์ให้มากขึ้นกัน
🧠 ประกันชีวิต คือเครื่องมือทางการเงินชนิดหนึ่ง
ประกันแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองชีวิต ค่ารักษาพยาบาล หรือการออมเงินระยะยาว
สำหรับ "ประกันสะสมทรัพย์" ถูกออกแบบมาเพื่อการออมเงินเป็นหลัก พร้อมมีความคุ้มครองชีวิตติดมาด้วยในระดับหนึ่ง และสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
📌 ไม่มีประกันแบบใดดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีแบบที่ "เหมาะกับเรา" มากกว่า
✅ จุดเด่นของประกันสะสมทรัพย์
🛡️ ผลตอบแทนค่อนข้างแน่นอน
ทราบล่วงหน้าว่าจะได้รับเงินคืนเมื่อใด ได้เท่าไร และได้รับเงินก้อนสุดท้ายเท่าไรเมื่อครบกำหนดสัญญา
💼 มีความคุ้มครองชีวิต
หากผู้เอาประกันเสียชีวิตระหว่างสัญญา ผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
💰 เงินผลประโยชน์ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้
โดยทั่วไป เงินที่ได้รับจากประกันชีวิตได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
💳 ช่วยสร้างวินัยในการออม
เป็นการออมแบบมีวินัย เพราะต้องชำระเบี้ยประกันอย่างสม่ำเสมอ
📉 ใช้ลดหย่อนภาษีได้
เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท (ภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด)
⚠️ ข้อจำกัดที่ควรรู้
📈 ผลตอบแทนอาจไม่ได้สูงมาก
หากคำนวณผลตอบแทนที่แท้จริง (IRR: Internal Rate of Return) กรมธรรม์ส่วนใหญ่มักอยู่ในช่วงประมาณ 1-3% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับรูปแบบผลประโยชน์ของแต่ละแผน)
🚫 สภาพคล่องค่อนข้างต่ำ
หากยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบกำหนด อาจได้รับเงินเวนคืนต่ำกว่าเบี้ยประกันที่ชำระไปแล้ว
🧾 ความคุ้มครองชีวิตอาจไม่สูงมาก
เนื่องจากประกันสะสมทรัพย์ถูกออกแบบมาเพื่อ "การออม" มากกว่าการให้ความคุ้มครองชีวิตในวงเงินสูง
📊 แล้ว "ผลตอบแทน 150%" หมายถึงอะไร?
นี่เป็นประเด็นที่หลายคนสับสนมากที่สุด
ตัวเลข "150%" หรือ "500%" ที่ปรากฏในโบรชัวร์ประกันชีวิต ไม่ได้หมายความว่าเราได้รับผลตอบแทน 150% หรือกำไร 50% จากเงินที่เราจ่ายไปเสมอไป
เพราะส่วนใหญ่เป็นการคำนวณจาก "ทุนประกัน"
📌 ตัวอย่าง
• ทุนประกัน = 100,000 บาท
• รับผลประโยชน์ 150% ของทุนประกัน = 150,000 บาท
ตัวเลข 150% ข้างต้น เป็น 150% ของ "ทุนประกัน" ไม่ใช่ 150% ของ "เบี้ยประกันที่เราจ่าย"
เช่นเดียวกับตัวเลขเงินคืนที่ระบุว่า
• รับเงินคืน 4% ของทุนประกัน 35,000 บาท = 1,400 บาท
ตัวเลข 4% นี้ ไม่ได้หมายความว่าเราได้รับผลตอบแทน 4% ต่อปีจากเงินที่จ่ายไป แต่เป็น 4% ของ "ทุนประกัน" เท่านั้น
📌 ดังนั้น ก่อนตัดสินว่าผลตอบแทนดีหรือไม่ ควรถามให้ครบว่า
• ต้องจ่ายเบี้ยประกันรวมทั้งหมดกี่บาท?
• ต้องจ่ายกี่ปี?
• ได้รับเงินคืนระหว่างทางหรือไม่?
• ครบสัญญาได้รับเงินรวมทั้งหมดเท่าไร?
• คิดเป็น IRR ได้กี่เปอร์เซ็นต์ต่อปี?
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การดูว่า "ได้กี่เปอร์เซ็นต์" แต่ต้องดูว่า "เปอร์เซ็นต์นั้นคิดจากอะไร"
🔢 ความหมายของ 10/5 หรือ 15/9 คืออะไร?
• ตัวหน้า (10 หรือ 15) = ระยะเวลาความคุ้มครอง (ปี)
• ตัวหลัง (5 หรือ 9) = ระยะเวลาชำระเบี้ยประกัน (ปี)
📌 หากต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี โดยทั่วไปกรมธรรม์จะต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
🏦 ทุนประกัน ≠ เงินที่เราจ่ายไป
ตัวอย่าง
• ทุนประกัน = 35,000 บาท
• ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต = 500% ของทุนประกัน = 175,000 บาท
• แต่หากชำระเบี้ยรวมทั้งสิ้น 154,000 บาท
นั่นหมายความว่า ความคุ้มครองที่ได้รับคิดเป็นประมาณ 1.13 เท่าของเงินที่จ่ายจริง ไม่ใช่ 5 เท่า
ดังนั้น การดูเฉพาะตัวเลขเปอร์เซ็นต์เพียงอย่างเดียว อาจทำให้เข้าใจผลประโยชน์ของกรมธรรม์คลาดเคลื่อนได้
💸 มูลค่าเวนคืน คืออะไร?
มูลค่าเวนคืน คือจำนวนเงินที่บริษัทประกันจะจ่ายคืน หากผู้เอาประกันยกเลิกกรมธรรม์ก่อนครบกำหนดสัญญา
ข้อควรรู้ คือ
• ในช่วงแรกของสัญญา มูลค่าเวนคืนมักต่ำกว่าเบี้ยที่ชำระไป
• หากเคยใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและเวนคืนก่อนครบเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด อาจต้องนำภาษีที่เคยได้รับสิทธิลดหย่อนมาคำนวณภาษีย้อนหลัง
📈 อยากรู้ว่าผลตอบแทนจริงกี่เปอร์เซ็นต์ ต้องดู IRR
IRR (Internal Rate of Return) คืออัตราผลตอบแทนที่แท้จริง ซึ่งจะคำนึงถึงกระแสเงินสดทั้งหมด ได้แก่
• เบี้ยประกันที่จ่ายออกไป
• เงินคืนระหว่างสัญญา
• เงินก้อนสุดท้ายเมื่อครบกำหนด
🧮 ตัวอย่างกรมธรรม์แบบ 10/5
• ชำระเบี้ยปีละ 30,800 บาท เป็นเวลา 5 ปี
• รวมเบี้ยทั้งสิ้น 154,000 บาท
• ได้รับเงินคืนระหว่างทางและเงินก้อนสุดท้ายรวม 175,000 บาท
• คำนวณได้ IRR ประมาณ 1.69% ต่อปี
IRR จึงเป็นตัวเลขที่ช่วยให้เราเปรียบเทียบผลตอบแทนกับทางเลือกทางการเงินอื่น ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น
🏛️ ทำไมผลตอบแทนของประกันสะสมทรัพย์จึงไม่ได้สูงมาก?
บริษัทประกันชีวิตต้องนำเงินไปลงทุนภายใต้กฎเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงที่ค่อนข้างเข้มงวด เพื่อให้สามารถจ่ายผลประโยชน์แก่ผู้เอาประกันได้ในระยะยาว
การลงทุนส่วนใหญ่จึงอยู่ในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้คุณภาพดี และสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำในสัดส่วนที่เหมาะสม
ดังนั้น ผลตอบแทนของประกันสะสมทรัพย์จึงมักมีความสัมพันธ์กับระดับอัตราดอกเบี้ยในระบบเศรษฐกิจ และมักไม่ได้สูงเท่ากับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า
📌 กล่าวอีกมุมหนึ่ง คือผลตอบแทนที่ไม่ได้สูงมาก มาพร้อมกับความค่อนข้างแน่นอนของกระแสเงินสดที่เราจะได้รับในอนาคต
🤔 แล้วประกันสะสมทรัพย์เหมาะกับใคร?
• ผู้ที่ต้องการออมเงินระยะกลาง-ยาวแบบมีวินัย
• ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี
• รับความผันผวนของการลงทุนได้ไม่มาก
• ต้องการมีความคุ้มครองชีวิตติดมาด้วยในระดับหนึ่ง
• ชอบผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอนและวางแผนได้
ส่วนผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสูง ต้องการสภาพคล่อง หรือความคุ้มครองชีวิตในวงเงินสูง อาจมีเครื่องมือทางการเงินประเภทอื่นที่เหมาะสมกว่า
สุดท้ายแล้ว ไม่มีกรมธรรม์ใดดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีกรมธรรม์ที่เหมาะกับเป้าหมายและข้อจำกัดของเรา การทำความเข้าใจว่าเรากำลัง "ซื้ออะไร" และ "ซื้อไปเพื่ออะไร" เป็นสิ่งสำคัญ
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #ประกันสะสมทรัพย์ #ประกันออมทรัพย์ #ประกันชีวิต #IRR #ลดหย่อนภาษี #วางแผนการเงิน #FinancialPlanning
การเงิน
การลงทุน
ประกันชีวิต
3 บันทึก
1
1
3
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย