22 ก.ค. เวลา 04:21 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

เมื่อ AI สวมหมวกเชฟสร้างสรรค์เบอร์เกอร์ที่อร่อย ดีต่อคน ดีต่อโลก

เรื่องโดย ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา
จะเป็นอย่างไรหากเอไอสวมหมวกเชฟและเข้าครัวเพื่อออกแบบอาหารแห่งอนาคต งานวิจัยล่าสุดเผยว่า เอไอสร้างสรรค์สูตรเบอร์เกอร์ที่อร่อยไม่แพ้เบอร์เกอร์ยอดนิยมจากร้านดัง แถมยังทั้งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการได้ในเวลาเดียวกัน นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
หนึ่งในความท้าทายของอุตสาหกรรมอาหารคือ การออกแบบอาหารที่มีโภชนาการสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยที่ยังคงรักษา "ความอร่อย" ไว้ได้ งานวิจัยล่าสุดของทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ได้เสนอแนวทางใหม่ที่น่าสนใจ คือ การใช้เจเนอเรทิฟเอไอ (generative AI) เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้รสนิยมความชอบของมนุษย์ และออกแบบสูตรอาหารที่ประสานเป้าหมายทั้งสามด้านได้อย่างลงตัว
ทีมวิจัยพัฒนาแบบจำลองเอไอชนิดพิเศษที่เรียกว่า diffusion model ซึ่งแตกต่างจากระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เน้นการประมวลผลภาษาทั่วไป โดยเอไอตัวนี้ได้รับการฝึกฝนให้เรียนรู้จากฐานข้อมูลสูตรอาหารที่มนุษย์สร้างขึ้นมากกว่า 2,000 สูตร เพื่อทำความเข้าใจโครงสร้างความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างชนิดกับปริมาณของวัตถุดิบต่าง ๆ จนเข้าใจ "ไวยากรณ์ทางรสชาติ" ที่มนุษย์ชื่นชอบได้อย่างเป็นระบบ และเพื่อทดสอบความสามารถของเอไอ
นักวิจัยได้กำหนดให้ "เบอร์เกอร์" เป็นโมเดลในการทดลอง เนื่องจากเป็นอาหารที่ผู้คนทั่วโลกคุ้นเคย และมีเบอร์เกอร์คลาสสิกอย่าง Big Mac (บิกแม็ก) เป็นมาตรฐานสำหรับเปรียบเทียบ
ผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลองน่าสนใจมาก เมื่อเอไอค้นพบสูตรเบอร์เกอร์ที่มีสัดส่วนวัตถุดิบใกล้เคียงกับ Big Mac ได้เองจากโครงสร้างทางสถิติ โดยที่ไม่มีการป้อนข้อมูลสูตรของ Big Mac เข้าไปในระบบตั้งแต่แรก ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนักวิจัยสั่งการให้เอไอสร้างสรรค์สูตรเบอร์เกอร์ขึ้นมาใหม่โดยเน้นไปที่วัตถุประสงค์เฉพาะด้าน เช่น ความอร่อย ความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม คุณค่าทางโภชนาการ เอไอก็คำนวณและนำเสนอสูตรอาหารออกมาได้หลายรูปแบบ
เมื่อนำสูตรอาหารเหล่านั้นไปให้เชฟมืออาชีพปรุงจริงและทดสอบรสชาติแบบปกปิด (blind test) กับผู้บริโภคจำนวน 101 คนในร้านอาหารจริง ผลปรากฏว่าเบอร์เกอร์สูตรเน้นความอร่อยที่ออกแบบโดยเอไอได้รับคะแนนความพึงพอใจโดยรวม รสชาติ และเนื้อสัมผัสในระดับที่เทียบเท่าหรือดีกว่า Big Mac ดั้งเดิม
ส่วนในด้านความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เอไอได้สร้างสรรค์เบอร์เกอร์เห็ดที่มีคะแนนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ที่ดิน การปล่อยแก๊สเรือนกระจก หรือการใช้ทรัพยากรน้ำ ต่ำกว่าเบอร์เกอร์เนื้อวัวแบบดั้งเดิมถึงกว่า 10 เท่า
ขณะที่ในด้านโภชนาการ เอไอได้ออกแบบเบอร์เกอร์ถั่วที่ให้คุณค่าทางอาหารสูงกว่า Big Mac เกือบ 2 เท่า ด้วยการลดส่วนประกอบของแป้งขัดสี โซเดียม และไขมันอิ่มตัว แล้วทดแทนด้วยโปรตีนจากพืชและธัญพืชเต็มเมล็ด นอกจากนี้ยังแสดงความสามารถในการออกแบบสูตรอาหารเฉพาะบุคคล (personalized nutrition) ที่ปรับเปลี่ยนวัตถุดิบและปริมาณให้เหมาะสมกับอายุ เพศ และระดับกิจกรรมทางกายของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ
อย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางอย่างที่ต้องคำนึงถึง เนื่องจากเอไอเรียนรู้จากฐานข้อมูลสูตรอาหารสไตล์ตะวันตกเป็นหลัก จึงอาจมีข้อจำกัดเรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรมอาหาร และสูตรที่เอไอคำนวณออกมานั้นระบุเพียงชนิดและปริมาณของวัตถุดิบเท่านั้น ยังไม่ได้รวมถึงขั้นตอนการปรุงทางฟิสิกส์และเคมี เช่น อุณหภูมิหรือระยะเวลาในการย่างซึ่งยังคงต้องอาศัยทักษะและศิลปะของเชฟในการเปลี่ยนสูตรกระดาษให้กลายเป็นอาหารจานจริง
แม้จะยังไม่สามารถทดแทนเชฟได้ทั้งหมด แต่งานวิจัยชิ้นนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เอไอเปลี่ยนกระบวนการพัฒนาสูตรอาหารจากการลองผิดลองถูกแบบเดิม ๆ ไปสู่การออกแบบเชิงวิทยาศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ช่วยให้เราก้าวข้ามขีดจำกัดในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของผู้บริโภคและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
โฆษณา