Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ธรรมะ คือ คุณากรณ์
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 21:15 • ปรัชญา
watthakhanun
เพียงแต่ว่าเราจะต้องเข้าใจด้วยว่า การทำงานกับคนทั้งหลายเหล่านี้ บางสิ่งบางอย่างก็เป็นอุปสรรคที่เราคิดไม่ถึง อย่างเช่นว่าพี่น้องกะเหรี่ยงจะมีความเคยชินว่าถ้ายังมีกินจะไม่ทำงาน เมื่อเราสนับสนุนให้มีการทอผ้า สร้างรายได้ขึ้นมา พอเขาขายได้เงิน ถ้ายังมีเงินอยู่ในกระเป๋าก็ยังไม่ทำงานต่อ กินหมดเมื่อไรค่อยว่ากันอีกที..!
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าเราทำงานกับพี่น้องกะเหรี่ยง ก็ต้องเป็นโครงการที่จบลงในตัวของแต่ละโครงการ จะไปทำต่อเนื่องไม่ได้ เพราะโดยวิสัยของเขาก็คือถึงเวลาก็หยุด
กินเสียก่อน..!
โดยเฉพาะครั้งแรก ๆ ที่ไปสนับสนุน ใช้เวลาผลิตสินค้าพวกผ้าทอมือ พวกย่าม ๒ เดือนกว่า ๓ เดือน สะสมสินค้าพอจำหน่าย พอเอาออกวางตลาด ไม่ถึง ๑๕ นาทีหมดเกลี้ยง..! กระผม/อาตมภาพก็ยังแปลกใจว่าทำไมขายดีขนาดนั้น ก็เลยไปถาม ปรากฏว่าผ้าทอกะเหรี่ยงเขาขายชุดละ ๔๐๐ บาท ขณะที่อื่นเขาขาย ๓,๐๐๐ -
๔,๐๐๐ บาท..! ถามเขาว่า "ทำไมถึงขายถูกอย่างนั้น ?" เขาบอกว่า "ได้ค่าแรงแล้ว" สรุปก็คือต้นทุนทั้งหมด กูไม่ได้คืนสักบาทเดียว เขาเอาแค่ค่าแรงของตนเท่านั้น..!
อีกส่วนหนึ่ง อย่างเช่นพี่น้องม้ง ทองผาภูมิมีชนเผ่าเยอะมากจนนึกไม่ถึง ของพี่น้องม้งนั้นเราไปสนับสนุนอยู่หลายปี ทำเท่าไรก็ไม่สำเร็จ ออกความเห็นให้เขาว่า ในเมื่อมีพืชผักผลไม้เมืองหนาวมากมาย ถึงเวลางานประจำปี เราก็เอามาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว บรรดาชุดม้งสวย ๆ อย่างเช่นพวกเครื่องประดับเงินพวกอะไร เราก็เอามา
จำหน่ายบ้าง ให้นักท่องเที่ยวเช่าไปแต่งตัวถ่ายรูปบ้าง ก็จะมีรายได้
ปรากฏว่าเจอพี่น้องม้งเข้า กระผม/อาตมภาพก็ไปไม่เป็น เขาขนผักผลไม้มาเป็นตัน ๆ เลย ใส่ถุง น่าจะถุงหนึ่งประมาณ ๒๐ หรือ ๒๕ กิโลกรัม ที่เป็นถุงพลาสติกค่อนข้างใหญ่ แจกนักท่องเที่ยวทุกคนที่ไป บรรดาชุดที่คิดว่าเขาจะให้เช่า เขาก็ไม่ให้เช่า กุลีกุจอแต่งตัวให้นักท่องเที่ยวแล้วก็ไปถ่ายรูปด้วยกัน..!
เมื่อสอบถามผู้ประสานงานแล้ว เขาบอกว่าประเพณีของชาวม้ง ผู้ที่มาเยือนถึงบ้านก็คือแขก เขาต้องต้อนรับอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ไปเอาเงินจากแขก สรุปก็คือตั้งแต่สนับสนุนเขามาหลายปี คนม้งไม่สามารถจะทำเงินจากวัฒนธรรมม้งได้เลย ยกเว้นบรรดาเด็ก ๆ ที่มาทำการแสดงเวลามีงานประจำปีวัดท่าขนุน กระผม/อาตมภาพมอบรางวัลไปให้ ก็พอจะได้สตางค์ใช้บ้าง
ดังนั้น..ทองผาภูมิ ถึงแม้ว่าจะทำงานด้านวัฒนธรรมง่ายมาก เพราะว่ามีชนเผ่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นมอญ พม่า ทวาย กะเหรี่ยง ม้ง เย้า ลีซอ หรือกระทั่งขมุที่เป็นชนพื้นถิ่น แต่ว่าแต่ละชาติล้วนแล้วแต่มีจริตนิสัยต่าง ๆ กันไป ทำให้เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่า การจะทำงานสำเร็จต้องมีปริสัญญุตา ก็คือต้องรู้ถึงกลุ่มบุคคลว่าแต่ละพวกเป็นอย่างไร ? ต้องเข้าไปหาแบบไหน ? ต้องสนับสนุนอย่างไร ? ต้องใช้คำพูดอย่างไร ?
ถึงได้กล่าวเอาไว้ตั้งแต่ก่อนทำวัตรรอบแรกว่า พระพุทธเจ้าของเรารู้จริงทุกเรื่อง แล้วที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เอามาเป็นหลักในการพัฒนา ก็คือต้องเข้าใจ เข้าถึง จึงจะพัฒนาเขาได้ ในหลวงรัชกาลที่ ๙ เอาหลักธรรมในพระพุทธศาสนาไปใช้ตลอดเวลา แต่พระองค์ท่านพูดแบบไม่มีบาลีปนเลย ลองหันไปดูป้ายข้างหลังแล้วกัน ลองดูสิว่าใครจะแคะออกได้บ้างว่า พระบรมราโชวาททั้ง ๔ ข้อนั้นเป็นหลักธรรมอะไร ?
ดังนั้น..ในส่วนของการรู้จักคน และท้ายที่สุด รู้จักบริษัทคือหมู่คน จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ในการที่เราจะบริหารจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้ออกมาให้ดีได้ และโดยเฉพาะอย่าไปตั้งความหวังว่าจะสำเร็จเท่านั้นเท่านี้ ทำให้ดีที่สุด เต็มกำลังกาย กำลังสติปัญญา กำลังคน กำลังทรัพย์แล้ว ได้แค่ไหนก็ต้องยอมรับว่าได้แค่นั้น ไม่อย่างนั้นแล้วเราจะ
เครียดเอง
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. วัดท่าขนุน
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย