Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Book Gossip: เล่มนี้ต้องขยาย
•
ติดตาม
19 ก.ค. เวลา 15:10 • หนังสือ
Gunmetal Gray ดงกระสุนเดือด
ดองเอาไว้ซะนานสำหรับเล่ม 6 ของซีรีส์ลูกรักของเรา ในที่สุด "เกรย์แมน" จาก น้ำพุสำนักพิมพ์ ก็ได้หวนกลับมาอีกครั้งในเล่ม Gunmetal Gray #ดงกระสุนเดือด กับภารกิจลุยเดี่ยวครั้งใหม่ที่ได้รับมอบหมายจาก CIA เจ้านายเก่าและอดีตศัตรูตัวฉกาจที่เขาเคยหนีหัวซุกหัวซุนมากว่า 5 ปี คราวนี้สนามของ "เจ็นทรี" อยู่ที่ฮ่องกง งานของเขาคือการระบุตำแหน่งของ "ฟานเจียง" อดีตเจ้าหน้าที่สงครามไซเบอร์ของจีน ผู้ที่สามารถเขย่าความมั่นคงของชาติตัวเองได้จากข้อมูลที่เขามีในมือ
ทว่าหลังจากลงเครื่องบินมาได้ไม่นาน เจ็นทรีก็ถูกสะกดรอยตามทันที มิหนำซ้ำยังถูกซุ่มโจมตีในเวลาไม่ถึงวัน แค่นี้ภารกิจก็มีแววจะล่มไม่เป็นท่าตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม และทุกอย่างก็ยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่ เมื่อเขาพบว่าไม่ใช่แค่อเมริกาเท่านั้นที่ต้องการตัวฟานเจียง เพราะตอนนี้มหาอำนาจหลากหลายสัญชาติ รวมถึงแก๊งอาชญากรรมจากหลายประเทศต่างก็มุ่งเป้ามาที่ชายคนเดียวกัน
เจ็นทรีต้องอาศัยเบาะแสที่มีเพียงน้อยนิดควานหาตัวฟานเจียงให้เจอ ไปพร้อมๆกับเอาตัวรอดจากกองกำลังแต่ละฝ่ายที่พร้อมจะลั่นไกใส่กันทุกเมื่อ ขึ้นชื่อว่าเป็นมือดีของ CIA งานแค่นี้ก็ไม่ค่อยคณามือเขาเท่าไหร่ ติดอย่างเดียวที่เขาโลภเกินไป แน่นอนเจ็นทรีต้องการจะทำภารกิจให้สำเร็จ แต่เขาเองก็ยังต้องการช่วยเพื่อนเก่าอย่าง "โดนัลด์ ฟิตซ์รอย" ด้วยเช่นกัน และสองสิ่งนี้ก็ดูไปด้วยกันไม่ได้เลย เมื่อภารกิจของเขาคือเพื่ออเมริกา แต่ฟิตซ์รอยกลับตกอยู่ในเงื้อมมื้อของจีน แต่เขาคือเกรย์แมน และเกรย์แมนมีแผนเสมอ...มั้ง
อ่านเซ็ตนี้คือรับประกันเรื่องต่อยตีตั้งแต่หน้าแรก และลุ้นกันยันหน้าสุดท้ายอยู่แล้ว ซึ่งเล่มนี้ก็ยังคงรักษามาตรฐานได้ดีเหมือนเดิม ได้พบหน้าค่าตาบรรดาตัวละครเก่าๆหลายตัว และได้เห็นเจ็นทรีโชว์สกิลลูกรักพระเจ้ามากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเขามีองค์กรหนุนหลัง มีทั้งเงินและเทคโนโลยีเจ๋งๆ ไม่ต้องใช้ชีวิตเป็นยาจกเนื้อตัวมอมแมมเหมือนเล่มอื่นๆก่อนหน้านี้ (แต่ก็ยังคงมอมแมมอยู่ดี ตามสไตล์ขาลุย 55555)
ฉากหลังของรอบนี้ขยับมาใกล้ตัวมากขึ้น เป็นโซนเอเชีย ไล่มาจนถึงโซน SEA และบทเด่นสุดก็คงเป็นประเทศไทยของเรา ก่อนหน้านี้เวลาเราอ่านฉากบู๊ๆกับพวกองค์กรอาชญากรรมในประเทศอื่น มันก็ให้ความรู้สึกว่า เออใช่ ประเทศนั้นเขามีกลุ่มอาชญากรแบบนั้น แต่พอได้อ่านเล่มนี้แล้วก็ได้แต่คิดว่า นี่ภาพลักษณ์ของประเทศเราในสายตาต่างชาติมันแย่ขนาดนั้นเลยเรอะ 😅
แต่ก็ชื่นชมนักเขียนที่ทำการบ้านมาได้ค่อนข้างดีเลยนะ โดยเฉพาะกลุ่มก่อการร้ายแถบบ้านเราที่ถูกเอาชื่อมาใช้ด้วย ค่อนข้างว้าวเลยล่ะ ไม่นึกว่าจะเจอเรื่องราวของพวกเขาในนิยายที่ตัวเองอ่าน ก็ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี แต่ขำสุดก็คงเป็นเรื่องชื่อคนนี่แหละ "ณัฐพงษ์" นี่ถือว่าเริ่ดเลย แต่พี่ชายชื่อ "กุหลาบ" อันนี้ไม่ค่อยเข้าใจ อ่านทีไรก็จี้ 555555
คุณยอมตายดีกว่าฝืนอุดมการณ์ของตัวเอง คุณถึงยังเป็นคนดีในโลกที่โสมมนี่ไง
เจ็นทรีในเล่มนี้ก็ยังเป็นไอ้คนแส่หาเรื่องเหมือนทุกที หลายครั้งที่ปฏิบัติการของเขาใกล้จะสำเร็จแล้ว แต่พี่แกก็โยนโอกาสทิ้งเสียดื้อๆ เป็นเหตุให้งานต้องยืดเยื้อออกไปอีกเป็นร้อยหน้า ทั้งหมดก็เพียงแค่เพราะศีลธรรมมันค้ำคอ หรือกลัวหนังสือจะเล่มไม่หนาก็ไม่รู้ จริงอยู่ว่าเจ็นทรีเป็นนักฆ่าฝีมือฉกาจ แต่หากมองที่เนื้อแท้ของเขาก็จะพบว่าเป็นคนที่จิตใจดีมากคนหนึ่งเลย
เจ็นทรีจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องคนบริสุทธิ์ที่บังเอิญเข้ามาพัวพัน แม้นั่นจะหมายถึงการเสี่ยงที่จะทำให้ภารกิจล้มเหลว และถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่า เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงการสังหารเสมอ ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามจะเป็นศัตรูก็ตาม ถ้าไม่ติดที่ว่าเป็นคนดวงแข็งแบบสุดๆ (ซึ่งในภาคนี้แม่งก็แข็งเกิน ดวงดีไปซะทุกเรื่อง เป็นภาคเดียวเลยมั้งที่ตัวไม่เป็นรู) พี่แกตายไปนานแล้วกับไอ้นิสัยทำตัวเป็นพระเอกแบบนี้
แต่ก็ต้องยอมรับว่าโลกยังต้องการคนแบบนี้อีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีอำนาจและเจ้าหน้าที่ผู้กุมอาวุธทั้งหลาย คนที่ไม่สักจะตามคำสั่งเพียงอย่างเดียว คนที่ไม่ได้สนใจแค่ว่าภารกิจฉันต้องสำเร็จเท่านั้น ลองคิดภาพว่าคนแบบเกรย์แมนมีตัวตนอยู่จริง แต่เป็นคนที่ไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะต้องเดือดร้อนยังไง ขอแค่ฉันทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้เรียบร้อยก็พอ คุณจะสบายใจกับการมีอยู่ของเขาจริงๆหรือ เพราะมันคงก็ไม่ต่างกับการมีเครื่องจักรสังหารประสิทธิภาพสูงดีๆนี่เอง
กล้ามองหน่อยสิ คุณอาจเห็นว่ามันก็หน้าเดียวกับก่อนมารับตำแหน่งนั่นแหละ
บางคนอาจจะอ้างตำแหน่ง อ้างความรับผิดชอบ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือบังหน้าสำหรับการตัดสินใจทุเรศๆที่ตัวเองทำลงไป คนเหล่านี้มักบอกว่าตนจำใจต้องทำและละอายกับมัน แต่หากไม่มีใครมาเค้นคออยู่ พวกเขาก็คงไม่เคยนึกถึงความเลวร้ายของสิ่งที่ทำหรอก ก็อย่างที่เจ็นทรีพูดไว้ จะก่อนหรือหลังมีตำแหน่ง ตัวตนของคุณก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป คุณก็ยังเป็นคนคนเดิม การเลือกที่จะละทิ้งอุดมการณ์ที่ตัวเองเคยยึดถือ ก็เป็นแค่ทางเลือกอีกทางหนึ่งที่คุณตัดสินใจเลือกมาเอง
ฉะนั้นแล้วก็จงเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองเลือกเสีย จงกล้าที่จะแบกรับน้ำหนักของการกระทำนั้นทั้งในด้านที่ดีและด้านที่แย่เอาไว้ เพราะคนทุกคนมีทางเลือกเสมอ และแม้ว่าบางครั้งทางเลือกนั้นจะมีราคาที่ต้องจ่ายค่อนข้างแพง แต่ถ้าคนอย่างเกรย์แมนที่อยู่ในภาคสนามยังยอมเลือกตัวเลือกที่มีศีลธรรมที่สุด แม้จะต้องจ่ายด้วยชีวิตของตัวเอง พวกระดับสูงที่ทำงานนั่งโต๊ะเองก็ควรจะคิดได้เช่นกัน เพราะด้วยคำแหน่งของพวกเขา แพงสุดที่ต้องจ่ายก็อาจจะเป็นแค่หลุดจากเก้าอี้
สิ่งที่ชอบในภาคนี้คือการได้เห็นเจ็นทรีในมุมสบายๆมากขึ้น ภาคก่อนๆอาจจะเป็นมุมลุยแบบบ้าระห่ำ ตึงเครียดแบบเต็มไปด้วยความโกรธตลอดเวลา แต่ในภาคนี้จะได้เห็นเขามีจังหวะที่ผ่อนคลาย มีมุมขี้เล่นที่ติดจะกวนประสาทบ้าง อาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่ต้องคอยหนีจากคนทั้งโลกอีกแล้ว แถมยังมี CIA เป็นแบคอีกต่างหาก ก็นับว่าเป็นอะไรใหม่ๆอยู่สำหรับซีรีส์เซ็ตนี้
อีกเรื่องอาจจะเหมือนสปอยล์เล็กน้อย แต่รู้สึกว่าตาเจ็นทรีนี่เป็นผู้ชายที่ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวด้วยสุดๆ เพราะถึงพี่แกจะทั้งเทพทั้งเท่ แต่ดวงเรื่องผู้หญิงแกบัดซบมาก ใครไปข้องเกี่ยวด้วยมีอันซวยตลอด หนักสุดคือถึงตายได้เลย เล่มนี้ก็เลยลุ้นสุดตัวมาก กะว่าถ้าออกแบบเดิมคงมีน้ำตาตก ซึ่งดีใจมากที่ในที่สุดมันก็มีทางออกอื่นที่ดีกว่า และรู้สึกว่าจากนี้คงได้เห็นเจ็นทรีในมุมมองอื่นๆเพิ่มอีกเยอะเลย เล่ม 7-8 มาได้ยังอะ เดือนตุลานี้ทันไหมน้อชาวน้ำพุ 😁
ระหว่างรอเล่มใหม่ ใครยังไม่มีเล่มนี้ก็ไปจัดกันได้:
https://s.shopee.co.th/5q6hlmsoPp
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย