Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Side Stories
•
ติดตาม
26 ก.ค. เวลา 08:53 • กีฬา
สนามกีฬาเมตไลฟ์
"สรุปทุกเรื่องราว บอลโลก 2026" Part 4 ว่าด้วยเรื่องของกฎใหม่"
เรียกได้ว่าบอลโลกครั้งนี้
มีความวุ่นวายจากกฎใหม่ให้พูดถึงมากทีเดียว
ไม่ว่าจะเป็น
.
.
.
1. Hydration Break
- เมื่อพักดื่มน้ำที่กลายเป็นทั้งไทม์เอาต์และพื้นที่โฆษณา จากทุกนัดของฟุตบอลโลก 2026 ถูกหยุดเป็นเวลา 3 นาทีเมื่อเล่นไปประมาณนาทีที่ 22 ของแต่ละครึ่ง ต่างจากเมื่อก่อนที่เบรกแบบนี้มักขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้น โดยครั้งนี้ฟีฟ่าเลือกกำหนดให้เหมือนกันทุกเกมเพื่อให้ทุกทีมอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ข้อดีชัดเจนคือผู้เล่นได้เติมน้ำ ลดความเสี่ยงจากอากาศร้อนจัด และมีเวลาที่ทีมแพทย์จะสังเกตอาการผิดปกติ โดยเฉพาะในทัวร์นาเมนต์ที่ต้องเดินทางข้ามสามประเทศและหลายเขตภูมิอากาศ
แต่ในทางฟุตบอล สามนาทีนั้นยาวพอให้โค้ชเรียกนักเตะกลับมาจัดตำแหน่ง แก้ระบบ หรือหยุดโมเมนตัมของคู่แข่งได้ จึงมีเสียงวิจารณ์ว่ามันทำหน้าที่เป็น tactical timeout มากกว่าการพักดื่มน้ำ และยังเปิดช่องให้ผู้ถ่ายทอดแทรกโฆษณากลางครึ่งการแข่งขัน
กระนั้นการพักดื่มน้ำแบบนี้ก็นำไปสู่สีสันบนโลกโซเชียลให้แฟนบอลนำรูปไป gen AI สร้างโมเมนต์ Hydration Break ของแต่ละชาติกันเพลินๆ อย่างญี่ปุ่นปูพรมจิบมัตจะ อังกฤษก็จิบชาแบบผู้ดี ฯลฯ
2. VAR และกฎวินัยใหม่
- กรณีแรกที่ทำให้กฎใหม่กลายเป็นข่าวใหญ่คือ “M.Almirón” ในเกมรอบแบ่งกลุ่มระหว่างปารากวัยกับตุรกี เขาใช้มือปิดปากขณะเผชิญหน้ากับ M.Müldür ก่อนถูกผู้ตัดสิน I.Barton แจกใบแดงโดยตรงในช่วงทดเวลาครึ่งแรก และ VAR ยืนยันคำตัดสิน ทำให้ Almirón เป็นนักเตะคนแรกของฟุตบอลโลกที่ถูกไล่ออกภายใต้มาตรการนี้
โดยกฎไม่ได้ตั้งใจลงโทษทุกคนที่ยกมือขึ้นใกล้ใบหน้า แต่พุ่งเป้าไปยังเจตนาป้องปาก ซึ่งอาจใช้ซ่อนถ้อยคำเหยียดหรือเลือกปฏิบัติจากกล้อง อย่างไรก็ตาม ความยากคือกรรมการมองเห็นเพียงท่าทาง ไม่ได้ยินประโยคที่พูดจริง การตัดสินจึงยังต้องอาศัยบริบทและมีโอกาสถูกตั้งคำถามว่า กำลังลงโทษคำพูดที่พิสูจน์ได้ หรือกำลังสันนิษฐานจากภาษากายกันแน่ M.Almirón ถูกลงโทษแบนหนึ่งนัดตามมา และชื่อของเขาก็ผูกติดกับกฎนี้ทันที
อีกกรณีซึ่งสะเทือนผลการแข่งขันโดยตรงเกิดขึ้นกับ B.Embolo ในรอบก่อนรองชนะเลิศที่สวิตเซอร์แลนด์แพ้อาร์เจนตินา 1-3 หลังต่อเวลาพิเศษ นาที 72 ผู้ตัดสิน J.Pinheiro แจกใบเหลืองให้ L.Paredes เพราะเข้าใจว่าเป็นฝ่ายทำฟาวล์ แต่ภาพช้าแสดงว่า Paredes ไม่ได้สัมผัสคู่แข่ง และ B.Embolo เป็นฝ่ายทิ้งตัวเรียกฟาวล์ VAR จึงใช้ขอบเขตใหม่เรื่อง การลงโทษผิดตัว
แนะนำให้ยกเลิกใบเหลืองของ L.Paredes แล้วเปลี่ยนมาเตือน B.Embolo ฐานพุ่งล้ม เนื่องจากกองหน้าสวิสมีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้ว ใบดังกล่าวจึงกลายเป็นเหลืองที่สองและใบแดงทันที ก่อนหน้านี้กลไกเดียวกันเคยช่วยลบใบเหลืองของ T.Ream แล้วเปลี่ยนไปลงโทษ M.Almirón ในเกมสหรัฐฯ–ปารากวัยมาแล้ว แต่ B.Embolo เป็นคนแรกที่การแก้ผู้รับโทษโดย VAR ลงเอยด้วยการถูกไล่ออกจากสนาม
ทั้งสองเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่า VAR ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงประตู จุดโทษ หรือลูกฟาวล์ที่ควรเป็นใบแดงโดยตรงอีกต่อไป แต่มันเริ่มเข้าไปจัดการรายละเอียดทางวินัย ตั้งแต่นักเตะพูดอะไรโดยพยายามไม่ให้กล้องเห็น ไปจนถึงใครกันแน่ที่สมควรได้รับใบเหลือง ข้อดีคือผู้บริสุทธิ์ไม่ต้องรับโทษแทน และพฤติกรรมพุ่งล้มหรือถ้อยคำเลือกปฏิบัติมีโอกาสถูกตรวจพบมากขึ้น
แต่อีกด้านหนึ่ง ยิ่ง VAR แก้ไขเหตุการณ์ได้ละเอียดเท่าไร มันก็ยิ่งเข้าใกล้การ “ตัดสินเกมใหม่ทั้งจังหวะ” มากขึ้นเท่านั้น คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าภาพช้าช่วยให้คำตัดสินถูกต้องหรือไม่ แต่คือฟุตบอลต้องการให้ห้อง VAR ย้อนกลับไปตรวจสอบความผิดได้ลึกเพียงใด ก่อนที่เกมในสนามจะกลายเป็นเพียงคำตัดสินฉบับร่างแทน
3. เมื่อฟุตบอลไม่ยอมปล่อยให้ใครขโมยเวลา
- กฎหลายข้อของฟุตบอลโลก 2026 มีเป้าหมายร่วมกันคือทำให้บอลกลับมาอยู่ในการเล่นเร็วที่สุด ผู้รักษาประตูสามารถครองบอลด้วยมือได้ไม่เกิน 8 วิ และกรรมการจะแสดงการนับถอยหลังช่วงท้าย หากเกินกำหนด คู่แข่งได้ลูกเตะมุม
ส่วนลูกทุ่มและลูกเตะจากประตูไม่ได้ถูกจับเวลาทุกครั้ง แต่เมื่อกรรมการเห็นว่าฝ่ายหนึ่งจงใจชักช้า จะเป่านกหวีดและเริ่มนับด้วยมือ 5 วิ ทุ่มไม่ทันก็เสียสิทธิ์ให้อีกฝ่าย ส่วนเตะจากประตูไม่ทันก็เสียลูกเตะมุม วิธีนี้ทำให้การถ่วงเวลาไม่ใช่เรื่องคลุมเครือระหว่างผู้เล่นกับกรรมการอีกต่อไป เพราะคนทั้งสนามมองเห็นตัวเลขเดียวกัน แม้จุดเริ่มต้นของการนับยังขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ตัดสินก็ตาม
หลักเดียวกันถูกนำไปใช้กับการเปลี่ยนตัวและการบาดเจ็บ นักเตะที่ถูกเปลี่ยนต้องออกจากสนามภายใน 10 วิมิฉะนั้นตัวสำรองยังเข้าไม่ได้ และทีมต้องรอถึงจังหวะหยุดแรกหลังผ่านไปหนึ่งนาที เท่ากับว่าการเดินทอดน่องเพื่อเผาเวลาอาจทำให้เพื่อนต้องเล่นสิบคนเสียเอง ขณะที่ผู้เล่นซึ่งทำให้เกมหยุดเพราะบาดเจ็บหรือรับการประเมินในสนาม โดยทั่วไปต้องพักข้างสนามหนึ่งนาทีหลังเกมเริ่มใหม่
ยกเว้นกรณีอย่างผู้รักษาประตู อาการรุนแรง หรือการบาดเจ็บจากฟาวล์ที่คู่แข่งถูกลงโทษ นอกจากนี้ การเดินออกจากสนามเพื่อประท้วงคำตัดสิน รวมถึงการปลุกระดมให้เพื่อนร่วมทีมเดินออก สามารถนำไปสู่ใบแดง และหากทำให้เกมแข่งต่อไม่ได้ ทีมต้นเหตุอาจถูกปรับแพ้ แนวคิดทั้งหมดชัดเจนมาก: ผู้เล่นยังมีสิทธิ์ไม่พอใจ แต่ไม่มีสิทธิ์จับการแข่งขันเป็นตัวประกัน
ส่วน RefCam หรือกล้องติดตัวผู้ตัดสิน เพิ่มสีสันด้วยภาพมุมบุคคลที่หนึ่ง เราได้เห็นความเร็วของเกม ระยะห่าง และความโกลาหลที่กรรมการต้องประมวลผลภายในไม่กี่วินาที ภาพถูกพัฒนาให้ลดอาการสั่นและเบลอ จึงช่วยให้ผู้ชมเข้าใจว่าทำไมบางเหตุการณ์จึงดูต่างจากมุมกล้องโทรทัศน์ อย่างไรก็ดี RefCam ไม่ใช่จอรีเพลย์ที่ส่งคำตอบกลับเข้าตากรรมการระหว่างเกม และไม่ได้ตัดสินแทน VAR
ง่ายๆ คือ RefCam ทำให้เราเห็นโมเมนต์เรียลไทม์ในเกมผ่านสายตาจารย์ แต่ไม่ได้มอบแว่น AI หรือเทคโนโลยีได้ช่วยตัดสินให้
4. ฟุตบอลโลก 64 ทีมที่เริ่มไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น
- การเพิ่มจาก 32 เป็น 48 ทีม ทำให้ฟุตบอลโลก 2026 มี 12 กลุ่ม กลุ่มละสี่ทีม โดยสองอันดับแรกและทีมอันดับสามผลงานดีที่สุดอีกแปดชาติผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีม จำนวนเกมเพิ่มเป็น 104 นัด
ข้อดีคือภูมิภาคที่เคยมีโควตาจำกัดได้รับพื้นที่มากขึ้น ชาติหน้าใหม่มีโอกาสสร้างเรื่องราว และทีมจำนวนมากยังมีความหวังถึงนัดสุดท้าย แต่สิ่งที่ตามมาคือทัวร์นาเมนต์ยาวขึ้น การเปรียบเทียบอันดับสามข้ามกลุ่มซับซ้อนขึ้น และทีมที่ลงเล่นทีหลังอาจได้เปรียบเพราะรู้ตัวเลขที่ต้องการแล้ว ฟุตบอลโลกเปิดประตูกว้างขึ้นจริง เพียงแต่ประตูบานนั้นมาพร้อมตารางคำนวณขนาดย่อม
และฟีฟ่าอาจยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ จานนี อินฟานติโนระบุว่าแนวคิดขยายฟุตบอลโลกเป็น 64 ทีม จะถูกนำมาพิจารณาหลังจบทัวร์นาเมนต์ 2026 โดยมีฟุตบอลโลก 2030 เป็นเป้าหมายที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่ยังไม่มีการอนุมัติอย่างเป็นทางการ หากเกิดขึ้นจริง รายการที่มีเจ้าภาพหลักคือสเปน โปรตุเกส และโมร็อกโก พร้อมเกมฉลองครบรอบที่อุรุกวัย อาร์เจนตินา และปารากวัย จะยิ่งใหญ่ถึงระดับหกประเทศสามทวีป คำถามจึงไม่ใช่แค่ “มีที่ว่างพอหรือไม่”
แต่รวมถึงคุณภาพการแข่งขัน ภาระเดินทาง ปฏิทินนักเตะ และจุดที่คำว่าเทศกาลฟุตบอลเริ่มกลายเป็นฤดูกาลฟุตบอลทั้งฤดูกาล
(ถึงอย่างนั้นความจริงที่เจ็บปวดและไม่อยากยอมรับ ว่าต่อให้เพิ่มจำนวนอีกเท่าตัว ทีมชาติอิตาลีกับไทยก็คงไม่ได้ไปอยู่ดี คือไทยไม่ได้ไปแน่ๆ ส่วนอิตาลี ไม่อยากหวังไปกว่านี้แล้ว ยิ่งมีข่าวจะแต่งตั้ง A.Pirlo มาคุมทีมชาติ อ่าา เอาตำนานมาฆ่าอีกคนแล้ว ยังไม่เข็ดกับเคส G.Gattuso อีก รอฟังพี่ฟานด่าอีกรอบจ้าา)
กีฬา
ฟุตบอล
ข่าวฟุตบอล
1 บันทึก
1
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย