วันนี้ เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

บทเรียนการลงทุน ผ่านเคสการกลับบ้านของ โอดิสซุส วีรบุรุษผู้ฉลาดสุด ในตำนานกรีกโบราณ

อธีนาคือเทพีแห่งสงครามของกรีก ที่ว่ากันว่า มีสติปัญญามากที่สุด เหนือทวยเทพทุกองค์
แต่รู้หรือไม่ว่า ฟากฝั่งของมนุษย์เดินดินทั่วไปนั้น ในเทพปกรณัมกรีก ก็มีวีรบุรุษอยู่คนหนึ่ง ซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็นมนุษย์ผู้ฉลาดที่สุดของกรีกด้วย
เขาคนนี้คือ “โอดิสซุส” ตัวเอกสำคัญของมหากาพย์การเดินทางกลับบ้านอันยาวนานนับ 10 ปี ในนาม “Odyssey” ของมหากวีตาบอด โฮเมอร์..
หากสงสัยว่า เรื่องราวของวีรบุรุษโอดิสซุส สามารถถอดเป็นบทเรียนการลงทุนอะไรที่น่าสนใจ ให้เราได้นำไปปรับใช้ ต่อการสร้างความมั่งคั่งส่วนตัวกันบ้าง ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
เรื่องราวของโอดิสซุสนั้น เป็นที่ถูกกล่าวถึงครั้งแรก ในมหากาพย์ Iliad ซึ่งแต่งโดยโฮเมอร์เช่นเดียวกัน
เขาคือราชาผู้ครองแคว้นเล็ก ๆ ในดินแดนกรีกนามว่า “อิธากา”
ด้วยสติปัญญาที่เป็นเลิศ เขาจึงเป็นถึงขุนพลสำคัญ ผู้คิดค้นแผนการอันยิ่งใหญ่ จนนำมาซึ่งกลศึก “ม้าไม้เมืองทรอย” อันลือลั่น
พลิกโฉมให้ฝั่งกองทัพกรีก พิชิตกรุงทรอยอันมีกำแพงเมือง ที่ร่ำลือกันว่า จะไม่มีทางถูกตีแตกลงได้..
อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะเป็นวีรบุรุษระดับตำนาน ที่ชาญฉลาดสักแค่ไหน แต่เมื่อต้องเจอกับโชคชะตาที่ถูกกำหนดโดยทวยเทพแห่งเขาโอลิมปัส
นำโดยโพไซดอนที่ไม่ชอบเขา คอยทำทุกวิถีทาง เพื่อให้โชคชะตาเล่นตลกกับชีวิตเขากลับบ้าง
เมื่อเทพเจ้าบันดาลมาเช่นนี้ เขาซึ่งเป็นมนุษย์ธรรมดา ก็ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงไปได้ และทำได้เพียงแค่ ต้องอดทนฟันฝ่า โดยใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดที่ตนเองมี ควบคู่กับแรงศรัทธาไม่ท้อถอย
เพื่อหวังว่า ในสักวันหนึ่ง เคราะห์ร้ายครานี้จะสิ้นสุดลงเสียที..
ในกรณีของวีรบุรุษสงครามนามโอดิสซุส คือการต้องใช้เวลาเดินทางกลับบ้าน นานเป็น 10 ปี โดยต้องผ่านพบกับบททดสอบจำนวนมาก ที่พร้อมจะพรากชีวิตของเขา ได้ทุกเวลา
แต่เพราะเขาคือตัวเอกของเรื่อง และเป็นคนที่ฉลาดสุดในกรีก เขาจึงใช้สติปัญญาแก้ปัญหาจนผ่านมาได้ และกลายเป็นตำนานไว้สอนคนรุ่นหลัง ต่อมาอีกเป็น 1,000 ปี
ให้ดำเนินชีวิตด้วยการใช้สติปัญญานำทางชีวิต เยี่ยงโอดิสซุส นั่นเอง
และสำหรับบทเรียนจากชีวิตอันตกระกำลำบากระหว่างทางกลับบ้านของเขา ก็สามารถสรุปมาเป็นแนวคิดการรับมือกับความเสี่ยงในการลงทุน ให้กับพวกเราในยุคนี้ ได้เฉกเช่นเดียวกัน
ประกอบด้วย 3 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. ผลตอบแทนที่เย้ายวน แฝงความเสี่ยงไว้เสมอ
หนึ่งในบททดสอบแรก ๆ ที่โอดิสซุสต้องเจอ คือการแล่นเรือผ่านเกาะของเหล่า “ไซเรน”
สิ่งมีชีวิตที่จะคอยร้องเพลงสุดไพเราะ เพื่อล่อลวงเหล่ากะลาสีเรือที่ผ่านทางมา ให้ยอมกระโดดทะเลลงไปโดนไซเรนจับกิน
เขารู้ดีว่า แม้เขาจะอยากลองฟังเพลงของไซเรนสักครั้งในชีวิต แต่ต่อให้เป็นเขาเอง หากได้ยินเพลงของไซเรน ก็คงไม่วาย ห้ามใจไม่อยู่เหมือนกัน
เขาจึงไม่ได้เลือกที่จะใช้ใจสู้แบบไม่เตรียมการอะไร แต่สั่งให้ลูกเรืออุดหูด้วยขี้ผึ้ง แล้วจับเขามัดไว้กับเสากระโดงเรือ
และไม่ว่าเขาจะแหกปากร้องตะโกนให้แก้มัดอย่างไร ก็ห้ามทำตามที่เขาพูดเด็ดขาด จนกว่าจะผ่านพ้นเขตของไซเรนไปแล้ว
ซึ่งในโลกของการลงทุนเอง ก็มีสิ่งที่คล้ายคลึงกับเสียงเพลงของไซเรนเหมือนกัน
แต่มักจะมาในรูปแบบภาวะตลาดที่กำลังร้อนแรง เต็มเปี่ยมไปด้วยเหล่าคนที่คิดบวก จนเกิดเป็นความบ้าคลั่ง ดึงดูดให้คนอยากเข้ามาลงทุน เพราะหลงเชื่อไปว่า การทำกำไรเป็นเรื่องที่ง่ายดาย
ซึ่งเมื่อถึงวันที่ฟองสบู่นั้นแตกลง ภาพความสวยงามในตลาดหุ้น ก็พลันเปลี่ยนไปสู่ความหดหู่อย่างรวดเร็ว
จนภาพของกำไรที่ดูทำได้ง่าย พลิกเป็นการขาดทุน ขนาดที่ไม่มีใครอยากจะเปิดจอดูอีก เพราะทนรับความจริงไม่ได้..
เพราะฉะนั้นแล้ว นักลงทุนที่ชาญฉลาด จึงไม่ใช่คนที่จะยอมถูกชักจูงไปตามภาวะตลาดต่าง ๆ แบบง่าย ๆ
แต่เป็นคนที่ต้องรู้จักตัวเองเป็นอย่างดี จนวางระบบการลงทุนที่เหมาะสมให้ตัวเอง อดทนลงทุนตามแนวทางนั้นต่อไป ไม่ว่าสภาพตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม
2. ต้องยอมตัดขาดทุน เพื่อรักษาทั้งพอร์ตเอาไว้
บทเรียนถัดมา เป็นกรณีที่เขาต้องต่อกรกับคู่หูสัตว์ประหลาด “ซิลลา” และ “คาริบดิส”
เขาต้องนำเรือแล่นผ่านช่องแคบ ที่ถูกขนาบข้างไว้ด้วยอสูรทั้ง 2 ตนนี้
ฝั่งหนึ่งคือซิลลา อสูรหกหัว ที่จะคว้าลูกเรือไปกินทีละคน ๆ
และในอีกฝั่งหนึ่ง คือคาริบดิส วังน้ำวนยักษ์ ที่จะดูดกลืนเรือทั้งลำ ให้จมหายไปในพริบตา
1
โอดิสซุสตัดสินใจเลือกแล่นเรือเข้าใกล้ซิลลา โดยยอมสังเวยชีวิตลูกเรือทั้ง 6 คน เพราะนั่นคือทางเลือกที่แย่น้อยที่สุด จนไม่ทำให้ลูกเรือทุกคนต้องสิ้นชีวิตลง
เรื่องนี้สามารถนำมาใช้เป็นแกนกลางสำคัญ ต่อการรับมือความเสี่ยงเฉพาะหน้าในการลงทุนได้เหมือนกัน
เพราะในหลาย ๆ ครั้ง ตลอดช่วงชีวิตการลงทุนของเรา แม้เราจะคิดถูกอยู่บ้าง แต่เป็นธรรมดาของชีวิต ที่เราจะต้องเจอกับความผิดพลาด แม้เราจะมองว่าได้วิเคราะห์มาเป็นอย่างดีมากแล้วก็ตาม
หากเราอดทนแบกรับการตัดสินใจที่ผิดพลาดนั้นไว้ ด้วยการดื้อดึงถือสินทรัพย์ไม่มีอนาคต ที่เรามองผิดต่อไป โดยฝันลม ๆ แล้ง ๆ ว่า เดี๋ยวมันก็จะกลับมาเอง
2
ความผิดพลาดนี้ อาจจะส่งผลรุนแรงกว่าที่คิด จนทำให้พอร์ตของเรา เสียหายหนักกว่าเดิมก็เป็นได้
1
ดังนั้นแล้ว การยอมรับว่าเราคิดผิด และรีบตัดสินใจตัดขาดทุน เพื่อรักษาให้พอร์ตของเรายังเอาตัวรอดได้ จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า
เพราะหากเรายังเอาตัวรอดได้ เราก็ยังมีโอกาสและเวลาเหลือพอ ให้พลิกฟื้นกลับมาได้เสมอ..
3. ศัตรูที่แท้จริง คือการควบคุมตัวของเราเอง
บทเรียนสุดท้าย คือเรื่องราวที่เจ็บปวดที่สุด เพราะดันมาในคราบของความโชคดีเสียอย่างนั้น
ในช่วงเวลาที่โอดิสซุสได้ผ่านพ้นอุปสรรคมามากมาย จนใกล้จะกลับถึงนครอิธากาแล้ว
ครั้งหนึ่ง เทพเจ้าแห่งลม ได้มอบถุงที่บรรจุลมทั้งหมดให้กับเขา เพื่อช่วยพัดพาเรือให้กลับบ้านได้เร็วขึ้น
ซึ่งพอเรือใกล้จะถึงเกาะอันเป็นจุดหมายปลายทางอยู่รอมร่อ ลูกเรือคนหนึ่งดันแอบเปิดถุงออก เพราะคิดว่าข้างในมีสมบัติซ่อนอยู่
ผลที่เกิดขึ้นคือ ลมทั้งหมดได้พุ่งออกมา พัดเรือไปไกลสุดกู่ เสียเวลาที่อุตส่าห์ฟันฝ่าหนทางกันมาไปเปล่า ๆ จนต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่
และโอดิสซุส ก็ต้องใช้เวลาอีกเกือบ 10 ปี กว่าจะเดินทางถึงบ้าน..
ในโลกของการลงทุนเอง ความโลภในใจของเรา ก็มักจะทำงานแบบเดียวกันนี้เลย
คือมักจะไม่ปรากฏตัวออกมาในตอนที่สถานการณ์ตลาดดูย่ำแย่ ทำให้เราต้องระมัดระวัง ไม่ลงทุนอะไรเสี่ยงเกินไป โดยที่เราไม่เข้าใจ
แต่กลับจะชอบมาในตอนที่เรามือขึ้น รู้สึกมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม เห็นสภาพตลาดดูดี จนทุ่มการลงทุนหนัก ๆ แบบไม่ยั้งคิด เพราะเชื่อว่าทำแบบนี้แล้วจะได้รวยเร็ว
ซึ่งผลลัพธ์ของคนส่วนใหญ่ที่เชื่อกันแบบนี้ จึงมักจะจบลงไม่สวย คือพากันติดดอยตาม ๆ กัน
เงินที่หามาอย่างเหนื่อยยาก ต้องสูญสลายไปไม่มีวันกลับมา เกิดเป็นบาดแผลทางใจ ที่ยากจะแก้ให้หายได้ในเร็ววัน..
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็น่าจะเข้าใจกันแล้วว่า เหตุใดโอดิสซุส ถึงได้รับการยกย่องว่า เป็นมนุษย์ที่ฉลาดสุดในกรีก และทำไมภูมิปัญญาของเขา ถึงสามารถเอามาประยุกต์ใช้ เป็นบทเรียนอมตะ ต่อการลงทุนสำหรับเราได้
บางที จุดวัดสติปัญญาที่แท้จริงของวีรบุรุษคนนี้ อาจจะไม่ได้อยู่ที่ว่า เขาเอาชนะอสูรมาได้กี่ตน หรือต้องเจอกับบททดสอบอะไรมาบ้าง
แต่อยู่ที่การสามารถเอาชนะสิ่งที่ยากเย็นที่สุด นั่นก็คือใจของเขาเอง ให้ยังสามารถบังคับทิศทางชีวิต ให้ยังก้าวหน้าไปต่อได้
หรือต่อให้จะพลาดท่าเสียทีไปบ้าง ก็ยังพลิกสถานการณ์มาได้เสมอ จนเขากลับสู่เมืองอิธากา และได้มีบทสรุปที่สวยงามในตอนสุดท้าย
บทเรียนทั้ง 3 ข้อที่เล่ามา ไม่ว่าจะเป็นการวางระบบ เพื่อปิดจุดอ่อน, การยอมเสียสละส่วนน้อย เพื่อรักษาส่วนมาก หรือการรู้เท่าทันความโลภในใจตัวเอง
แท้จริงแล้ว ก็ล้วนชี้กลับมาที่จุดเดียวกันทั้งสิ้น
นั่นคือ ก่อนที่เราจะไปเอาชนะโลกทั้งใบนี้ เราต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้เสียก่อน
เพราะในทะเลแห่งโลกการลงทุน ที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงเย้ายวน หรือวังน้ำวน ที่พร้อมจะดูดกลืนทรัพย์สินที่เราหามาได้อย่างยากลำบาก ตลอดเวลานั้น
คนที่ฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามเหล่านี้ไปได้ จนเดินไปถึงปลายทางตามที่ตั้งใจเอาไว้ จึงไม่ใช่คนที่กล้าหาญหรือแข็งแกร่งที่สุดเสมอไป
แต่เป็นคนที่รู้จักตัวเองมากพอ จนสามารถควบคุมตนเองได้อย่างดี ไม่ให้สิ่งล่อลวงภายนอก พรากเราไปจากหนทางที่ถูกต้อง ที่จะพาเราเดินไปถึงปลายทาง อย่างน่าเสียดาย..
References
- มหากาพย์ Iliad ของโฮเมอร์
- มหากาพย์ Odyssey ของโฮเมอร์
- หนังสือ The Investor's Odyssey: Resisting the Sirens and Playing the Long Game (2026) โดย Christopher W. Mayer
โฆษณา