•
26 ก.ค. เวลา 23:34 • การตลาด

ไดฟีดได้สุด จ้องจอไม่มีสะดุด ต้องเเว่นกรองเเสงท็อปเจริญ

เคยไหม? ตื่นเช้ามาพร้อมกับความรู้สึกเพลียเหมือนไม่ได้นอน ตาแห้งแสบ และมองหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือเริ่มพร่ามัว ชีวิตประจำวันของชาว Gen Z ที่ต้องตื่นมาไถฟีด TikTok, Instagram, X ทำงานกราฟิก เล่นเกม หรือดูซีรีส์ยาวๆ แบบ Binge-watching กำลังสะสมความเหนื่อยล้าให้ดวงตาโดยที่คุณไม่รู้ตัว
หลายคนเชื่อว่าอาการปวดตาเกิดจากการใช้สายตาหนักเพียงอย่างเดียว แต่ในทางการแพทย์ ภัยเงียบที่แท้จริงคือ แสงสีฟ้า (Blue Light) ช่วงคลื่นพลังงานสูงที่แผ่ออกมาจากหน้าจอดิจิทัล โดยเฉพาะพฤติกรรมการเล่นมือถือก่อนนอนในห้องมืด แสงสีฟ้าจะพุ่งตรงเข้าสู่เรตินาและหลอกสมองว่ายังเป็นเวลากลางวัน ยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาทอนิน (Melatonin) จนทำให้ระบบนาฬิกาชีวิตพัง นอนหลับยาก ตื่นมาไม่สดชื่น และเกิดภาวะ Digital Eye Strain (DESS) หรือโรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม
จากรายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยโดย ETDA พบว่า กลุ่ม Gen Z ครองแชมป์การใช้อินเทอร์เน็ตสูงที่สุด เฉลี่ยถึง 8–10 ชั่วโมงต่อวัน ยิ่งไปกว่านั้น ยุคนี้ยังมีพฤติกรรม Dual-Screening หรือการใช้หลายจอพร้อมกัน เช่น การไถมือถือขณะดูทีวี ทำให้ดวงตาต้องรับแสงสีฟ้าเพิ่มเป็นสองเท่า จนเสี่ยงต่ออาการตาล้า ภาพเบลอ และตาแห้งสะสมตั้งแต่วัยรุ่น
การปรับพฤติกรรมเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มต้นง่ายๆ ด้วย สูตร 20-20-20 (พักสายตาทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที) เปิดไฟห้องให้สว่างพอดีก่อนเล่นมือถือ เปิดโหมดถนอมสายตา และเพิ่มเกราะป้องกันดวงตาด้วย แว่นกรองแสงท็อปเจริญ
• ​นวัตกรรม Blue Cut X (ใส ไม่เหลือง): ตอบโจทย์สายดีไซน์และกราฟิกที่ต้องการความแม่นยำของสี กรองแสงสีฟ้าได้ดีเยี่ยมโดยภาพไม่เพี้ยน
• ​เลนส์เฉพาะทาง Gamer / Streamer: เลนส์ DUNA รุ่น Gamer ช่วยลดความบิดเบือนของภาพ เล่นเกมต่อเนื่องได้อย่างสบายตา
• ​เลนส์ปรับแสงอัจฉริยะ (Transitions): ปกป้องทั้งแสงสีฟ้าในร่ม และเปลี่ยนสีเป็นแว่นกันแดดเมื่อออกแดด ตอบโจทย์สายไลฟ์สไตล์เข้าคาเฟ่
• ​กรอบแว่นแฟชั่นน้ำหนักเบา: แมตช์ได้ทุกลุค ใส่สบายทั้งวัน พร้อมรับบริการตรวจวัดสายตาฟรีด้วยเครื่องมือทันสมัยที่ร้านแว่นท็อปเจริญทุกสาขา
#SPUCAเจนซีรีวิว
โฆษณา