Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สารพันบันเทิงจีน
•
ติดตาม
29 ก.ค. เวลา 05:48 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
ชะตารัก กระดูกปักษา
ยังคิดอยู่ว่าปีนี้จะชอบละครจีนเรื่องไหนจนอยากเขียนถึงอีกหรือไม่ เพราะเริ่มอิ่มตัว และไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้ดูหนังดูละครแล้วย้อนมาดูตัวอีกแล้ว
หากอ่านแค่เรื่องย่อจะพบว่าเนื้อเรื่องไม่มีอะไรใหม่แต่อย่างใด เป็นเรื่องการแย่งชิงอำนาจในวัง นางเอกเป็นลูกสาวราชครูมีคนรักเป็นอ๋องปลายแถว แต่ถูกบังคับแต่งงานกับพระเอกที่เป็นแม่ทัพเพราะการเมือง หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันก็รักกันจริง ๆ ส่วนอ๋องปลายแถวขึ้นมาเป็นผู้สำเร็จราชการ อยากแย่งคนรักคืน อะไรประมาณนี้
“วิธีเล่าเรื่อง” คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้แตกต่างและสนุก
เท่าที่เคยดูละครจีนมา ความลับใด ๆ กว่าจะเฉลยก็โน่นใกล้จบแล้ว หรืออย่างน้อย ๆ ก็ต้องข้ามไปก่อนสักตอนสองตอน แต่เรื่องนี้คือเล่าไปเฉลยไปภายในตอนนั้นเลย
นอกจากไม่ปล่อยให้คนดูเถียงกันแล้ว ยังทำให้คาแรกเตอร์ตัวละครทุกตัวสมจริงยิ่งขึ้น เพราะอธิบายเหตุผล ให้ตัวละคร ว่าทำไมทำแบบนั้นไม่ทำแบบนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร
ต้องอวยคนเขียนบท ในขณะที่เฉลยปมเล็กปมน้อยไปเรื่อย ๆ กลับปกปิดปมหลักไว้อย่างแนบเนียน การที่เซียวอู๋อีตั้งใจมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนระบบกองทัพภายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะรู้ว่าตนเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
คำถามคือเขาเปลี่ยนแปลงกองทัพในวันนี้ได้ก็จริง แต่เมื่อเขาตายไป ใครจะเป็นสืบทอดงานที่เขาทำไว้ ถ้าฮ่องเต้องค์ต่อไปสั่งยกเลิกระบบทั้งหมด ไม่เท่ากับที่ทำไปสูญเปล่าหรือ
ปมนี้ ค่อยมาเฉลยในตอนสุดท้ายว่าเขามีคนที่เชื่อมั่นว่าจะสืบทอดระบบที่ได้สร้างไว้ เพียงแต่บทหลอกให้คนดูเอ๊ะ ว่าใช่ไหมนะ อาเม่าจะทรยศไหมนะ
สรุป หลอกคนดูทั่วแผ่นดิน 555
ในขณะที่บทเรื่องอื่นซ่อนลาสบอสเอาไว้ แล้วไปเฉลยในตอนท้าย ๆ หรือตอนจบ ระหว่างทางให้คนเดาไปต่าง ๆ นานาว่าเป็นใคร เรื่องนี้หลอกคนดูเหนือไปกว่านั้นอีก เพราะไม่มีลาสบอส
หากมองในอีกมุมหนึ่ง มันก็สะท้อนให้เห็นว่า เราไม่เชื่อว่ามีคนดีจริงๆ อีกแล้ว หรือไม่ก็ดูหนังละครมากเกินไปจนคิดว่ามันต้องทฤษฎีสมคบคิดแน่ ๆ
ที่ชอบอีกอย่าง คือคนเขียนบทวางความเชื่อมโยงของเรื่องราวต่าง ๆ เก่งมาก เช่น ตอนที่เจียอวี่รู้ว่าอู๋อีมีอาการตาบอด แล้วต้องไปนอนเฝ้า บทก็ทำให้รู้ว่าอู๋อีหูดีมาก นางจึงคิดวิธีให้สัญญาณด้วยกลองเพื่อให้เขาสามารถยิงธนูได้แม่นยำ แม้จะมองไม่เห็น ฉากนี้นอกสื่อสารเรื่องพัฒนาการความสัมพันธ์ของทั้งคู่แล้ว ยังทำให้การชนะอิงอ๋องสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น
ส่วนเนื้อหาสาระ ต้องบอกว่าอุดมคติจ๋ามาก เซียวอู๋อี คือ โคตรวีรบุรุษ นอกจากเก่งบุ๋นบู้ ฉลาดทันคน แล้วยังเป็นคนอภิมหาดีเลิศประเสริฐศรี ทำทุกอย่างเพื่อแผ่นดิน โดยไม่หวังในอำนาจ ลาภยศ สรรเสริญ ยอมให้คนทั้งแผ่นดินสาปแช่ง ยอมเป็นคนร้ายในประวัติศาสตร์ เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบสุข ประชาชนไม่ต้องทนทุกข์กับสงคราม
เมื่อเราอายุยังน้อย สีขาว สีดำ นั้นชัดเจน หลังจากใช้ชีวิตไปจนมาจนได้ตำแหน่งสว. (สูงวัย) ขาว-ดำ ก็กลายเป็นสีครีม- สีเทาอ่อนไปจนเทาเข้ม อุดมคติสมบูรณ์แบบมีแต่ในยูโทเปียเท่านั้น
ถึงอย่างนั้นก็ตาม อุดมคติไม่ถึงกับเป็นเรื่องเพ้อฝันเป็นไปไม่ได้ เพียงเราต้องอยู่กับความเป็นจริงด้วยเช่นกัน
ไม่น่าแปลกใจที่ละครผ่านกบว.จีนมาได้ง่ายดายแถมออกอากาศเร็วมาก เพราะบทส่งเสริมความอุดมการอันยิ่งใหญ่ของการเสียสละเพื่อแผ่นดิน วีรบุรุษคือผู้ที่ทำเพื่อคนอื่นโดยไม่หวังมีชื่อในประวัติศาสตร์
ส่วนประเด็นเรื่องอายุนักแสดงที่ฝ่ายหญิงยังเป็นเยาวชน( ตอนเล่นน่าจะ 17 )ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะบทไม่อะไรสุ่มเสี่ยงจะเป็นประเด็นเลย ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทำให้คนดูรู้สึกว่าละครไม่ได้ให้น้ำหนักกับเรื่องความรัก แต่ตรงกันข้ามเลย
เรื่องนี้นอกจากนักแสดงเล่นถึงแล้ว ต้องอวยคนเขียนบท เพราะและบทสนทนาของพระเอกนางเอก คือภาษาพูดกันธรรมดาปกติ ไม่ใช่ประดิษฐ์คำให้มันโรแมนติกอะไรมากมาย ไม่ต้องมีฉากจูบกันสักฉากเดียว แต่ทำให้คนดูสัมผัสได้ถึงความรักที่ลึกซึ้งได้ไม่ต่างกัน
ชอบบทที่แทรกอารมณ์ขันได้พอดี ๆ ไม่เยอะไป และเป็นธรรมชาติ อย่างตอนสุดท้ายที่เจี่ยอวี๋เข้าวังแล้วหลง เออ มันก็น่าให้หลง เพราะใหญ่ขนาดนั้น แต่ไม่มีขันทงขันทีไปส่งหน่อยหรือ
ตัวละคร
เซียวอู๋อี ต้องเรียกว่าเป็นอภิมหาวีรบุรุษ เสียสละเพื่อประชาสุดตัว ไม่สนใจอำนาจลาภยศสรรเสริญใด ๆ ไม่อยากได้อะไรเลย จนมาเจอเจียอวี๋ ก่อนหน้านี้ไม่สนใจอายุยืนหรือไม่ พอมีความรักก็อยากอยู่กับเธอขาไปนาน ๆ
