เมื่อคลื่นยักษ์แห่งอุตสาหกรรม Data Center และ AI กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ปรเทศไทย กำลังเป็นแรงสั่นสะเทือนต่อระบบโครงสร้างไฟฟ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ข้อมูลล่าสุดปรากฏว่า Data Center ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI นั้น มีปริมาณสูงถึงเกือบ 30,000 เมกะวัตต์ หรือ มีความต้องการใช้ไฟฟ้าครึ่งหนึ่ง จากกำลังการผลิตของประเทศที่มีอยู่
หากจะพิจารณาในฝั่งของ “สิ่งที่ไทยได้” แน่นอนว่า Data Center และ AI คือ New Engine of Growth หรือเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่รัฐบาลพยายามผลักดัน เพื่อนำพาประเทศให้หลุดพ้นจาก “กับดักรายได้ปานกลาง” ที่ติดหล่มมานานหลายสิบปี
สิ่งเหล่านี้ คือ แรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่านประเทศไทย จากยุคที่พึ่งพาแรงงานราคาถูกและทรัพยากรธรรมชาติ ไปสู่ยุค Digital Economy อย่างเต็มตัว
การขยายตัวของอุตสาหกรรมนี้ ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ให้เกิดการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของไทย ไปสู่ระบบ Smart Grid และการใช้เทคโนโลยี AI ในการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับสากล
โดยเฉพาะการช่วงชิงความได้เปรียบผ่านการมี Green Energy หรือ พลังงานสะอาดที่มั่นคง ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่นักลงทุนระดับโลก ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจเลือกประเทศไทยในการลงทุน
ดังนั้น การเข้ามาของ Data Center จึงเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ประเทศต้องเผชิญ แต่ประเทศจะก้าวข้ามความเสี่ยงนี้ไปได้อย่างไร ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ควบคุมกฎกติกา ว่าจะออกแบบให้โอกาสและความเสี่ยงเกิดความสมดุลได้อย่างไร
เพราะหากก้าวผ่านได้ Data Center จะไม่ใช่แค่ศูนย์เก็บข้อมูล แต่จะเป็นรากฐานใหม่ที่ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในยุคดิจิทัลได้อย่างสง่างามและยั่งยืน