Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ธรรมะ คือ คุณากรณ์
•
ติดตาม
26 ก.ค. เวลา 21:59 • ปรัชญา
watthakhanun
วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ไม่ได้อยู่วัดหลายวัน สารพัดเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นกับคณะสงฆ์ของเรา
เรื่องแรกเลยก็คือมีพระครูเจ้าคณะตำบลที่จังหวัดสุพรรณบุรี สึกหาลาเพศไปเพราะว่าพ่ายแพ้ต่อกิเลส พูดง่าย ๆ ก็คือถูก "นารีพิฆาต" แต่ว่าจากข่าววงในที่กระผม/อาตมภาพได้รับมาก็คือ ท่านมีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นมานานแล้ว แต่พอเริ่มไปมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนใหม่ คนเก่าเกิดการหึงหวง จึงมีการปล่อยคลิปปล่อยหลักฐานออกมา..!
เรื่องพวกนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุงเตือนกระผม/อาตมภาพตั้งแต่ยังเป็นพระบวชใหม่ บอกว่าให้ระวังเสือ ๒ ตัว คือ "สตรี" กับ "สตางค์" ให้มากไว้ ถ้าหากว่าเรามีเงินเมื่อไร จะมีผู้หญิงเข้ามาทันที เนื่องเพราะว่าจะมีสตรีประเภทที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี หวังประโยชน์จากเงินทองอย่างเดียว ก็จะลงทุนด้วยตนเอง
ประเภท "สีกากอล์ฟ" เมื่อได้หลักฐานอะไรอยู่ในมือแล้ว ก็จะเรียกร้องผลประโยชน์จากพระไปเรื่อย ถ้าหากว่าพระท่านละอายชั่วกลัวบาป สึกหาลาเพศไปก็จบกัน แต่
ถ้าไม่ละอายชั่วกลัวบาป ยังหน้าด้านอยู่ในผ้าเหลืองต่อไป ก็จะกลายเป็นเครื่องพิมพ์เงินให้เขา ซึ่งจะกลายเป็นการจ่ายแบบไม่รู้จบ จนกว่าเรื่องจะแดงขึ้นมาอย่างนี้..!
เรื่องพวกนี้ต้องบอกว่าฝ่ายผู้หญิงก็หน้ามืดตามัว มองแต่ผลประโยชน์ของตน ไม่สนใจในเรื่องของบาปบุญคุณโทษ ส่วนนักบวชของเราก็อยู่ในลักษณะพ่ายแพ้ต่อกิเลส จึงกลายเป็น "ขนมผสมน้ำยา" ไม่อาจจะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ เนื่องเพราะ
ว่า "ถ้าตบมือข้างเดียวย่อมไม่ดัง" อยู่แล้ว..!
อีกเรื่องหนึ่งก็คือการที่มีขาประจำคอยโพสต์ โดยที่จะตั้งหัวข้อประมาณว่า "นิมนต์พระมาทำบุญที่บ้าน ใส่ซองไป ๕๐๐ บาท พระท่านเปิดดูแล้วทักท้วงว่าตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี ให้ช่วยเพิ่มยอดให้หน่อย ตนเองควรจะทำอย่างไรดี ?"
กระผม/อาตมภาพเห็นโพสต์นี้มาครึ่งค่อนปีต่อเนื่องกันแล้ว ประมาณว่า "หาเรื่องให้คนด่าพระ" เนื่องเพราะว่าถ้าถามเพราะต้องการความรู้หรือความเห็นจริง ๆ โพสต์เดียวก็น่าจะจบไปแล้ว แต่นี่มาแล้วมาอีก โดยเฉพาะช่วงใกล้วันสำคัญของพระพุทธศาสนา อย่างเช่นว่าวันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา หรือว่าวันอาสาฬหบูชา อยู่ในลักษณะ "เรียกแขก"..!
แล้วก็มีบรรดาผู้ที่คิดว่าตนเองเป็นคนดี เข้าไปคอมเมนต์ประมาณว่า "กูเลิกทำบุญนานแล้ว" "เอาเงินไปซื้ออาหารเลี้ยงหมาดีกว่า..!" อะไรเหล่านี้เป็นต้น ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็น AI ที่ปล่อยออกมาโดยผู้ไม่หวังดี ประมาณว่า "ชงเอง กินเอง" หรือเปล่า ? แต่ว่าความเสียหายปรากฏขึ้นกับพระศาสนามาก เนื่องเพราะว่ากลายเป็นช่วยกันซ้ำสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปราะบางอยู่แล้ว ให้หนักยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก
เราควรที่จะมองเห็นภัยทั้งหลายเหล่านี้ ว่ามีผู้ไม่หวังดีปรารถนาดีต่อพระพุทธศาสนา อยู่ในลักษณะที่ว่าคอยบ่อนทำลายอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งมีการส่งคนของตนเองเข้ามาบวช แล้วก็ทำสารพัดความชั่ว โดยที่มีการตกลงกันว่า ถ้าได้ ๑ คลิป จะจ่ายเงินให้เท่าไร ?
เรื่องพวกนี้ท่านทั้งหลายอย่าคิดว่าเป็นเรื่อง "มโน" หรือว่าคิดกันไปเอง ทางคณะสงฆ์มองเห็นมานานแล้ว เพียงแต่ว่าตอนที่เขาเข้ามาบวชก็ทำตามกฎเกณฑ์กติกาทุกอย่าง แต่พอบวชมาแล้วเมื่อไร ถ้ายิ่งได้หนังสือสุทธิแล้ว คราวนี้ก็ลายออกทันที..!
เนื่องเพราะว่าในเมื่อรับจ้างมา ก็ต้องทำให้ได้อย่างที่รับปากผู้ว่าจ้างเอาไว้ กลายเป็น
ว่าบุคคลทั้งหลายเหล่านี้บวชมาถูกต้อง แต่วัตถุประสงค์ตั้งแต่แรกก็คือรับจ้างเข้ามาทำลายพระพุทธศาสนา แล้วพวกเราทั้งหลายก็อยู่ในลักษณะของคนดีในสังคม ก็คือ ช่วยกันซ้ำเติมพระพุทธศาสนาให้หนักยิ่ง ๆ ขึ้นไป..!
กระผม/อาตมภาพเองก็ยังหนักใจ เนื่องเพราะว่าแม้แต่วัดท่าขนุนที่ว่าเข้มงวด ต้องมาเป็นนาคอยู่อย่างน้อย ๗ วัน ในการฝึกซ้อมเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของนักบวช เขาก็กัดฟันอดทนทำตามทุกอย่าง แต่พอบวชเสร็จก็ลายออกทันที..!
บุคคลพวกนี้ กระผม/อาตมภาพขึ้นบัญชีดำของวัดเอาไว้ ก็คือจะไม่รับเข้าพัก จะไม่ให้บวชใหม่อีก พูดง่าย ๆ ว่าคุณมาทำแสบ ก็ต้องทนรับเอาไป แต่เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าเจอเจ้าอาวาสที่ไม่เด็ดขาด ก็จะกลายเป็นว่าทำให้เรื่องยืดเยื้อ แล้วก่อให้เกิดความเสียหายกับพระพุทธศาสนามากขึ้นไปเรื่อย ๆ
เราต้องทำใจว่าในเรื่องของการผิดพระธรรมวินัยนั้น มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนมชีพอยู่ เพียงแต่ว่าในสมัยนี้ของเรา ข่าวสารต่าง ๆ นั้นไปเร็วมาก ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม จึงทำให้เห็นเหมือนกับว่านักบวชในสมัยนี้บวชมาก็เพื่อทำความชั่ว ซึ่งก็กลายเป็นว่าไปตรงกับความต้องการของอีกฝ่ายหนึ่ง ที่ตั้งใจทำลายพระพุทธศาสนาพอดี แต่เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับคำว่า "ถ้าไม่มีมูลฝอย หมาก็ไม่ขี้"
จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายที่ยังละอายชั่วกลัวบาปอยู่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องระมัดระวัง ประพฤติปฏิบัติ กาย วาจา ใจ ของตนให้อยู่ในกรอบของพระธรรมวินัยให้มากที่สุด ไม่เช่นนั้นแล้ว ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ท่านก็จะโดนออกสื่อ โดยเฉพาะถ้าหากว่าออกรายการดังเมื่อไร ก็เป็นอันว่าพาพระพุทธศาสนาจมดินไปเมื่อนั้น..!
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย