Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
28 ก.ค. เวลา 10:48 • หนังสือ
บทที่ 362
เมื่อพระราชโองการฉบับนี้ถูกประกาศออกมา เซี่ยจิ่งก็เมาจนแทบไม่รู้เรื่อง
ทว่าต่อให้เขาจะผิดหวังเพียงใด แม้แต่เฉิงเอินกงก็ไม่มีเวลาสนใจ กลับยิ้มแย้มจัดเตรียมข้าวของสำหรับการเดินทางให้เขา พร้อมกำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า
“ที่รัชทายาทให้กู้อี่ช่านไปเป็นผู้รับเจ้าสาว จะต้องไม่ได้หวังดีแน่ บางทีอาจคิดทำลายการอภิเษกครั้งนี้ หรือไม่ก็อาจให้กู้อี่ช่านไปเกี้ยวองค์หญิงแห่งซีเหลียงระหว่างทาง พอถึงตอนนั้นรัชทายาทก็จะอ้างว่าทั้งสองรักใคร่กัน แล้วจับองค์หญิงซีเหลียงแต่งให้กู้อี่ช่าน ตัดหนทางถอยของพวกเราเสีย”
“รัชทายาทผู้นี้เจ้าเล่ห์เพทุบาย องค์ชายจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด”
“ข้าลำบากแทบตายกว่าจะเกลี้ยกล่อมให้เขายอมให้องค์ชายร่วมเดินทางไปรับเจ้าสาวได้ ครั้งนี้องค์ชายห้ามทำพลาดเป็นอันขาด”
เฉิงเอินกงพร่ำเตือนเซี่ยจิ่งซึ่งทั้งตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นสุราอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่า จนอีกฝ่ายตอบรับอย่างหงุดหงิดคำหนึ่ง เขาจึงพอใจ ก่อนจะอดกำชับอีกครั้งไม่ได้
“แม่หนูหนานเค่อนั่น จะเลี้ยงไว้ก็เลี้ยงไปเถอะ แต่อย่าเพราะนางแล้วไปมีเรื่องกับองค์หญิงซีเหลียงอีก หากชอบนางจริง วันหน้าค่อยแต่งตั้งเป็นพระสนมขั้นกุ้ยเฟยก็ได้”
เซี่ยจิ่ง “...”
ไม่มีอีกแล้ว
เขายกจอกสุราดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายก็ฟุบลงบนโต๊ะ พึมพำละเมอไม่หยุด
เซี่ยจิ่งดื่มเหล้ากลุ้มใจอยู่สามวันเต็ม ครั้นถึงวันออกจากเมือง กลิ่นสุราบนตัวก็ยังฉุนจัด เขาโซเซขึ้นรถม้า ภาพนั้นทำให้ขุนนางไม่น้อยขมวดคิ้วแน่น
ขบวนรับเจ้าสาวเคลื่อนออกจากเมืองหลวง เซี่ยอิ่งเฉินพากู้จือจั๋วมาส่งด้วยตนเองถึงศาลาสามลี้
เซี่ยจิ่งมองร่างอรชรที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเซี่ยอิ่งเฉินอยู่ไกล ๆ ก็อดคิดไม่ได้ว่า...
หากวันนั้นเซี่ยอิ่งเฉินไม่ฉวยโอกาส ตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น จะเป็นเขาหรือไม่
ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในใจนับครั้งไม่ถ้วน ราวกับเปลวไฟที่เผาผลาญหัวใจอย่างบ้าคลั่ง
กู้อี่ช่านขึ้นหลังม้า ก่อนเอ่ยกับน้องสาวว่า
“พี่ไปก่อนนะ”
พูดจบก็ทำท่าประสานหมัดอย่างโอ้อวด
“ข้าน้อยจะไม่ทำให้ผู้มอบหมายผิดหวังแน่นอน”
จดหมายที่เซี่ยอิ่งเฉินเขียนถึงกษัตริย์แห่งเหลียง เขาเก็บไว้ในช่องลับติดตัวเรียบร้อยแล้ว หลังอำลาน้องสาว ก็กระตุกบังเหียนม้าพุ่งขึ้นไปอยู่หน้าสุดของขบวน
“ออกเดินทาง!”
เมื่อมองส่งพวกเขาจากไปแล้ว เซี่ยอิ่งเฉินกับกู้จือจั๋วจึงพากันกลับเมืองหลวง
เฉิงเอินกงเป็นคนชอบโอ้อวดที่สุด วิ่งเต้นไปทั่ว ใช้ข้ออ้างว่านี่คือการอภิเษกขององค์ชายสามเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี จึงต้องจัดงานให้ยิ่งใหญ่อลังการ
หลายวันติดกัน เขาค่อย ๆ หยั่งเชิง ยกระดับพิธีขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนเกือบเทียบเท่างานอภิเษกของรัชทายาท
ขุนนางในราชสำนักจำนวนไม่น้อยต่างจับตารอดู ว่าเซี่ยอิ่งเฉินจะรับมืออย่างไร
ใครจะรู้ เพียงพริบตาเดียว เซี่ยอิ่งเฉินก็มีพระบัญชาอีกฉบับหนึ่ง
สถาปนาสตรีสกุลอินแห่งหย่งโจวเป็น ท่านหญิง พระราชทานนามว่า ท่านหญิงฝูอัน พร้อมพระราชทานจวนท่านหญิง
ตำแหน่งท่านหญิงที่โผล่ขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้ ทำเอาทั้งเมืองแตกตื่น
นี่มันไม่เดินหมากตามธรรมเนียมเอาเสียเลย!
เดิมทีทุกคนต่างคาดเดาว่า รัชทายาทจะมององค์ชายสามเป็นภัยคุกคามและหาทางกดดันอีกฝ่าย
ใครจะคิดว่า...
รัชทายาทกลับไม่ได้เห็นองค์ชายสามอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
ถึงจะงุนงง แต่ผู้คนมากมายก็เริ่มสืบหาว่า ท่านหญิงคนใหม่ผู้นี้เป็นใครกันแน่
พอสืบไป ก็มีคนรำลึกถึงคดีที่เพิ่งได้รับการล้างมลทินของตระกูลอินแห่งหย่งโจวเมื่อไม่นานมานี้
ที่แท้ก็เป็นสตรีสกุลอินผู้นั้นเอง
ตระกูลอินถูกตัดสินผิดว่าเป็นโจรปล้นม้า คนทั้งตระกูลแทบถูกสังหารสิ้น เหลือเพียงสตรีกำพร้าผู้นี้คนเดียว จะว่าไปก็น่าเวทนาอยู่ไม่น้อย
แต่การได้รับการสถาปนาเป็นท่านหญิง...
ก็ดูจะเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่มากเกินไปสักหน่อย
ด้วยเหตุนี้ ฎีกาจำนวนมากจึงทยอยส่งเข้ามา
เซี่ยอิ่งเฉินกลับสั่งให้กรมพิธีการกดเรื่องทั้งหมดไว้ แม้แต่เปิดอ่านก็ยังไม่อ่าน
การแต่งตั้งครั้งนี้ มิใช่เพียงเพราะความทุกข์ยากที่ตระกูลอินได้รับ
แต่ยังเป็นเพราะการเสียสละที่อินซีเหยียนได้ทำไว้เพื่อชะตาฟ้าลิขิต
รางวัลพระราชทานไม่ได้มีเพียงจวนท่านหญิงเท่านั้น
ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลอิน ก็ถูกส่งคืนให้อินซีเหยียนทั้งหมดเช่นกัน
ก่อนเสิ่นซวี่จะออกจากเมือง เขาได้กำชับไว้แล้ว ให้สำนักตงฉ่างสืบสวนผู้ที่เคยยักยอกทรัพย์สินของตระกูลอินเมื่อครั้งอดีตให้กระจ่าง
บางคนถูกข่มขู่ บางคนถูกล่อลวง บางคนถูกยึดทรัพย์จับกุม
สรุปคือ สิ่งใดที่เรียกคืนได้ ก็เรียกคืนมาทั้งหมด
ส่วนทรัพย์สินที่หาไม่พบจริง ๆ เซี่ยอิ่งเฉินก็สั่งให้เปิดคลังส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ แล้วชดใช้เป็นมูลค่าแทน
ใช่แล้ว...
คลังส่วนพระองค์ของฮ่องเต้
ตามฐานันดรของรัชทายาทแล้ว เซี่ยอิ่งเฉินยังไม่มีสิทธิ์แตะต้องคลังส่วนพระองค์ของฮ่องเต้เลย
ทันทีที่คำสั่งนี้ถูกส่งออกไป จงฝู ขันทีหัวหน้ากรมเครื่องใช้หลวงถึงกับตกตะลึง
คิดแล้วคิดอีก จึงรีบไปกราบเรียนอู๋ซาง
อู๋ซางถามสาเหตุ พอฟังจบก็พูดโดยไม่ลังเล
“เปิด”
“หา?”
ใบหน้าของอู๋ซางเคยได้รับบาดเจ็บตั้งแต่หลายปีก่อน จึงแทบไม่มีสีหน้าใด ๆ แต่เขากลับพยายามฝืนยิ้ม จนรอยยิ้มนั้นดูน่าขนลุกเสียยิ่งกว่าเดิม
“เอาไปเยอะ ๆ”
“จำไว้ ต้องเลือกของดี ๆ พวกผ้าไหม เครื่องหอม ไข่มุก หยก อัญมณีทั้งหลาย ต้องเอาของบรรณาการที่เพิ่งเข้ามาปีนี้ ห้ามเอาของเก่ามาปะปนเด็ดขาด”
“จริงสิ ฉากงาช้างที่ฝูเจี้ยนถวายเข้ามาเมื่อเดือนก่อนก็ดี เอาไปด้วย แล้วก็อ่างประดับองุ่นหยกสีน้ำเงินที่เจียงหนานถวายมาในงานวันเฉลิมพระชนมพรรษาก็ใช้ได้...”
เขาไล่รายชื่อของล้ำค่าออกมาอีกหลายชิ้น
ฟังเสียจนจงฝูแทบอ้าปากค้าง
เมื่อพูดจบ อู๋ซางก็เตือนเสียงเข้ม
“ถ้าทำพลาด หรือจัดการเรื่องนี้ไม่ดี เอาหัวเจ้ามาให้ข้า เข้าใจหรือไม่”
“ขะ...เข้าใจแล้วขอรับ”
แม้จะยังงุนงง แต่จงฝูมีหลักการอยู่ข้อเดียว
เชื่อฟังก็พอ
อู๋ซางคิดไปคิดมาก็ยังไม่วางใจ
เดิมทีเขาตั้งใจจะไปประกาศพระราชโองการด้วยตนเอง แต่พอนึกขึ้นได้ว่า ครั้งก่อนเคยติดตามนายไปยังหอเทียนซี ก็ไม่แน่ใจว่าคุณหนูอินจะเคยเห็นหน้าตนหรือไม่ หากพลาดขึ้นมาคงแย่แน่
ดังนั้นเขาจึงเรียกจงฝูกลับมา กำชับซ้ำอีกหลายรอบ ก่อนให้ไปประกาศพระราชโองการแทน
เรื่องฐานะที่แท้จริงของคุณหนูอิน นายของเขายังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
หากคนเบื้องล่างทำงานไม่เต็มที่ หรือกล้าละเลยคุณหนูอินขึ้นมา ก็คงไม่ดีแน่
เขาจึงระมัดระวังแล้วระมัดระวังอีก กำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ด้วยเหตุนี้...
เมื่อจงฝูเดินทางมาถึงหอเทียนซี ไม่เพียงไม่มีท่าทีวางอำนาจ
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายังเบิกบานราวกับดอกไม้ผลิบานเลยทีเดียว.
ตอนที่จงฝูมาถึง กู้จือจั๋วบังเอิญอยู่ที่นั่นพอดี กำลังตรวจดูรอยแผลเป็นบริเวณหน้าอกของอินซีเหยียน
“ออกไปรับพระราชโองการเถอะ” กู้จือจั๋วเลิกคิ้วยิ้ม “เป็นเรื่องดี”
แมวลายสลิดเกาะขอบหน้าต่างชะเง้อมองออกไปด้านนอก หางสะบัดไปมา ครั้นได้ยินดังนั้นก็หันกลับมาร้อง “เหมียว” หนึ่งที ราวกับกำลังเห็นด้วยกับกู้จือจั๋ว
นับตั้งแต่อินซีเหยียนได้รับบาดเจ็บ เวลาผ่านไปเต็มหนึ่งเดือนแล้ว
อาการของนางฟื้นตัวได้ดี สามารถลุกจากเตียงมาเดินได้แล้ว กู้จือจั๋วเพิ่งตรวจดูบาดแผลจากคมมีดบนหน้าอกของนาง แผลสมานได้อย่างดี เหลือเพียงรอยแผลเป็นเส้นเล็ก ๆ เท่านั้น หากทายาลบรอยแผลต่อไปอีกระยะ ก็จะหายสนิทโดยไม่เหลือร่องรอย
ส่วนความเสียหายของดวงวิญญาณนั้น ไม่มีทางรักษาให้กลับมาเป็นดังเดิมได้
ตลอดชีวิตที่เหลือ นางคงหลีกเลี่ยงการมีร่างกายอ่อนแอ ขี้โรคไม่ได้
กู้จือจั๋วยิ้มละไม พลางเข็นรถของนางออกไปด้านนอก
จงฝูยิ้มแย้มแจ่มใส อ่านพระราชโองการจนจบ ก่อนจะประคองอินซีเหยียนลุกขึ้นด้วยตนเอง แล้วหันไปตวาดขันทีน้อยผู้ไร้ไหวพริบ
“ยังไม่รีบยกเก้าอี้พนักพิงมาอีก! เชิญท่านหญิงนั่งสิ”
“ยกมาสองตัว!”
เขาไม่ได้ลืมว่าคุณหนูกู้ก็อยู่ที่นี่ด้วย
ขันทีน้อยถูกดุจนงงเป็นไก่ตาแตก
อย่าว่าแต่ท่านหญิงที่เพิ่งได้รับการสถาปนา และไม่รู้โผล่มาจากที่ใดผู้นี้เลย
ต่อให้เป็นองค์หญิงทั้งหลาย ก็ยังไม่เคยเห็นท่านขันทีจงก้มหัวประจบเอาใจเช่นนี้มาก่อน
แม้จะคิดไม่ออกว่าทำไม แต่ขันทีน้อยก็รีบยกเก้าอี้มาสองตัว เชิญทั้งสองนั่ง ก่อนจะรีบรินน้ำชา คอยปรนนิบัติอย่างกระตือรือร้น
อินซีเหยียนก้มมองพระราชโองการในมืออย่างเงียบงัน
นางยังไม่อาจดึงสติกลับมาจากความตกตะลึงได้
...ท่านหญิง?
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา
ความฝันที่ดีที่สุดของนาง ก็เป็นเพียงการได้เห็นคนที่ทำร้ายตระกูลอินชดใช้ด้วยเลือด ให้ตระกูลอินได้รับการล้างมลทิน
เพียงเท่านั้น
ถึงเวลานั้น นางก็คงตายตาหลับ
การได้พบน้องชายอีกครั้ง นับเป็นความเมตตาจากสวรรค์แล้ว
คิดไม่ถึงว่า...
“ท่านหญิงพ่ะย่ะค่ะ นี่คือทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลอินที่ถูกริบไปในปีนั้น เชิญท่านตรวจดู”
จงฝูยิ้มอย่างอ่อนโยน พลางยื่นสมุดบัญชีเล่มหนึ่งให้
อินซีเหยียนรีบเปิดดูอย่างรวดเร็ว
สิ่งของเหล่านี้ ล้วนเป็นของตระกูลอินจริง ๆ
ไม่มีสักวัน...ที่นางจะลืมมัน
หลังจากตระกูลอินถูกตัดสินโทษในข้อหาเป็นโจรปล้นม้า ทรัพย์สินมหาศาลของทั้งตระกูลก็ถูกทางการยึดทั้งหมด
ก่อนน้องชายจะออกจากเมือง เขาเคยบอกนางไว้แล้วว่า
เขาจะให้คนเอาทุกอย่างกลับคืนมา
และบัดนี้...
ทุกอย่างก็กลับคืนมาจริง ๆ
อินซีเหยียนใช้นิ้วลูบผ่านสมุดบัญชีอย่างทะนุถนอม
ปลายนิ้วสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหยาดเหงื่อแรงกายของบิดามารดา
โดยเฉพาะฟาร์มม้า...
นั่นคือทรัพย์สินบรรพบุรุษที่เป็นรากฐานของตระกูลอิน
ในที่สุด...
มันก็กลับมาอยู่ในมือของพี่น้องทั้งสองอีกครั้ง
หากน้องชายรู้เข้า เขาจะต้องดีใจมากแน่
เมื่อครั้งยังเด็ก สิ่งที่น้องชายชอบที่สุด ก็คือการไปฟาร์มม้ากับนาง ขี่ม้าวิ่งอย่างอิสระ
เขาเคยพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้นว่า
เขาจะเป็นวีรบุรุษ
จะใช้กำลังของตนเพียงคนเดียว ช่วยเหลือประชาชนทั้งแผ่นดิน
ภาพเด็กหนุ่มบนหลังม้า ผู้สง่างามดุจจันทร์กระจ่าง เปี่ยมด้วยความองอาจในวันวาน ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของนาง
น้ำตาเอ่อท่วมดวงตา
ก่อนจะไหลลงมาตามแก้มที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นโดยไม่รู้ตัว
หยดแล้วหยดเล่า...
ตกลงบนสมุดบัญชี
จนหมึกตรงคำว่า “ฟาร์มม้า” เปียกกระจาย
“โอ๊ย...ตายแล้ว!”
จงฝูแทบร้องไห้ออกมา
หรือว่าเมื่อครู่ตนพูดอะไรผิด?
แย่แล้ว แย่แล้ว...
คราวนี้หัวคงหลุดแน่
ไม่รู้ว่าถ้าหัวหลุดแล้ว ยังจะรับราชการต่อได้หรือไม่
เดือนก่อนฝูเจี้ยนเพิ่งถวายหอนาฬิกาเรือนหนึ่งเข้ามา ได้ยินว่าข้างในมีนกกลไกด้วย เขายังไม่ทันได้เห็นเลย...
“ท่านขันทีจง”
กู้จือจั๋วเอ่ยขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่านของเขาได้อย่างพอเหมาะ
“พูดต่อเถอะ”
จงฝูสะดุ้งทั้งไหล่
เขาลืมไปแล้วว่าพูดถึงไหน
กู้จือจั๋วใช้นิ้วแตะสมุดบัญชี
จงฝูจึงนึกขึ้นได้ รีบกล่าวทันที
“ท่านหญิงพ่ะย่ะค่ะ เวลาผ่านมานานมากแล้ว ทรัพย์สินบางส่วนหาไม่พบ บางส่วนก็เปลี่ยนมือไปหลายทอด ยากจะตามคืนได้ ตามพระบัญชาของรัชมายสม สิ่งเหล่านี้คือของชดเชยสำหรับท่าน เชิญตรวจดูขอรับ”
เขารีบยื่นสมุดบัญชีอีกเล่มหนึ่งอย่างประจบเอาใจ
ภายในบันทึกรายการของล้ำค่าที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากคลังส่วนพระองค์ของฮ่องเต้
น้ำตายังค้างอยู่บนแพขนตาของอินซีเหยียน
นางสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเปิดสมุดออก
ยิ่งดู...
ก็ยิ่งตกตะลึงจนพูดไม่ออก
ของชดเชย...
มันมากเกินไปหรือไม่?
อินซีเหยียนเกิดมาในครอบครัวมั่งคั่ง
ต่อให้เห็นเพียงชื่อและภาพในสมุด นางก็รู้ว่าสิ่งของแต่ละชิ้นล้วนเป็นของล้ำค่า
หลายชิ้นถึงกับเป็นของหายากที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก
สมุดเล่มนั้นในมือของนาง หนักอึ้งราวกับหนักพันชั่ง
แทบจะหล่นจากมืออยู่แล้ว
กู้จือจั๋วเอามือปิดทับหลังมือนางเบา ๆ ก่อนจะปิดสมุดอย่างมั่นคง
นางยิ้มแล้วถามว่า
“จวนท่านหญิงจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”
“เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
จงฝูยิ้มกว้าง
“ท่านหญิงย้ายเข้าไปอยู่ได้ทันที ท่านหญิงจะย้ายเมื่อใดหรือขอรับ?”
เขายังจำคำกำชับของอู๋ซางได้
จะต้องถามให้ได้ว่านางจะย้ายเมื่อไร
พวกเขาจะได้มาช่วยขนย้าย
อินซีเหยียนหันไปมองกู้จือจั๋ว
นางไม่ใช่คนลังเลเมื่อต้องตัดสินใจ
เพียงแต่...
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางดิ้นรนอยู่ในโลกอันโสมม
เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ล้วนเหนือกว่าความเข้าใจของนางมากเกินไป
จนทำให้นางไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไรดี
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗ลิงค์:
https://www.blockdit.com/posts/6a646dae7f8209b7ce950df8
🥀➡️ บทถัดไป
🔗ลิงค์:
https://www.blockdit.com/posts/6a646de9e18fdf5e05736c21
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม กดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย