Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
DW on Reading
•
ติดตาม
22 ก.ค. เวลา 04:51 • ศิลปะ & ออกแบบ
การมีอยู่และการไม่มีอยู่ (Absence/presence)
เมื่อนักโครงสร้างนิยม (Structuralists) และนักหลังโครงสร้างนิยม (Post-Structuralists) กล่าวอ้างอย่างน่าเหลือเชื่อว่า สิ่งของทุกอย่างต่างก็มีความอยู่และความไม่มีอยู่ในตัวพร้อมๆ กัน พวกเขาหมายความว่า สิ่งของชิ้นหนึ่งจะไม่ปรากฏอยู่เต็มร้อย มันอยู่ที่ตรงนั้นเท่าที่เรามองเห็น แต่มันก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นเช่นกัน ในเมื่อตัวตนของมันถูกกำหนดด้วยความสัมพันธ์ที่มีต่อระบบทั้งหมดที่มันเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นระบบที่เรามองไม่เห็น
— โดนัลด์ พาลเมอร์ (Donald Palmer)
ไม่มีความอยู่ ไม่มีแม้แต่ความไม่มีอยู่ มีเพียงความแตกต่างระหว่างสิ่งทั้งสอง ที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาและมีอยู่ก่อนแล้ว
— ไมเคิล เบเนดิกต์ (Michael Benedikt)
แนวคิดที่ว่าผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นหนึ่งสามารถมีคุณลักษณะของการไม่มีอยู่และการอยู่พร้อมๆ กันได้นั้น เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในยุคปลายศตวรรษที่ 20 ของเหล่านักโครงสร้างนิยม ที่ต้องการวางวัตถุที่ออกแบบไว้ให้อยู่ในบริบทที่กว้างขึ้น
สำหรับพวกเขา คุณลักษณะของการไม่มีอยู่เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับความเข้าใจในระดับจิตใต้สำนึกของเราต่อสิ่งที่ขาดหายไป ส่วนคุณลักษณะของการอยู่ก็คือสิ่งที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าเพียงเท่านั้น ไม่มากไปกว่านั้น ศาสตร์ที่ใช้ทำความเข้าใจแนวคิดเหล่านี้ถูกหยิบยืมมาจากวิชาภาษาศาสตร์ ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์เชิงปรัชญาที่มีการพัฒนามาอย่างดี และริเริ่มโดยเดอ โซซูร์ (de Saussure) ในช่วงทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 20
คุณลักษณะของการไม่มีอยู่และความไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กับนักโครงสร้างนิยมเท่านั้น แต่นักปรากฏการณ์วิทยา (Phenomenologists) ยังให้ความสนใจกับความสดใหม่ในการปรากฏอยู่ของวัตถุ โดยปราศจากความไม่มีอยู่ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเขาคือความจริงดิบๆ ของประสบการณ์ที่มีต่อวัตถุตรงหน้า กล่าวคือ การปรากฏอยู่ต่อหน้าในทันทีของวัตถุนั้นคือความจริงแท้
อาคารที่มีการปรากฏอยู่ พร้อมกับความตระหนักรู้อย่างเงียบงันผ่านประตูที่แง้มไว้และหน้าต่างที่เปิดกว้าง ในท้ายที่สุดแล้วดูเหมือนจะใส่ใจต่อการมีอยู่ของเรา
— ไมเคิล เบเนดิกต์ (Michael Benedikt)
สถาปนิกสไตล์โพสต์โมเดิร์น (Post-modern) รับมือกับความไม่มีอยู่ด้วยการหยิบยืมชิ้นงานสถาปัตยกรรมจากอดีตมาใช้อย่างเปิดเผย ความตั้งใจคือการคืนความหมายให้กับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ไร้เสียง
ความพยายามในการกำจัดความไม่มีอยู่นี้ ด้วยความที่มันชัดเจนและตรงไปตรงมาจนเกินไป อาจเป็นหนึ่งในจุดตกต่ำของสถาปัตยกรรมโพสต์โมเดิร์น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกนำไปปฏิบัติโดยผู้ออกแบบรุ่นสองที่ฝีมือด้อยกว่า สถาปัตยกรรมแบบรื้อสร้างหรือ Deconstructivist ที่ตามหลังโพสต์เดิร์นมาช่วงสั้นๆ ได้ละทิ้งการอ้างอิงถึงโครงสร้างโดยนัยทั้งหมดที่เป็นตัวสร้างความไม่มีอยู่ขึ้นมา
สิ่งที่จะถูก "รื้อสร้าง" คือโครงสร้างทางความคิดที่อยู่เบื้องล่าง ซึ่งนักโครงสร้างนิยมอ้างว่าเป็นตัวการสร้างความไม่มีอยู่ขึ้นมา ในศตวรรษที่ 21 โครงการของยุคหลังการรื้อสร้าง (Post-deconstructivism) มุ่งเน้นไปที่การค้นหาโครงสร้างที่ขาดหายไปเหล่านั้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับวาระของทฤษฎีวิพากษ์ (Critical theory)
บริบททางสังคมการเมืองและเศรษฐกิจถูกนำกลับมายอมรับอีกครั้งอย่างทั่วถึง และด้วยความพลิกผันของโชคชะตา ดูเหมือนว่ากลุ่มผู้สนับสนุนสถาปัตยกรรมแบบฟอร์มบล็อบและรอยพับดิจิทัลในปัจจุบัน จะให้ความสนใจกับการปรากฏอยู่อย่างก้าวร้าว โดยแลกกับการละเลยความไม่มีอยู่ การอ้างอิงถึงบริบทของพวกเขามักจะขาดหายไปเสมอ
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นได้จากอนุสาวรีย์ Grande Arche ณ ย่าน La Defense ในปารีส ซึ่งมีความโดดเด่นอย่างมากเนื่องจากการขาดบริบทแวดล้อม และแม้กระทั่งส่วนตรงกลางของตัวอาคารเอง (ภาพประกอบ)
Space – การมีอยู่ของความไม่มีอยู่ — แบร์กนาร์ ชูมี (Bernard Tschumi)ว่าไว้งั้น
ที่มา: DECODING THEORYSPEAK
ศิลปะ
สถาปัตยกรรม
ปรัชญา
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย