Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ธรรมะ คือ คุณากรณ์
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 21:17 • ปรัชญา
watthakhanun
วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพไปเข้าร่วมการประชุมปรึกษาหารือเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ ต้องบอกว่าเป็นครั้งที่ ๔ เนื่องเพราะว่าคณะกรรมการแต่ละชุดจะดำรงตำแหน่งตามวาระ ๓ ปี แล้วจะมีการเลือกกันใหม่ ซึ่งท้ายที่สุดทุกคนก็เลือกให้กระผม/อาตมภาพทำหน้าที่ประธานสมัยที่ ๔ อีก ๓ ปี..!
ในเรื่องของวัฒนธรรมนั้นเป็นเรื่องที่ต้องการบุคคลผู้เสียสละ เข้ามาทำงานเพื่อส่วนรวมจริง ๆ ไม่ใช่เอาตำแหน่งไว้เป็นฐานเสียงการเมืองท้องถิ่น หรือว่าไม่ใช่เข้ามาหาประโยชน์ เพราะว่าไม่มีประโยชน์อะไรให้หา..!
เนื่องจากว่าทางกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จะมีงบประมาณสนับสนุนการทำงานของสภาวัฒนธรรมระดับอำเภอปีละ ๑๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น สรุปก็คือให้งบประมาณเฉลี่ยแล้วเดือนหนึ่งไม่ถึง ๑,๐๐๐ บาท..! แต่กระผม/อาตมภาพใช้ไปปีหนึ่งหลายล้านบาท..!
จึงเป็นตำแหน่งที่ดูใหญ่โตมาก แต่ไม่มีใครอยากจะเป็น แล้วในบรรดาสภาวัฒนธรรมอำเภอทั้ง ๑๓ อำเภอของจังหวัดกาญจนบุรี ก็แทบจะมีงานอยู่เฉพาะอำเภอทองผาภูมิเท่านั้น เพราะว่าที่อื่นส่วนมากก็รองบประมาณ ซึ่งก็ไม่พอที่จะทำอะไรสักอย่าง
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น กระผม/อาตมภาพจึงได้บอกกับที่ประชุมว่า ให้เป็นประธานก็จะรับ แต่โปรดทราบด้วยว่าถ้าหมดวาระนี้ อายุของกระผม/อาตมภาพก็ทะลุ ๗๐ ปีไปแล้ว ต้องเตรียมหาคนอื่นไว้ทดแทนด้วย ไม่ใช่ฝากความหวังไว้กับบุคคลคนเดียว
บุคคลผู้ใดผู้หนึ่งก็ตาม ถึงจะมีความสามารถแค่ไหน ก็ต้องมีคนทดแทนได้ในที่สุด แม้ว่าระยะแรก เราอาจจะรู้สึกไม่คุ้นเคยบ้าง แต่พออยู่ร่วมกันนานไป ก็จะเห็นว่าเขาสามารถทำหน้าที่นั้นได้เช่นกัน เพียงแต่อย่าไปเปรียบเทียบกับคนโน้นคนนี้ ไม่เช่นนั้นแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะทำให้งานเดินหน้าไปได้ เพราะว่าแทนที่จะช่วยเหลือกัน สนับสนุนกัน ให้กำลังใจกัน ก็จะไปตำหนิว่าทำงานสู้ท่านนั้นไม่ได้ สู้ท่านนี้ไม่ได้ เป็นการบั่นทอนกำลังใจของคนที่มาทำงานเปล่า ๆ
โดยเฉพาะในเรื่องของวัฒนธรรมนั้น ทำอย่างไรที่เราจะแปรสภาพจากสิ่งของที่จับต้องได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ให้กลายมาเป็นรายได้ของชุมชน พูดง่าย ๆ ก็คือจะต้องทำให้วัฒนธรรมนั้นขายได้ เพื่อที่จะได้เป็นรายได้ของชาวบ้าน ในเมื่อได้รับประโยชน์จากตรงนี้ เขาก็จะเห็นคุณค่าเอง
แต่เรื่องพวกนี้เราจะต้องทำในลักษณะครบวงจร อย่างที่กระผม/อาตมภาพสร้างตลาดริมแควเมืองท่าขนุน เพื่อให้ชาวบ้านทั้ง ๗ ตำบล นำเอาสินค้าของตนเองมาจำหน่ายทุกวันหยุดราชการ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์
คราวนี้เรามีตลาดแต่คนไม่รู้จัก ก็ต้องทำประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จัก ถ้าหากว่าออกสื่ออย่างเดียวก็ไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมให้จับต้องได้ ก็ต้องมาจัดการใส่บาตรทุกวันอาทิตย์ ตามโครงการ "หิ้วตะกร้า นุ่งผ้าไทย นั่งแคร่ไม้ ใส่บาตรพระ ทุกวันอาทิตย์" แล้วท้ายสุดก็เพิ่มวันเสาร์มาอีกวัน ตามโครงการ "วันเสาร์ใส่บาตรตลาดริมแคว ยลวิถีเมืองท่าขนุน"
ในเมื่อสร้างตลาดให้แล้ว ช่วยทำประชาสัมพันธ์ให้แล้ว ยังต้องสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ของเขาให้ต่อเนื่องอีก เนื่องเพราะว่าส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะมีอาการเหมือน "ไฟไหม้ฟาง" ก็คือเห่อชั่ววูบเฉพาะครั้งแรก ๆ เท่านั้น ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็ต้องมีการกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา ให้เขาคิดโครงการโน้นขึ้นมา โครงการนี้ขึ้นมา อย่างล่าสุดที่ให้งบประมาณสนับสนุนไป ๒ โครงการ ก็คือโครงการคังด้งสร้างสมาธิของโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา
คังด้งก็คือต้นแบบของยันต์แมงมุมดักทรัพย์ เนื่องเพราะคนกะเหรี่ยงเห็นว่าแมงมุมนั้นนอนกิน สร้างรังเสร็จก็ไม่ต้องไปไหน รอเหยื่อมาหาเอง จึงได้ทำข้าวของที่เลียนแบบลักษณะของใยแมงมุมขึ้นมา แล้วก็ถือว่าเป็นเครื่องรางของขลังในลักษณะเรียกทรัพย์ ท้ายที่สุดความเชื่อเหล่านี้พอแพร่กระจายออกไป คนอื่นที่เห็น ถึงไม่รู้ว่าเขาทำไว้ในลักษณะของการเรียกทรัพย์ แต่ก็เห็นเป็นเครื่องประดับสวยงาม ก็จะซื้อหา
ไปประดับบ้านบ้าง ถ้าเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก็มีการแขวนเป็นพวงกุญแจบ้าง ติดกระเป๋าบ้าง
อีกโครงการหนึ่งก็คือการทอผ้าฝ้ายผสมใยต้นกล้วยของโรงเรียนบ้านอูล่อง ซึ่งต้องชมเชยว่ารู้จักในการพลิกแพลงหาวัสดุในท้องถิ่นของตนเองมา เพื่อลดสิ่งที่หายากของทองผาภูมิก็คือฝ้ายลงไป โดยใช้วัสดุอื่นมาทดแทน อยู่ในลักษณะ ๔๐ : ๖๐ ก็จะทำให้ชิ้นงานราคาต่ำลงไปมาก ถึงเวลากลายเป็นผ้าทอพื้นเมืองที่ราคาไม่สูงมากนัก
คราวนี้พอมีบุคคลที่ได้งบประมาณไป ทำสิ่งหนึ่งประการใดขึ้นมา ทางสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร นอกจากว่าเอาสินค้านั้นมาจำหน่ายที่ตลาดของเรา เพื่อให้มีข้าวของใหม่ ๆ ให้ชาวบ้านเขาได้เลือกซื้อหา รายได้ก็ตกเป็นของชาวบ้านเอง โดยที่ทุนตั้งต้นก็คือสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิเป็นผู้มอบให้ หรือพูดง่าย ๆ ว่าเงินจากย่ามหลวงพ่อเล็กนั่นแหละ..!
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. วัดท่าขนุน
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย