22 ก.ค. เวลา 10:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

กสิกรไทยกำไรครึ่งปีแรก 2569 แตะ 2.79 หมื่นล้านบาท ตั้งสำรองรับความไม่แน่นอนเศรษฐกิจ

กสิกรไทยกำไรครึ่งปีแรก 2569 แตะ 2.79 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.22% เดินหน้าตั้งสำรองรับความไม่แน่นอนเศรษฐกิจเกือบ 20,000 ล้านบาท
ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) แจ้งผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 27,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,635 ล้านบาท หรือ 6.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหากไม่รวมรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว 1,455 ล้านบาท กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 26,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.25%
เศรษฐกิจไทยเจอแรงกดดันของปัจจัยภายนอก
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ชะลอตัวจากไตรมาสแรก
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย
จากแรงกดดันของปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น กดดันเงินเฟ้อและค่าครองชีพ ขณะที่ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวช้ากว่าคาด และแม้การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังเติบโต แต่สินค้าส่งออกกลุ่มอื่นเริ่มชะลอตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า
ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้น
สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี ธนาคารคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ภาพรวมทั้งปีเติบโตเท่าปีก่อน เนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง มาตรการภาษีของสหรัฐฯ สถานการณ์เอลนีโญ รวมถึงข้อจำกัดด้านการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ
ธนาคาร ระบุว่า ยังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังภายใต้ยุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity ควบคู่กับการยกระดับกลยุทธ์ "ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง" พร้อมติดตามและประเมินความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ และช่วยประคับประคองลูกค้าในช่วงที่ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง
รายได้ดอกเบี้ยลดลง แต่ค่าธรรมเนียม ลงทุนหนุนผลประกอบการ
งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 63,390 ล้านบาท ลดลง 9.55% จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง รวมถึงการลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยลูกค้าลดภาระทางการเงิน ส่งผลให้ Net Interest Margin (NIM) อยู่ที่ 2.91% ลดลงจาก 3.36% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจาก
ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management)
ธุรกิจประกันภัยที่มีผลการดำเนินงานดีขึ้น
รายได้จากการลงทุน
ด้านค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอยู่ที่ 40,030 ล้านบาท ลดลง 2.02% ส่งผลให้อัตราส่วน Cost to Income Ratio อยู่ที่ 40.33% จากการเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งการบริหารบุคลากร ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และนำเทคโนโลยีรวมถึง AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
ตั้งสำรองเกือบ 2 หมื่นล้านบาท รองรับความเสี่ยงเศรษฐกิจ
ธนาคารและบริษัทย่อยยังคงตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss) ตามหลักความระมัดระวัง จำนวน 19,842 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อเฉลี่ย (Credit Cost) อยู่ที่ 1.58% สอดคล้องกับเป้าหมายทั้งปีที่ 1.40-1.60%
ไตรมาส 2 กำไร 1.32 หมื่นล้านบาท ลดลงจากไตรมาสแรก
ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 13,247 ล้านบาท ลดลง 9.68% จากไตรมาสแรก อย่างไรก็ตาม หากตัดผลของรายได้พิเศษจากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนในไตรมาสก่อน กำไรสุทธิจะลดลงเพียง 0.98%
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 2 อยู่ที่ 31,432 ล้านบาท ลดลง 1.64% ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 4.14% จากกำไรเครื่องมือทางการเงินตามภาวะตลาดและรายได้จากธุรกิจบริหารกองทุน ส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการลงทุนด้านเทคโนโลยี โดยธนาคารตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตจำนวน 10,019 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต
ฐานะการเงินแข็งแกร่ง NPL 3.18% Coverage Ratio 173.90%
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 4.57 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.27% จากสิ้นปี 2568 จากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนสุทธิและสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ตามกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพ
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.18% ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 173.90% สะท้อนความสามารถในการรองรับความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์
ส่วนอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ตามเกณฑ์ Basel III อยู่ที่ 19.24% สะท้อนฐานะเงินกองทุนที่ยังแข็งแกร่ง รองรับการดำเนินธุรกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
กำไรครึ่งปีแรก 2569 แตะ 2.79 หมื่นล้านบาท
ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) แจ้งผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 27,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,635 ล้านบาท หรือ 6.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหากไม่รวมรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว 1,455 ล้านบาท กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 26,609 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.25%
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 ชะลอตัวจากไตรมาสแรก จากแรงกดดันของปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น กดดันเงินเฟ้อและค่าครองชีพ ขณะที่ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวช้ากว่าคาด และแม้การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังเติบโต แต่สินค้าส่งออกกลุ่มอื่นเริ่มชะลอตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า
สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี ธนาคารคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ภาพรวมทั้งปีเติบโตเท่าปีก่อน เนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง มาตรการภาษีของสหรัฐฯ สถานการณ์เอลนีโญ รวมถึงข้อจำกัดด้านการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ
ธนาคารระบุว่ายังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังภายใต้ยุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity ควบคู่กับการยกระดับกลยุทธ์ "ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง" พร้อมติดตามและประเมินความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ และช่วยประคับประคองลูกค้าในช่วงที่ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/monetary/280017
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา