20 ก.ค. เวลา 16:05 • ประวัติศาสตร์

ย้อนต้นตอที่ทำให้ลำปางมีแต่ตำนาน

วิธีย้อนอดีตในยุคปัจจุบันที่หลักสูตรวิชาประวัติศาสตร์พัฒนาไปอย่างมากสามารถอธิบายบางเหตุการณ์จากการอ่านจารึก แปลความหมายอักษรโบราณในใบลาน กำหนดอายุศิลปะวัตถุโบราณตามปราสาทหิน ฯลฯ
นักวิชาการสมัยใหม่จะให้ความสำคัญกับหลักฐานที่พบและได้ข้อสรุปเบื้องต้นเป็นที่ยอมรับ ส่วนจะตีความถกเถียงกันด้วยประเด็นไหนอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับวิธีศึกษาค้นคว้าของแต่ละท่าน
ดังนั้นการจะย้อนกลับไปหาจุดเริ่มต้นในการออกแบบสัญลักษณ์ของจังหวัดลำปาง จึงจำเป็นต้องอธิบายที่มาของ “ตำนาน” และพงศาวดารบางบันทึกที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการสร้างจังหวัดลำปาง ให้ทุกท่านมองเห็นบริบทของสังคมในแต่ละยุคครับ
แอดมินไม่ได้ต้องการล้มล้างความเชื่อของใคร และไม่ได้ยืนยันว่าการตีความของแอดมินมีหลักวิชาการที่ถูกต้อง ทุกท่านสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้โดยอยู่ในกรอบของการให้เกียรติซึ่งกันและยอมรับความเห็นที่แตกต่างอย่างสุภาพชน
คัมภีร์ชินกาลมาลีปกรณ์ ผู้แต่งคือ พระรัตนปัญญาเถระ วัดรัตตะวันมหาวิหาร หรือที่รู้จักกันในชื่อวัดป่าแก้ว จ.เชียงใหม่ ยุคนั้นเป็นศูนย์กลางของพระสงฆ์คณะหนป่าแก้ว (พระป่า) สายนี้มีพระสงฆ์เดินทางไปสืบทอดและรับรูปแบบการศึกษาพุทธศาสนามาจากลังกาโดยตรง
ดังนั้น พระรัตนปัญญาเถระ จึงถูกยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นพระมหาเถระชาวล้านนาผู้มีความรู้แตกฉานในพระไตรปิฎกอย่างลึกซึ้ง เชี่ยวชาญการแต่งอักษรศาสตร์ด้วยภาษาบาลีที่สละสลวยคมคาย มีระเบียบวิธีคิดที่เป็นระบบแบบแผนตามคติชมพูทวีป
ชินกาลมาลีปกรณ์ แปล (จากหลังมาหน้า) ว่าระเบียบดอกไม้ว่าด้วยเวลาของพระชินเจ้า หรือ สร้อยคอที่ร้อยเรียงกาลเวลาของพระพุทธเจ้าเข้าไว้ด้วยกัน ถูกเขียนขึ้นเป็นภาษาบาลีในช่วง พ.ศ. 2059 และมีการแต่งเติมรายละเอียดเพิ่มเติมจนเสร็จสมบูรณ์ในราว พ.ศ. 2071
งานเขียนของท่านขึ้นชื่อเรื่องกาลเวลาที่แม่นยำ มีการจดบันทึกระบุปีศักราช ทั้งมหาศักราชและจุลศักราช วัน เวลา และตำแหน่งดวงดาวไว้อย่างละเอียด นี่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นักประวัติศาสตร์รุ่นหลังใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงเพื่อคำนวณและตรวจสอบเหตุการณ์สำคัญในแถบลุ่มน้ำปิงและล้านนาได้อย่างแม่นยำที่สุดเล่มหนึ่ง
ซึ่งธีมสำคัญของคำภีร์นี้เป็นการเขียนเรื่อง "เส้นทางกาลเวลา" (Timeline) ของพุทธศาสนา ตั้งแต่เริ่มแรกในอินเดีย ส่งต่อมายังลังกา ข้ามมาสู่หริภุญชัย (ลำพูน) สุโขทัย และมาสิ้นสุดที่ล้านนา (เชียงใหม่) เพื่อประกาศว่า ล้านนาคือผู้สืบทอดความชอบธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนาที่แท้จริง
คัมภีร์นี้เป็นเอกสารยุคแรก ๆ ที่บันทึกประวัติการสร้างและการเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปองค์สำคัญ เช่น พระแก้วมรกต (จ.ลำปาง) และ พระพุทธสิหิงค์ (จ.เชียงใหม่) อธิบายคตินิยมของคนโบราณที่ใช้ศิลปะและพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือทางเมืองในการแสดงอำนาจ บารมี และความชอบธรรมในการปกครองดินแดนต่าง ๆ
มีการสรุปกันนะครับว่าชินกาลมาลีปกรณ์เป็นเหมือน "งานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์วัฒนธรรม" ที่ปราชญ์ล้านนาเขียนขึ้นเพื่อปักหมุดอาณาจักรของตนเองให้อยู่บนแผนที่โลกพุทธศาสนาอย่างสง่างาม
โดยตำนานการสร้างเมืองลำปางถูกอ้างอิงว่านำมาจากชินกาลมาลีปกรณ์
ชินกาลฯ เริ่มเขียนเมื่อ พ.ศ. 2059 ระบุว่าลำปางสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1223 ย้อนหลังกลับไปถึง 836 ปี
พระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาครองราชย์ปี 1893 ห่างจากปัจจุบันแค่ 676 ปี ทุกวันนี้เรายังไม่มีข้อสรุปด้วยซ้ำครับว่าท่านเป็นใครมาจากไหน
ดังนั้น สิ่งที่พระรัตนปัญญาเถระ แห่งวัดป่าแก้ว เขียนขึ้นมาแม้จะขึ้นชื่อว่าแม่นยำแต่ก็ถูกตั้งคำถามเช่นกันครับ
ในขณะที่การศึกษาประวัติศาสตร์ล้านนาผ่าน "พงศาวดาร" หรือที่ทางเหนือเรียกว่า "ตำนาน" เช่น ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ตำนานจามเทวีวงศ์ ไม่ได้มีผู้แต่งเพียงคนเดียวเหมือนพงศาวดารภาคกลาง แต่เป็นการรวบรวมบันทึก และคัดลอกต่อๆ กันมาโดยพระมหาเถระและอาลักษณ์ (นักชุบใบลาน) ในราชสำนักโบราณหลายยุคหลายสมัยครับ
​ตำนานที่กล่าวถึงการตั้งรกรากของ เชียงใหม่ ลำปาง และลำพูน เช่น
​ตำนานจามเทวีวงศ์ (Cāmadevivaṃsa) แต่งโดยพระโพธิรังสี เป็นภาษาบาลีในราว พ.ศ.1960 ตรงกับสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกนแห่งเชียงใหม่ หลังพิกัดการสร้างเมืองลำปางมากกว่า 700 ปี
ตำนานนี้แต่งเพื่อเชิดชูพระพุทธศาสนาและร้อยเรียงประวัติศาสตร์การสร้างเมืองลำพูน (หริภุญชัย) และ เมืองลำปาง (เขลางค์นคร)
ตำนานมูลศาสนา แต่งขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 20 โดยพระพุทธญาณ และพระพุทธพุกาม ตำนานนี้บันทึกเรื่องราวตั้งแต่สมัยพุทธกาลเชื่อมโยงมาถึงการประดิษฐานศาสนาในล้านนา การสร้างเมืองลำพูน และการขยายอำนาจของพญามังราย
กลุ่มอาลักษณ์และพระสงฆ์นิรนาม ผู้เรียบเรียง "ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่" คัมภีร์นี้ไม่มีชื่อผู้แต่งชัดเจน เพราะเป็นการบันทึกใบลานแบบปีต่อปี หรือยุคต่อยุค โดยกลุ่มอาลักษณ์ในราชสำนักเชียงใหม่ มีการบูรณาการและคัดลอกครั้งใหญ่ในสมัย พระเจ้ากาวิละ ช่วงฟื้นฟูบ้านเมืองหลังขับไล่พม่า พ.ศ. 2353 ถือเป็นพงศาวดารที่ละเอียดและสมบูรณ์ที่สุดในการอธิบายการสร้างเมืองเชียงใหม่
​การสร้างเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูนทั้ง 3 เมืองตามบันทึกในพงศาวดารจะมีเนื้อหาผสมผสานระหว่าง "ประวัติศาสตร์การเมือง" และ "ความเชื่อทางพุทธ-พราหมณ์" หมายความว่ามักมีฤาษี เทวดา หรือนิมิตมงคลเข้ามาเกี่ยวข้อง ครับ
​สรุปคร่าวๆคือ พงศาวดารล้านนาแสดงให้เห็นว่า ลำพูน และ ลำปาง ถูกสร้างขึ้นในฐานะ "เมืองพี่เมืองน้อง" ที่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนาจากละโว้ (ภาคกลาง) ก่อน ส่วนเชียงใหม่ ถูกสร้างขึ้นในยุคหลัง ห่างกันราว 600 ปี โดยชาวไทย-ยวน (ล้านนาแท้) เพื่อเป็นศูนย์กลางอำนาจใหม่ที่รวบรวมเอาทั้งลำพูน ลำปาง และหัวเมืองเหนือทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันครับ
ก็เมื่อถูกชำระในสมัยพระเจ้ากาวิละพี่ชายคนโตแห่งเจ้าเจ็ดตน จึงเข้าใจได้ครับว่าทำไมลำปาง-ลำพูน จึงถูกโยงให้เป็นเมืองพี่เมืองน้อง
ปัญหาคือถ้าเป็นพี่น้องกันจริงทำไมจนถึงเวลานี้ ลำปางจึงไม่ปรากฏโบราณสถานที่มีอายุย้อนไปได้ถึงยุคหริภุญไชย และชื่ออาณาจักรหริภุญไชยอันยิ่งใหญ่กลายมาเป็นลำพูนได้อย่างไร ?
ทั้งคำภีร์ ทั้งตำนาน ที่กล่าวมาทั้งหมดบางเล่มเรานับได้แค่เป็นเอกสารชั้นรองครับ บางเล่มถ้าอ่านจริงจังเพื่อแกะความจะปวดหัวมาก จึงไม่สามารถเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ได้
เราปูพื้นว่ากันเรื่องตำนานเท่านี้ก่อนครับ EP หน้าจะเป็นเรื่องสัญลักษณ์ประจำจังหวัด ซึ่งจริงๆแอดมินเคยเขียนมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้ย้อนมาไกลถึงชินกาลมาลีปกรณ์
โฆษณา