วันนี้ เวลา 06:22 • หุ้น & เศรษฐกิจ

CPALL สินค้าครบเครื่อง ขยายสาขาดันกำไรโต

หุ้นวิชั่น – บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มธุรกิจบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ด้วยคำแนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 66 บาทต่อหุ้น โดยมองว่า CPALL เป็นหุ้น Defensive Growth ที่มีความโดดเด่นจากการเติบโตของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ซึ่งขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมสินค้า การบริหาร Product Mix และการขยายอัตรากำไร (Margin) ทำให้ผลประกอบการยังเติบโตได้ แม้กำลังซื้อของผู้บริโภคยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติของ CPALL ในปี 2569 และ 2570 อยู่ที่ 30,500 ล้านบาท และ 32,700 ล้านบาท เติบโต 8% และ 7% จากปีก่อน ตามลำดับ ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER ล่วงหน้า 1 ปีเพียง 13.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีประมาณ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (1SD) หรือคิดเป็นส่วนลดราว 30% และยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายประมาณ 42%
บทวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตยังคงมาจากธุรกิจ 7-Eleven โดยคาดรายได้ปี 2569-2570 จะเพิ่มขึ้น 5% และ 4% แต่กำไรจะเติบโตในอัตราที่สูงกว่าที่ 8% และ 7% จากการขยายสาขาและการเพิ่มอัตรากำไร โดยประเมินว่า CPALL จะเปิดร้านใหม่เฉลี่ย 700 สาขาต่อปี ส่งผลให้จำนวนสาขาเพิ่มเป็น 16,645 สาขาในปี 2569 และ 17,345 สาขาในปี 2570 แม้คาดว่ายอดขายสาขาเดิม (SSS) จะเติบโตเพียง 1-2% เท่านั้น
ในส่วนของ CPAXT ฝ่ายวิจัยยังใช้สมมติฐานอย่างระมัดระวัง ทำให้การเติบโตของกำไรในช่วงนี้ยังพึ่งพาธุรกิจ 7-Eleven เป็นหลัก ทั้งจากการเปิดสาขาใหม่ การปรับ Product Mix รายได้จากกิจกรรมส่งเสริมการขาย รวมถึงภาระดอกเบี้ยที่ลดลง
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการพัฒนาสินค้ากลุ่ม Ready-to-eat, Ready-to-drink, Beauty และ Wellness รวมถึงการร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์กับแบรนด์และเชฟชื่อดัง ซึ่งช่วยเพิ่มความถี่ในการเข้าร้านและเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อปรับขึ้นจาก 29.0% ในปี 2567 เป็น 29.4% ในปี 2568 และ 29.6% ในไตรมาส 1/2569
ฝ่ายวิจัยคาดว่า GPM ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อจะขยายตัวต่ออีกราว 20 Basis Points (bps) ในปี 2569-2570 สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการเพิ่มอัตรากำไรปีละ 10-20 bps ส่งผลให้ GPM รวมของ CPALL เพิ่มจาก 22.7% ในปี 2568 เป็น 23.0% ในปี 2569 และ 23.2% ในปี 2570
นอกจากนี้ การใช้ฐานข้อมูล All Member และแพลตฟอร์ม O2O ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสินค้าและจัดโปรโมชั่นให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ขณะที่การปรับเส้นทางขนส่ง การรวมเที่ยวรถ และการบริหารต้นทุนพลังงาน ช่วยลดผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยในไตรมาส 1/2569 แม้รายได้ของ 7-Eleven เติบโต 7.8% แต่ EBIT Margin ยังขยายตัวเป็น 8.5% เพิ่มขึ้น 50 bps จากปีก่อน
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 ฝ่ายวิจัยคาดกำไรปกติอยู่ที่ 7,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน แต่ลดลง 19% จากไตรมาสก่อน ตามปัจจัยฤดูกาล โดยธุรกิจ 7-Eleven ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก คาดกำไรเพิ่มขึ้น 6% จากยอดขายสาขาเดิมที่เติบโต 1% จำนวนสาขาเพิ่มเป็น 16,264 แห่ง อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBIT Margin) ขยายตัวอีก 10 bps และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 6%
แม้ผลประกอบการของ CPAXT ยังเป็นปัจจัยกดดันในระยะสั้น แต่ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า ความแข็งแกร่งของธุรกิจ 7-Eleven จะยังช่วยผลักดันกำไรโดยรวมของ CPALL ให้เติบโตได้ต่อเนื่อง โดยคาดว่ายอดขายสาขาเดิมอาจชะลอลงชั่วคราวในไตรมาส 3/2569 จากผลของมาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส ก่อนกลับมาฟื้นตัวหลังโครงการสิ้นสุด ขณะที่การปรับ Product Mix การควบคุมต้นทุน และต้นทุนพลังงานที่ลดลง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เติบโตอย่างต่อเนื่อง
โฆษณา