โดยส่วนใหญ่ (รวมถึงส่วนตัวผมเอง) มองว่าเพลงไม่ได้สื่อความเป็นบอลโลกออกมาได้ดีเท่ากับเพลยลิสต์ดังในอดีตแบบ "The Cup of Life” ของ Ricky Martin ที่ยังติดหูตรึงใจมาถึงวันนี้ Here we go! Ale, ale, ale! / “Wavin' Flag” ของ K'naan ที่แค่ขึ้นต้นโอ้โอ่โอโอ้โอ่ก็ติดหูละ / Waka Waka (This Time for Africa) - Shakira ที่คนไทยเอามาล้อทุกวันที่ 3 มีนา เอ๊ะเอ55+ ใดๆ ดีใจที่เห็นเธอกลับมาปรากฎตัวในบอลโลกครั้งนี้พร้อมลูกชายทั้ง 2 รวมถึงเพลงใหม่ Dai Dai (feat.Burna Boy)
- เพลง Take Me Home, Country Roads ของ John Denver ถูกใช้กับทีมชาติสหรัฐฯ และสร้างช่วงเวลาที่ผู้เล่นกับกองเชียร์ร้องพร้อมกันหลังเกม ความหมายเรื่องบ้าน การเป็นส่วนหนึ่ง และการเดินทางกลับไปยังสถานที่ที่เรารู้สึกว่าเป็นของตัวเอง ทำให้เพลงเก่าสุดคลาสสิกนี้ เชื่อมโยงผู้คนต่างวัยได้ง่ายและร่วมสมัยทีเดียว
แต่เพราะเพลงถูกเปิดบ่อยทั่วทัวร์นาเมนต์ โลกโซเชียลจึงสร้างความหมายอีกด้านขึ้นมา เมื่อทีมใดกำลังตามหลังหรือใกล้ตกรอบ การได้ยินคำว่า “Take me home” ฟังคล้ายเสียงเรียกขึ้นเครื่องกลับประเทศทันที เพลงเดียวกันจึงเป็นทั้งบทฉลองของผู้ชนะและบทส่งท้ายของผู้แพ้ สำหรับบางทีม Country Roads คือบ้าน สำหรับอีกทีม มันคือสนามบินที่ต้องเตรียมกลับบ้านไปซะงั้นเลย ฮ่าา
- เดิมที Paul McCartney แห่งวง The Beatles เริ่มแต่งเพลงนี้ในชื่อ “Hey Jules” เพื่อปลอบ Julian Lennon ลูกชายของ John Lennon ในช่วงที่ครอบครัวกำลังแตกแยก ก่อนเปลี่ยนคำว่า Jules เป็น Jude เพราะร้องแล้วลื่นไหลกว่า แก่นของเพลงจึงไม่ใช่เพียงเรื่องความรัก แต่เป็นคำปลอบโยนถึงคนที่กำลังผ่านช่วงเวลาหนักหนา
ยอมรับความเจ็บปวด แต่อย่าปล่อยให้มันกำหนดอนาคต อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว และพยายาม “take a sad song and make it better” จากบทเพลงที่เริ่มต้นเพื่อเด็กคนหนึ่ง มันค่อย ๆ กลายเป็นเพลงที่คนทั้งสนามสามารถใช้ให้กำลังใจกันได้ โดยเฉพาะช่วงท้ายที่แทบไม่ต้องจำเนื้อร้อง ทุกคนก็ร่วมส่งเสียงไปพร้อมกันได้