เป็นพระเอกโคตรเก่ง ทั้งบุ๋นบู้ ฉลาดทันคน เป็นคนดี จะว่ามันแบนไปหน่อยก็ใช่ แถมยังเป็นคอนเซปต์เดิมๆ คือจะตายไม่บอกนางเอกตามสไตล์พระเอกจีน ขี้เกียจจะเขียนแล้วว่าอย่าคิดแทนผู้หญิง
เซี่ยเจียอวี๋ ชอบคาแรกเตอร์นางเอก เพราะนอกจากฉลาดแล้ว เป็นผู้หญิงที่อารมณ์มั่นคงมาก อยู่กับความเป็นจริง ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และพยายามอยู่กับมันอย่างมีความสุข ซึ่งต้องยกความดีให้พ่อแม่บุญธรรมที่เลี้ยงแบบมารักเลย ได้เป็นตัวของตัวเอง ถึงราชครูจะใช้เป็นหมาก และโกรธมากตอนเมียตาย แต่ราชครูไม่เคยคิดร้ายกับลูกเลย ลึก ๆ ก็เมตตามากอยู่
ฉีอ๋อง /อาเม่า คนเขียนบทคงอยากบอก(หรือเปล่า) ว่า ผู้นำดีต้องผ่านบททดสอบเรื่องการหลงในอำนาจ แม้ตอนท้ายจะเฉลยว่าอาเม่ากับอู๋อี เล่นละคร แต่มีหลายฉากที่แสดงให้เห็นถึงความลังเล ความอยากเอาชนะของอาเม่า แต่ท้ายที่สุดก็กลับมาเป็นคนดีได้
เล่อจวิน เป็นตัวอย่างของคนที่อำนาจหลอกล่อได้สำเร็จ เพราะรักพี่ก็ใช่ แต่ถ้าพี่มีอำนาจตัวเองก็มีอำนาจเช่นกัน บางครั้งความกลัว(พี่จะเสียอำนาจ กลัวถูกแย่งอำนาจ) ก็พาคนเราเข้าสู่ด้านมืดได้เช่นกัน( สตาร์วอร์มาเอง)
นักแสดง
โหวหมิงฮ่าว ชอบเขาเล่นละครมาเป็นเรื่องที่สามแล้ว ฝีมือดีขึ้นเรื่อยๆ ทัศนคติในการทำงานก็ดีมาก
คราวนี้ก็อยู่ที่การเลือกบทแล้ว เพราะหลายเรื่องที่เขาเล่นผู้เขียนก็เทไปไม่น้อย
อย่างไรก็ตามผู้เขียนชอบวิธีที่เขาเล่น สู่ห้วงเมฆา มากกว่าหน่อยนึง อาจเพราะบทเรื่องนี้เป็นของวีรบุรุษจ๋ามาก บางครั้งจึงดูลอย ๆ ไปนิด
แต่ถ้ามองหาความเท่ เรื่องนี้คือเท่มาก เท่ที่สุด โคตรจะเท่ อันนี้ไม่มีอะไรจะเถียง
อ้ายหมี่ (ยาวนิดนึง) เป็นนักแสดงอีกคนที่เริ่มต้นเส้นทางนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย ความสำเร็จในวันนี้จึงไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นตัวประกอบมานับสิบเรื่อง บทเล็กบทน้อยขนาดไหนก็เล่นมาหมดแล้ว
ผู้เขียนจำอ้ายหมี่จากการปรากฏตัวแค่ 5 วินาทีในภาพยนตร์เรื่อง The Battle at Lake ChangJin ได้มากกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะเป็นคนโยนผ้าพันคอสีแดงให้อี้หยางเซียนชี ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ทั้งให้ศัตรูมองผ่านไปและมีคนมาช่วยทหารคนสุดท้ายของกองร้อย
ตอนนั้นยังไม่รู้จักอ้ายหมี่ แต่คิดว่าน่าจะมีอนาคตแน่นอน เพราะได้เล่นหนังเบอร์ใหญ่ขนาดนี้ คือเครดิตอย่างดี ตอนนั้นเธออายุแค่ 12-13 เองมั้ง
เมื่อมองย้อนกลับไปจะเห็นว่าเธอมีผลงานสม่ำเสมอ เก็บประสบการณ์มาเรื่อยๆ ทุกคนรู้ว่าอ้ายหมี่เป็นนักแสดงเด็กที่ค่อย ๆ เติบโตมาในกองถ่าย แต่ไม่ได้มีชื่อเสียงฉูดฉาดหรือเป็นที่สนใจอะไรเป็นพิเศษ
จนได้รับบทนางเอกเป็นเรื่องแรก ก็โดนเลย ว่ายังเป็นเยาวชนอยู่ มาเล่นเป็นนางเอกได้ไง แถมพระเอกอายุห่างกันเกือบ 10 ปี
ปัญหาคืออะไรกันแน่
ถ้าบอกว่าเป็นเยาวชน อ้ายหมี่ไม่ใช่คนแรกก้าวจากดาราเด็กมาเป็นนางเอกในขณะที่ยังเป็นเยาวชน เพราะฉะนั้นอายุไม่ใช่ประเด็น เพราะบทนางเอกในเรื่องเป็นสาวน้อยคนหนึ่ง ก็แคสตามบท ถ้าบทเป็นผู้หญิงที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แคสเยาวชนมาเล่น อันนั้นค่อยว่ากัน
ส่วนเรื่องกลัวว่ายังเป็นเด็กมาเล่นบทมีความรัก มันก็มีกฎอยู่แล้วว่าเยาวชนเล่นอะไรได้แค่ไหน ถ้ามันเกินเลย กบว.จีนไม่มีทางให้ฉายแน่นอน
ประเด็นอายุห่างจากนักแสดงชายมาก อ้าว พระเอกนางเอกในเรื่องอายุมันก็ห่างกันประมาณนี้ มีตรงไหนไม่สมเหตุสมผล มีใครบอกว่านักแสดงเด็กต้องเล่นกับพระเอกอายุใกล้เคียงกันเท่านั้น ต้องเล่นบทนักเรียนนักศึกษาเท่านั้น
เรื่องที่ไปกันใหญ่ คือ คิดไปถึงเรื่อง “กรูมมิ่ง” โน่น กรูมมิ่งมันมีคำจำกัดความเฉพาะเจาะจงอยู่ 3-4 ข้อ ในสถานการณ์นี้ไม่เข้าสักข้อ เพราะมันเป็นละคร ย้ำมันเป็นละคร นักแสดงกำลังแสดงละคร เฮ้อ
ทั้งเบื้อหลังและตอนโปรโมท ก็ไม่มีสักตรงที่ทำให้รู้สึกว่าเกินเลยกว่าคำว่ามืออาชีพ
บางครั้งจินตนาการของคนดูเองนี่แหละ ที่ไปไกลชนิดออกไปดาวอื่นเลย
สำหรับการเดบิวต์บทนางเอกของอ้ายหมี่ เรียกว่าประสบความสำเร็จมาก พิสูจน์ได้จากไปไหนโดยเฉพาะสนามบินโดยไม่มีการ์ดไม่ได้แล้ว ผู้เขียนเคยคิดว่าวันเวลาแบบนี้คงมาถึงเธอสักวันหนึ่ง แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
ยิ่งที่เธอสอบเข้าเป่ยเตี้ยนได้ ยิ่งรับประกันความก้าวหน้าบนเส้นทางนี้ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอเองแล้ว
ชะตารัก กระดูกปักษา เป็นอีกเรื่องที่พิสูจน์ให้เห็นว่าบทคือหัวใจสำคัญของละคร ยิ่งถ้าได้นักแสดง(ไม่ใช่แค่ดารายอดนิยม) มีฝือมาเล่นและเล่นถึง ก็มีโอกาสจะประสบความสำเร็จทั้งจำนวนคนดูและคำวิจารณ์
ส่วนเกินความคาดหมายไปมากน้อยแค่ไหนปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนดู
ซีรีส์จีน
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย