Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WealthX
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
21 ก.ค. เวลา 07:50 • หุ้น & เศรษฐกิจ
สรุปวิธีวางแผนเก็บเงิน 10 ล้าน ฉบับคนธรรมดา ครบ จบ ในโพสต์เดียว
10 ล้านบาทคือตัวเลขที่หลายคนคงเฝ้ามองหา เพราะเป็นจำนวนเงินที่น่าจะเพียงพอสำหรับวัยเกษียณ ถ้าไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยจนเกินไป
โดยเงินจำนวน 10 ล้านบาทนี้
ถ้าไม่ลงทุนเลย เราอาจจะสามารถใช้เงินเดือนละ 40,000 บาท ได้ถึง 20 ปี
แต่หากนำไปลงทุนหุ้นปันผล แล้วมีโอกาสได้ปันผล 5% ต่อปี ก็จะมีเงินเข้าบัญชีปีละ 500,000 บาท หรือประมาณ 40,000 บาทต่อเดือน โดยที่เงินต้น 10 ล้านบาท อาจยังอยู่ครบเต็มจำนวนได้
ด้วยตัวเลขนี้ ก็น่าจะตอบโจทย์ชีวิตในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร, สุขภาพ, ที่อยู่อาศัย, ช็อปปิง, ท่องเที่ยว และทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้อีกมากมาย
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนทั่วไปการจะมีเงิน 10 ล้านบาทในตอนเกษียณ จำเป็นต้องวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เห็นแนวทางในการบริหารเงิน รวมถึงได้เช็กด้วยว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่
โจทย์คือ ต้องการ 10 ล้านบาทตอนเกษียณ ควรวางแผนอย่างไร ?
สำหรับมนุษย์วัยทำงานทั่วไป การลงทุนอาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่อาจทำให้เรามี 10 ล้านบาทได้
แต่การลงทุนจะประสบความสำเร็จหรือไม่ และมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ได้แก่
1. เงินลงทุน
2. ความสามารถในการลงทุน
3. ระยะเวลา
ทั้งนี้ถ้าเราต้องการให้เงินที่ลงทุนกลายเป็นก้อนใหญ่ในอนาคต แต่มีข้อจำกัดตามปัจจัยข้างต้น เช่น
- ถ้าเงินลงทุนน้อย ก็ควรมีความรู้ด้านการลงทุน หรือมีระยะเวลาในการลงทุนที่ยาวขึ้น
- ชอบความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนคาดหวังต่ำ อาจใช้เงินลงทุนที่มาก หรือระยะเวลาในการลงทุนที่ยาวขึ้น
- มีระยะเวลาลงทุนน้อย อาจใช้เงินลงทุนที่มาก หรือมีความรู้ด้านการลงทุน
ซึ่งถ้าคิดในมุมมองของมนุษย์วัยทำงานทั่วไปแล้ว ส่วนใหญ่อาจลงทุนทำผลตอบแทนได้ไม่เกินตลาด
อย่างดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ “S&P 500” ตั้งแต่ปี 1957 ถึงปัจจุบัน ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย (รวมปันผล) ประมาณ 10% ต่อปี
แต่การลงทุนในหุ้นเพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีเสมอไป เพราะแม้แต่ S&P 500 ดัชนีหุ้นชั้นนำจากสหรัฐฯ ก็ยังมีปีที่ผลตอบแทนลดลงมามากถึง 30-40% เหมือนกัน
ซึ่งตรงนี้เองที่ Asset Allocation หรือ การกระจายเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์หลากหลายประเภท เข้ามาแก้ปัญหาได้ เช่น ถ้าเราลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ ในช่วงที่ตลาดหุ้นซบเซา ก็ยังได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยจากตราสารหนี้อยู่
2
แต่หลายคนอาจมีภาพจำว่า ยิ่งกระจายการลงทุน ผลตอบแทนยิ่งน้อย
แต่รู้หรือไม่ว่า iShares Core 60/40 Balanced Allocation ETF หรือ AOR กองทุนที่แบ่งเงินลงทุน 60% ในหุ้น และ 40% ในตราสารหนี้ จากบริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก BlackRock ทำผลตอบแทนเฉลี่ย 10 ปีที่ผ่านมา ที่ 8.4%* ต่อปี
หรือเปรียบเทียบให้เห็นภาพคือ ลงทุน 100,000 บาท ณ 10 ปีที่แล้ว ปัจจุบันเงินก้อนนั้นจะกลายเป็น 224,023 บาท โดยไม่ต้องเติมเงินเพิ่มเลย
ความน่าสนใจอีกอย่างคือ ผลตอบแทนที่ AOR ทำได้อย่างน่าสนใจ มาจากกระจายตัวในการลงทุนทั้งหุ้นและตราสารหนี้ทั่วโลก
โดย 60% ที่ลงทุนในหุ้น ประกอบด้วย
- iShares Core S&P 500 ETF กลุ่มหุ้น S&P 500
- iShares Core MSCI International Developed ETF กลุ่มหุ้นประเทศพัฒนาแล้วนอกสหรัฐฯ เช่น ญี่ปุ่น, ยุโรป, สหราชอาณาจักร, แคนาดา และออสเตรเลีย
- iShares Core MSCI Emerging Markets ETF กลุ่มหุ้นตลาดเกิดใหม่ เช่น จีน, อินเดีย, ไต้หวัน, เกาหลีใต้ และบราซิล
40% ที่ลงทุนในตราสารหนี้ ประกอบด้วย
- iShares Core Universal USD Bond ETF ตัวแทนตราสารหนี้สหรัฐฯ
- iShares Core International Aggregate Bond ETF ตัวแทนตราสารหนี้ทั่วโลก
และยังมีการปรับพอร์ตหรือ Rebalance Portfolio ให้อัตราส่วนคงเดิมที่ 60:40 อัตโนมัติ
เล่ามาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนน่าจะสนใจ AOR กันบ้าง แต่การจะลงทุนนอกโดยตรงมีข้อควรระวังคือ ภาษีลงทุนนอก
โดยภาษีลงทุนนอก อาจหักจากกำไรที่เราได้สูงสุดถึง 35%
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติเดิมเราได้กำไรจากการลงทุน AOR 100,000 บาท
บนฐานภาษี 10% กำไรมีโอกาสหายไปถึง 10,000 บาท หรือกำไรเหลือเพียง 90,000 บาท
บนฐานภาษี 20% กำไรมีโอกาสหายไปถึง 20,000 บาท หรือกำไรเหลือเพียง 80,000 บาท
บนฐานภาษี 30% กำไรมีโอกาสหายไปถึง 30,000 บาท หรือกำไรเหลือเพียง 70,000 บาท
ดังนั้นหากเราได้รับการยกเว้นภาษีลงทุนนอก จะทำให้ได้เปรียบต่อการลงทุนอย่างมาก ซึ่งการลงทุนผ่านกองทุนรวมคือคำตอบ
โดยกองทุนรวมที่ลงทุนใน AOR คือ TLCOREWEALTH-UH-X และ TLCOREWEALTH-H-X จาก บลจ.ทาลิส ซึ่งมีค่าจัดการในระดับต่ำ 0.1%
สำหรับคนที่สนใจ กองทุนนี้ IPO ช่วงวันที่ 16-21 ก.ค. 69
พิเศษ ช่วง IPO ค่าธรรมเนียมซื้อลด 10%
และถ้าซื้อ 2 ล้านบาทขึ้นไป ฟรีค่าธรรมเนียมซื้อ ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธ.ค. 69
กลับมาต่อที่เรื่องวางแผน พอเราได้เป้าหมาย 10 ล้านบาท และผลตอบแทนที่คาดหวัง 8% ไว้แล้ว ก็เหลืออีก 2 ปัจจัย นั่นคือ เงินลงทุนและระยะเวลา
ควรลงทุนเดือนละเท่าไร หรือใช้เวลานานแค่ไหน เราสามารถคำนวณหาตัวเลขได้ง่าย ๆ หากมีเครื่องคิดเลขทางการเงิน หรือใช้เครื่องคิดเลขทางการเงินออนไลน์
โดย
N = ระยะเวลาลงทุน
I = ผลตอบแทน
PV = เงินลงทุนเริ่มต้น
PMT = เงินลงทุนเพิ่มต่อเดือน
FV = เป้าหมายเงินก้อนที่ต้องมีในวันเกษียณ
สมมติว่า เราต้องการเกษียณอีก 30 ปีข้างหน้า โดยมีเป้าหมาย 10 ล้านบาท และผลตอบแทนคาดหวัง 8% ต่อปี ไม่มีเงินลงทุนเริ่มต้นเลย ก็ให้ใส่ตัวเลขในแต่ละค่า
ซึ่ง
N = 30 ปี = 30 x 12 = 360 เดือน
I = 8% ต่อปี = 0.667% ต่อเดือน
PV = 0
FV = 10,000,000
3
ดังนั้น จะได้ว่า PMT = 6,705
หรือแปลว่า เราต้องเก็บเงิน เพื่อเอามาลงทุน 6,705 บาทต่อเดือน นั่นเอง
สรุปเป็นตัวเลขแบบง่าย ๆ หากอยากมีเงินใช้หลังเกษียณภายในเวลา
- 5 ปีข้างหน้า จะต้องลงทุน 136,097 บาทต่อเดือน
- 10 ปีข้างหน้า จะต้องลงทุน 54,661 บาทต่อเดือน
- 15 ปีข้างหน้า จะต้องลงทุน 28,899 บาทต่อเดือน
- 20 ปีข้างหน้า จะต้องลงทุน 16,977 บาทต่อเดือน
- 30 ปีข้างหน้า จะต้องลงทุน 6,705 บาทต่อเดือน
ภายใต้เงื่อนไขว่า กองทุนจะทำผลตอบแทนได้เฉลี่ยปีละ 8%
ซึ่งถ้าทำได้น้อยกว่านั้น เงินลงทุนต่อเดือนก็ต้องเพิ่มขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการมีเงิน 10 ล้านบาท
แต่ถ้าเลือกที่ตัวเงินลงทุน ระยะเวลาลงทุนที่เราจะได้เงิน 10 ล้านบาท คือ
- ลงทุนเดือนละ 3,000 บาท จะต้องใช้เวลา 473 เดือน หรือ 39 ปี 5 เดือน
- ลงทุนเดือนละ 5,000 บาท จะต้องใช้เวลา 401 เดือน หรือ 33 ปี 5 เดือน
- ลงทุนเดือนละ 10,000 บาท จะต้องใช้เวลา 307 เดือน หรือ 25 ปี 6 เดือน
- ลงทุนเดือนละ 20,000 บาท จะต้องใช้เวลา 221 เดือน หรือ 18 ปี 5 เดือน
พอเราคำนวณได้ตัวเลขทั้งหมดแล้ว ก็เหลือแค่ทำตามแผนที่วางไว้อย่างมีวินัย และไม่ลืมที่จะคอยรีวิวพอร์ตการลงทุนของตัวเองด้วยว่า เป็นไปตามที่ตั้งใจหรือไม่ จะได้ปรับปรุงแก้ไข เช่น ปรับเงินลงทุน เพื่อให้ได้เกษียณตามที่ต้องการเช่นเดิมนั่นเอง..
คำเตือน :
ข้อมูลและตัวเลขดังกล่าวเป็นการจำลองมูลค่าการลงทุนและผลตอบแทนเพื่อประกอบการอธิบายแนวคิดการลงทุนเท่านั้น มิใช่การการันตีผลตอบแทนในอนาคต กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออก/หมวดอุตสาหกรรมในบางขณะจึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก
กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน และกองทุน RMF สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ภาษีที่ใช้บังคับ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และการปฏิบัติทางภาษีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของผู้ลงทุนแต่ละราย
ทั้งนี้ บริษัทมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการกองทุน และอาจได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากการขายกองทุน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
*อ้างอิงจากผลตอบแทนแบบรวมปันผลย้อนหลัง 10 ปี ที่ 8.4% ต่อปี ของ iShares Core 60/40 Balanced Allocation ETF หรือ AOR ณ วันที่ 30 มิ.ย. 69
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 15 ก.ค. 69
References :
- BlackRock และ Slickcharts ณ วันที่ 15 ก.ค. 69
13 บันทึก
13
12
13
13
12
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย