•
23 ก.ค. เวลา 07:11 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ชง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ควรเริ่มช่วง Green Season พร้อมเสนอแบ่งเป็น 2 เฟส

สภาอุตฯ ท่องเที่ยว ชง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ควรเริ่มช่วง Green Season เสนอแบ่งเป็น 2 เฟส หากงบไม่พอเติมเพิ่มได้ พร้อมดัน “ทัวร์ทั่วไทย” เป็นมาตรการคู่ขนาน
ว่าที่ร้อยตรี เอนก นุรักษ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงข้อเสนอการดำเนินโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ว่า ควรเริ่มดำเนินการในช่วง Green Season หรือช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม มากกว่ารอให้เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น เพราะจะช่วยรักษาโมเมนตัมการท่องเที่ยวภายในประเทศให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้รัฐบาลผลักดันโครงการ “ทัวร์ทั่วไทย” ควบคู่กับไทยเที่ยวไทยพลัส โดยใช้บริษัททัวร์เป็นกลไกหลักในการดำเนินงาน
เนื่องจากการเดินทางผ่านบริษัททัวร์จะช่วยกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการทั้งห่วงโซ่ ทั้งรถบัส รถตู้ รถเรือ โรงแรม ร้านอาหาร ไกด์ ผู้ค้า และชุมชนในพื้นที่ ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนไปถึงทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
“ถ้าคนเดินทางกับบริษัททัวร์ รายได้จะไม่ได้ตกอยู่แค่ที่พัก แต่จะกระจายไปถึงรถ อาหาร ไกด์ ร้านค้า และชุมชน ซึ่งทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน” ว่าที่ร้อยตรี เอนก กล่าว
นอกจากนี้ เห็นว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ควรวางแผนมาตรการล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินโครงการได้ทันทีหลังสิ้นสุดเดือนเมษายน 2570 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของ Green Season เพราะหากปล่อยให้มาตรการออกในช่วงปลายปี จะไปซ้อนกับช่วงไฮซีซั่นที่มีนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ส่งผลให้การกระตุ้นการท่องเที่ยวไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
สำหรับงบประมาณโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสที่รัฐบาลเตรียมไว้ประมาณ 1,750 ล้านบาทนั้น มองว่า ควรแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 เฟส หากงบประมาณไม่เพียงพอก็สามารถจัดสรรเพิ่มเติมได้ แต่หากใช้งบไม่หมดก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเป้าหมายสำคัญคือการทำให้มาตรการสามารถเดินหน้าต่อเนื่องได้ตลอดช่วง Green Season
อีกข้อเสนอคือ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายรถบัสสำหรับบริษัททัวร์ โดยให้ภาครัฐร่วมสมทบค่าใช้จ่ายในแพ็กเกจท่องเที่ยว เช่น โปรแกรม 3 วัน 2 คืน เพื่อช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ทำให้ราคาทัวร์เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และกระตุ้นให้คนไทยออกเดินทางมากขึ้น โดยมาตรการดังกล่าวควรดำเนินการในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคมเช่นเดียวกัน
นอกจากมาตรการกระตุ้นการเดินทางแล้ว ว่าที่ร้อยตรี เอนก ยังเสนอให้ภาครัฐเร่งยกระดับแหล่งท่องเที่ยวที่ยังมีศักยภาพในการเติบโต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการจัดระเบียบพื้นที่ เช่น การสร้างทางเดิน จุดจอดรถ ห้องน้ำ และระบบความปลอดภัย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีมาตรฐาน รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน โดยคัดเลือกชุมชนที่มีความพร้อมให้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อให้รายได้กระจายสู่คนในพื้นที่โดยตรง
ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้เชื่อมโยงภาคการท่องเที่ยวกับภาคเกษตร ผ่านการจับคู่ระหว่างเกษตรกรและผู้ประกอบการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และบริษัททัวร์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายสินค้าได้โดยตรง ลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และสร้างรายได้ให้กับชุมชนควบคู่กับการเติบโตของภาคท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม หากมาตรการ ไทยเที่ยวไทยพลัส จำเป็นต้องออกในช่วงปลายปี ก็อยากให้โครงการ “ทัวร์ทั่วไทย” เริ่มดำเนินการก่อน หรือแยกเป็นอีกมาตรการหนึ่ง เพื่อให้การกระตุ้นการท่องเที่ยวเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/280122
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา