Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
27 ก.ค. เวลา 05:18 • หนังสือ
บทที่ 340
ฮ่องเต้ฝืนข่มความคลื่นไส้ที่ตีขึ้นมาจากกลางอก พลางส่งสัญญาณให้ทหารองครักษ์เสื้อแพรที่อยู่ด้านข้างเปิดกรงเหล็ก
“เสด็จพ่อ” เซี่ยจิ่งมีเหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก รีบเกลี้ยกล่อมทันที “เจ้าปีศาจลัทธิผู้นี้โกหกคำโตทั้งเพ จะเชื่อได้อย่างไร พละกำลังมังกรของพระองค์สำคัญที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”
แต่ฮ่องเต้จะยอมเลิกราได้อย่างไร
ซื่อซื่อกับลูกนอกคอกคนนั้นคือรอยด่างพร้อยที่สุดในชีวิตของพระองค์ พระองค์จำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่าใครกันแน่ที่กำลังเล่นงานพระองค์
“เปิด!”
องครักษ์เสื้อแพรจึงเปิดกรงเหล็ก
เซี่ยจิ่งกำหมัดแน่น ขณะที่ฮ่องเต้ก้าวเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง ก่อนย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าประตูกรง มองดูฉางเฟิงค่อย ๆ คลานเข้ามาหาตน
ฉางเฟิงเงยหน้าหัวเราะ รอยยิ้มนั้นชวนขนลุก
“เรทอยู่นี่แล้ว รีบพูดมา เรากำลังฟังอยู่”
“กระหม่อม... ใช้ร่างตนเองเป็นเครื่องสังเวย...”
กู้จือจั๋วเอ่ยขึ้นทันที
“ช่านช่าน มือของฉางเฟิง... เหมือนกำลังวาดอะไรอยู่หรือเปล่า?”
กู้อี่ช่านมัวแต่จับตาดูน้องสาว หลังจากมองฉางเฟิงเพียงครั้งแรก เขาก็แทบไม่ได้สนใจอีกฝ่ายอีกเลย ครั้นได้ยินดังนั้นจึงหันไปมอง
ฉางเฟิงนอนคว่ำอยู่กับพื้น ศีรษะหันไปทางฮ่องเต้ มือซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อเต๋าที่กว้างใหญ่
แขนเสื้อพลิ้วไหวเล็กน้อย การเคลื่อนไหวของเขาแผ่วเบามาก หากมิใช่ผู้ฝึกยุทธ์ที่หูตาไว ย่อมไม่มีทางสังเกตเห็น
กู้จือจั๋วจ้องมองลวดลายบิดเบี้ยวที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นภายในกรงเหล็ก พลางพึมพำเบา ๆ
“ใช้ผืนแผ่นดินเป็นกระดาษเหลือง ใช้โลหิตเป็นชาดแดง ใช้ร่างกายเป็นเครื่องสังเวย...”
นางร้องอุทาน
“เขากำลังวาดยันต์!”
ฉางเฟิงเอ่ยต่อ
“...ใช้โลหิตเป็นสื่อนำ... สาปแช่งพระองค์... ให้พ่อลูกฆ่าฟันกันเอง... ตายด้วย... น้ำมือบุตรแท้ ๆ ของตน...”
---
เสียงของฉางเฟิงแผ่วเบาไร้เรี่ยวแรง แม้แต่ฮ่องเต้ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมก็ยังฟังไม่ถนัด
ฮ่องเต้ได้ยินเพียงคำว่า “พ่อลูก” “โลหิต” และ “บุตรแท้ ๆ” อย่างเลือนราง ส่วนกู้จือจั๋วที่ยืนอยู่ไกลยิ่งไม่ได้ยินเลย
แต่เซี่ยอิ่งเฉินอ่านริมฝีปากได้ เขาจึงถ่ายทอดคำพูดของอีกฝ่ายทีละคำให้นางฟัง
เมื่อได้ยินประโยค “พ่อลูกฆ่าฟันกันเอง” สีหน้าของกู้จือจั๋วก็เปลี่ยนไปทันที
“ช่านช่าน อย่าให้เขาพูดจนจบ!”
ที่แท้ยอมรับผิดง่ายดายเช่นนี้ ก็เพราะยังมีไพ่ตายอยู่
เขารู้ดีว่าตนไม่มีทางรอดแล้ว แต่ก็ไม่ยอมแบกรับความผิดทั้งหมดเพียงลำพัง
คาถาสาปจู้อินอำมหิตยิ่งนัก ฉางเฟิงใช้ชีวิตตนเองเป็นเครื่องสังเวย ย่อมไม่มีทางแลกมาเพียงให้ฮ่องเต้กับโอรสฆ่าฟันกันเองเท่านั้น
คำสาปที่ร้ายแรงกว่านั้นจะต้องตามมาแน่
กู้อี่ช่านไม่ถามอะไรอีก เมื่อน้องสาวพูดเช่นนั้น เขาก็สาวเท้าสามก้าวเป็นสองก้าวพุ่งออกไปทันที
เหล่าบัณฑิตที่ยืนขวางอยู่ด้านหน้ายังทุบอกคร่ำครวญ ทั้งร้องไห้ทั้งตะโกน
กู้อี่ช่านเห็นว่าพวกเขาเกะกะ จึงกดไหล่คนหนึ่งไว้แล้วทะยานตัวขึ้น เหยียบไหล่ผู้คนทีละคน วิ่งรวดเดียวจนถึงด้านหน้า
เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วและดุดัน หัวหน้าผู้บัญชาการโจวแห่งองครักษ์จินอู๋เข้าใจผิด คิดว่าเขาจะลอบปลงพระชนม์ จึงชักกระบี่ออกมาขวางไว้
เขาลดเสียงลงเกลี้ยกล่อม
“ช่านช่าน อย่าก่อเรื่อง”
ฉางเฟิงยังคงฝืนกล่าวต่อ
“สาปแช่งต้าฉี่... สกุลเซี่ย...”
“ท่านอาโจว ล่วงเกินแล้ว”
กู้อี่ช่านเตะกระบี่ของเขากระเด็น พลิ้วกายหลบอย่างคล่องแคล่ว ก่อนพุ่งตรงไปยังกรงเหล็ก
“ท่านอ๋องเจิ้นเป่ย!”
“ท่านอ๋อง!”
“กู้อี่ช่าน หยุดเดี๋ยวนี้!”
“รีบอารักขาฝ่าบาท!”
หลายเสียงดังขึ้นพร้อมกัน
ทั้งท่านอ๋องหลี่และท่านอัครมหาเสนาบดีต่างมีสีหน้าตื่นตระหนก กลัวว่ากู้อี่ช่านจะวู่วามก่อเรื่องใหญ่ ท่านอ๋องหลี่ยิ่งรีบพุ่งเข้าไปหวังจะรั้งตัวเขาไว้
สองพี่น้องคู่นี้ทำอะไรก็แปลกประหลาดอยู่เสมอ ท่านอ๋องหลี่ไม่มีเวลาคิดว่าเขามีจุดประสงค์อะไร
แต่เพียงแตะชายแขนเสื้อของกู้อี่ช่านเท่านั้น อีกฝ่ายก็ยกเท้าถีบกรงเหล็กเต็มแรงแล้ว
กู้อี่ช่านใช้แรงทั้งหมดที่มี
เพียงถีบครั้งเดียว กรงเหล็กอันหนักอึ้งก็สั่นสะเทือนโคลงเคลงไปมา
ฉางเฟิงที่อยู่ภายในถูกแรงกระแทกจนกลิ้งไปอีกด้าน หลังชนเข้ากับซี่กรงด้านหลัง เผยให้เห็นอักขระยันต์สีดำแดงที่ถูกทับอยู่ใต้ร่าง
ลวดลายเหล่านั้นบิดเบี้ยวผิดรูป มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขียนด้วยเลือด ทุกขีดทุกเส้นชวนให้สะพรึงกลัว
“สวรรค์...”
ท่านอ๋องหลี่รู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง เผลอก้าวเข้าไปใกล้กรงอีกสองสามก้าวโดยไม่รู้ตัว
“เขากำลังสาปแช่ง”
กู้อี่ช่านอธิบายสั้น ๆ
“สะ... สาปแช่ง?”
เพียงสองคำนี้ก็ทำให้ท่านอ๋องหลี่ถึงกับหยุดหายใจ สมองขาวโพลน
“น้องสาวให้ข้ามา”
ท่านอ๋องหลี่เข้าใจในทันที จึงไม่คิดขัดขวางเขาอีก
เวลานี้ฮ่องเต้ยังคงกึ่งนั่งกึ่งยองอยู่หน้ากรง
ไม่รู้ว่าเพราะตกใจจนทำอะไรไม่ถูก หรือด้วยเหตุผลอื่น พระองค์กลับนิ่งงันไม่ไหวติง
พระองค์ขวางอยู่ตรงปากกรง ทำให้กู้อี่ช่านไม่อาจลากฉางเฟิงออกมาได้
เขากำลังลังเลว่าควรผลักฮ่องเต้ออกดีหรือไม่
แต่เพียงชั่วอึดใจเดียว...
ฉางเฟิงที่แทบไม่เหลือสภาพคน ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน จู่ ๆ ก็พุ่งตัวเข้ามา กัดเข้าที่ไหล่ของฮ่องเต้อย่างแรง
กู้อี่ช่านถึงกับตาค้าง
เขาเงียบ ๆ ถอยหลบออกไป
น้องสาวบอกเพียงว่าอย่าให้ฉางเฟิงกล่าวคำสาปจนจบ
แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามกัดคน
“เสด็จพ่อ!”
“ฝ่าบาท!”
“อ๊ากกกก!”
ฮ่องเต้ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
เซี่ยจิ่งซึ่งอยู่ใกล้ฮ่องเต้ที่สุด ไม่สนใจคราบหนองและเลือดที่เปรอะทั่วตัวฉางเฟิง รีบพุ่งเข้าไปดึงตัวออก
ท้ายที่สุดฉางเฟิงก็แทบไม่เหลือแรงแล้ว หลังเซี่ยจิ่งดึงอยู่หลายครั้ง เขาจึงจำต้องปล่อยปากออก
“ถุย!”
ฉางเฟิงกระอักเลือดคำหนึ่งออกมา เลือดนั้นคือเลือดจากลำคอของฮ่องเต้ เขาใช้นิ้วที่เปื้อนเลือดลากเป็นเส้นสุดท้ายของคาถาสาปจู้อิน
“คาถาสำเร็จแล้ว!”
ฉางเฟิงหัวเราะเสียงต่ำ “ฝ่าบาท... พระองค์จะต้องตายด้วยน้ำมือของโอรสแท้ ๆ ของพระองค์ พระองค์จะเป็นผู้สังหารโอรสแท้ ๆ ของพระองค์เอง และจะตกนรกอเวจี ชั่วกัปชั่วกัลป์... ฮ่า ๆ ๆ”
เดิมทีเขาตั้งใจจะสาปให้ราชสกุลเซี่ยฆ่าฟันกันเองจากรุ่นสู่รุ่น น่าเสียดาย... น่าเสียดายเหลือเกิน ถูกขัดจังหวะเสียก่อน
ฮ่องเต้เอามือกุมลำคอ เซถอยหลังล้มลงกับพื้น ทั้งตกใจทั้งหวาดหวั่น
เมื่อครู่จู่ ๆ พระองค์ก็ขยับร่างกายไม่ได้ จนกระทั่งบัดนี้ แขนขาจึงกลับมาเชื่อฟังอีกครั้ง เมื่อได้ยินคำสาปอันชั่วร้ายของฉางเฟิง ก็รู้สึกหนาวเยือกไปทั้งแผ่นหลัง พระองค์ชี้ไปที่กรงเหล็กด้วยความเดือดดาล
“ทหาร! ฆ่า ฆ่า ฆ่ามัน! ฆ่าไอ้ปีศาจนี่เสีย!”
ฉางเฟิงหมอบอยู่ในกรง อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
“ฝ่าบาท... ผู้ที่อยู่เบื้องหลังสั่งการสกุลจี้... อยู่ข้างกายพระองค์เอง...”
ฮ่องเต้รีบยกมือห้ามองครักษ์จินอู๋ไม่ให้ลงมือก่อน แล้วกัดฟันถาม
“ข้าให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย! เป็นผู้ใด!”
สมองของเซี่ยจิ่งว่างเปล่าไปหมด
หากเสด็จพ่อรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องของสกุลจี้คือเค่อเอ๋อร์ ต้องคิดแน่ว่าคนที่จะปลงพระชนม์บิดาตามที่ฉางเฟิงพูดก็คือตน
ถึงตอนนั้น... เสด็จพ่อจะต้องฆ่าเขาแน่!
ปล่อยให้มันพูดต่อไม่ได้!
แขนทั้งสองของเซี่ยจิ่งเกร็งแน่น ใบหน้าแดงก่ำเพราะความตื่นตระหนก
“คือ...”
สายตาของฉางเฟิงค่อย ๆ หันไปยังเซี่ยจิ่ง
“คือเขา...”
ขณะพูด เขาก็ยกมือที่เปื้อนเลือดขึ้นอีกครั้ง
“เสด็จพ่อ ระวัง!”
เลือดร้อนพลุ่งพล่านพุ่งขึ้นสู่สมองของเซี่ยจิ่งในทันใด เขาตะโกนลั่น พุ่งเข้าขวางหน้าฮ่องเต้ ก่อนโถมตัวกดฉางเฟิงไว้ใต้ร่าง เดิมทีเขาเพียงคิดจะปิดปากอีกฝ่าย แต่เมื่อได้สติกลับพบว่า ตนได้ชักมีดสั้นที่เอวออกมา และแทงปลายมีดลงกลางอกของฉางเฟิงอย่างแรงแล้ว
เซี่ยจิ่งกำด้ามมีดไว้ด้วยมือทั้งสอง
เขาคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่บนพื้น หายใจหอบหนัก
บนใบหน้าที่เหี่ยวแห้งของฉางเฟิง ปรากฏทั้งความตกตะลึงและหวาดกลัว เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าชีวิตของตนกำลังค่อย ๆ ไหลรินจากไป
ทำไม...
ทั้งที่เขาเปลี่ยนชะตาฟ้าได้แล้ว เหตุใดคนที่ต้องตายกลับเป็นเขา
ฉางเฟิงค่อย ๆ หันศีรษะ
สายตาของเขาทะลุผ่านเหล่าบัณฑิตที่กำลังร้องโวยวายไปตกอยู่บนร่างของกู้จือจั๋ว
แม้มองเห็นใบหน้าของนางไม่ชัด แต่ประสาทสัมผัสอันเฉียบไวกลับทำให้เขา “เห็น” กลุ่มแสงสีแดงฉานที่ห่อหุ้มรอบกายนางได้อย่างแจ่มชัด
แสงนั้นเข้มข้นยิ่งกว่าครั้งก่อนที่พบกัน แดงยิ่งกว่าโลหิต ราวกับเป็นทั้งแสงและหมอกเลือดอันหนาทึบ โอบล้อมและกลืนกินนางไว้
พลังอันบ้าคลั่งเดือดพล่านนั้น ราวกับงอกหนวดนับไม่ถ้วน แยกเขี้ยวเล็บแผ่ขยายกลืนกินทุกสิ่งโดยรอบ
นางยืนหยัดอย่างองอาจท่ามกลางโลก ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด
ทั้งที่นางต่างหากคือผู้ถูกสวรรค์รังเกียจ ถูกวิถีสวรรค์ทอดทิ้ง ทั่วร่างอาบไอแห่งความตาย
แล้วเหตุใด... ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่กลับเป็นนาง
เหตุใดผู้ชนะ... จึงเป็นนาง
เหตุใดต้องเป็นนาง... ผู้ที่แย่งชิงชะตาสวรรค์ที่เขาวางไว้
พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้อย่างสิ้นเชิง!
“ข้า... แพ้แล้ว...”
ชะตาสวรรค์ที่เขาสร้างขึ้น... กลับเป็นผู้ลงมือสังหารเขาเอง
พรวด!
ฉางเฟิงพ่นเลือดสีดำออกมาอีกคำ
มีดสั้นที่ปักอยู่กลางอกจมลึกลงไปอีกหลายส่วน แทงทะลุหัวใจของเขา
“ข้า... ขอ... สาปพวกเจ้า...”
ลมหายใจของเขาดับสิ้นลง
เวลาถัดมา เซี่ยจิ่งก็ได้สติกลับคืน เขาปล่อยมีดสั้นในมืออย่างตื่นตระหนก แล้วคลานกลิ้งออกจากกรงเหล็ก
ใบหน้าของเขาร้อนชื้นผิดปกติ ยกมือขึ้นลูบก็พบว่าเป็นเลือดสีแดงดำ ซึ่งสะท้อนอยู่ในดวงตา กลิ่นคาวเหม็นเน่ารุนแรงโชยเข้าจมูกจนแทบอาเจียน
นี่คือครั้งแรกที่เซี่ยจิ่งฆ่าคน
เขายังจำสัมผัสในมือยามคมมีดแทงทะลุเนื้อหนังได้อย่างชัดเจน
ใบหน้าของเขาซีดเขียว มือเท้าสั่นเทา ถอยหลังด้วยมือและเท้าอย่างทุลักทุเล สุดท้ายก็ทนไม่ไหว อาเจียนออกมาจนแม้แต่น้ำย่อยก็ถูกขย้อนออกมาด้วย
ฮ่องเต้เบิกตากว้าง
ฉางเฟิงนอนอยู่บนพื้น ดวงตาเบิกโพลง ลูกตาลึกโบ๋จนเห็นตาขาวเป็นส่วนใหญ่ ตายตาไม่หลับ
เลือดจากกลางอกไหลซึมลงสู่พื้น ลวดลายอักขระสีแดงดำทั่วพื้นดินดูราวกับอสูรร้ายมากมายที่กำลังคำรามและกรีดร้อง
ฮ่องเต้หันกลับไปมองเซี่ยจิ่ง เห็นดวงตาของอีกฝ่ายเหม่อลอย สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดผวา ทั้งร่างของพระองค์พลันเย็นเยียบไปหมด ก่อนจะร้องตะโกนอย่างเสียสติ
“ทหาร! จงเอาศพปีศาจนี่ไปแล่เนื้อพันมีด เผาทำลายกระดูกให้สิ้น!”
เสียงแหลมคมของฮ่องเต้ทำลายความเงียบงันที่ปกคลุมทั่วบริเวณ
ผู้บัญชาการโจวรีบเข้ามาพยุงฮ่องเต้ ขณะที่องครักษ์จินอู๋อีกหลายคนเข้าไปลากร่างของฉางเฟิงออกจากกรงเหล็ก
นิ้วมือของฉางเฟิงยังกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะนิ่งสนิทในที่สุด
ผู้บัญชาการโจวสูดลมหายใจ ตรวจชีพจรที่ลำคอ แล้วกราบทูลว่า
“ฝ่าบาท ปีศาจฉางเฟิงสิ้นใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ยกมือกุมลำคอที่ยังมีเลือดไหลไม่หยุด เลือดสดซึมผ่านซอกนิ้วหยดลงมาไม่ขาดสาย
คำสาปของฉางเฟิงยังคงดังก้องอยู่ในพระเศียร...
“เจ้าจะต้องตายด้วยน้ำมือของโอรสแท้ ๆ ของเจ้า...”
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗ลิงค์:
https://www.blockdit.com/posts/6a646a8f1c5a6a7daad72a3a
🥀➡️ บทถัดไป
🔗ลิงค์:
https://www.blockdit.com/posts/6a646af47c84994cb1c44273
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม กดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย