วันนี้ เวลา 08:22 • หุ้น & เศรษฐกิจ

กองทุนเดียวครบ โครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งหมด มาแล้ว /โดย ลงทุนแมน

AI Supercycle คือช่วงเวลาที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของผู้คนอย่างยาวนานต่อจากนี้
วงจรการเติบโตระดับมหากาพย์นี้ เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยจะเกิดแรงหนุนมหาศาลพร้อมกันทั้ง ฝั่งอุปสงค์ (ความต้องการใช้) และอุปทาน (การลงทุนสร้าง)
องค์กรและประเทศต่างๆ กำลังทุ่มงบประมาณมหาศาลไปในโครงการสร้างพื้นฐาน AI ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่การจัดหาพลังงานไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน ไปจนถึงชิปเก็บข้อมูลและหน่วยความจำ
สิ่งที่น่าสนใจคือ หุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวลงมากใน 1 เดือนที่ผ่านมา แต่ความจริงคือทั่วโลกยังเดินหน้าลงทุน AI อย่างต่อเนื่อง
และไม่ว่า AI ค่ายไหนจะชนะ ทุกค่ายก็ยังต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เหมือนกัน
นี่คือแนวคิดของ TCAI หรือ Tortoise AI Infrastructure ETF กองทุนที่ไม่ได้พยายามทายว่า AI ตัวไหนจะเก่งที่สุด แต่เลือกลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ผู้ชนะทุกค่ายขาดไม่ได้..
แล้ว โครงสร้างพื้นฐาน AI ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากแค่ไหน ?
ปัจจุบัน เรากำลังผ่านยุค การถาม-ตอบกับ AI เป็นครั้ง ๆ เข้าสู่ยุคที่ AI จะทำงานแทนเรา เรียกกันว่า Agentic AI
ตลาดนี้ ถูกคาดว่าจะเติบโตจากประมาณ 370,000 ล้านบาทในปี 2026 เป็นราว 5,100,000 ล้านบาทในปี 2036 หรือเติบโตเฉลี่ยราว 30% ต่อปี
เมื่อ AI ถูกนำไปใช้งานจริงมากขึ้น ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานก็ต้องเพิ่มขึ้นตาม
มีการคาดการณ์ว่า Capacity ของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกด้าน AI จะเพิ่มจากประมาณ 44 กิกะวัตต์ในปี 2025 เป็นประมาณ 156 กิกะวัตต์ในปี 2030 หรือเพิ่มขึ้นราว 3.5 เท่า ภายในเวลาเพียง 5 ปี
เม็ดเงินลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ก็สะท้อนภาพเดียวกัน
กลุ่ม Hyperscalers มีแผนลงทุนรวมประมาณ 13.4 ล้านล้านบาทในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 28.8 ล้านล้านบาทภายในปี 2030
จากเงินลงทุนระดับนี้ สะท้อนให้เห็นว่านี่ไม่ใช่แผนลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งหรือสองไตรมาส
แต่เป็นวัฏจักรการลงทุนต่อเนื่องหลายปี เพื่อสร้างระบบรองรับเศรษฐกิจ AI ในอนาคต
โลกอาจพัฒนาโมเดล AI ได้เร็วก็จริง แต่เราไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้า ระบบสายส่ง และดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ได้ในชั่วข้ามคืน
และดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้ต้องการเพียงพื้นที่สำหรับตั้งเซิร์ฟเวอร์ แต่ต้องมีไฟฟ้าที่เพียงพอ เสถียร และพร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง
พลังงานจึงกำลังกลายเป็นหนึ่งในคอขวดสำคัญของเศรษฐกิจ AI และคอขวดนี้ กำลังดึงดูดเงินลงทุนมหาศาล
หากความต้องการ AI เร่งตัวเร็วกว่าคาด การลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกระหว่างปี 2025 ถึง 2030 อาจสูงถึงประมาณ 265 ล้านล้านบาท ตัวเลขนี้ช่วยอธิบายว่าโอกาสจาก AI จะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบริษัทผู้ผลิตชิป
ดังนั้น การเติบโตของ AI จึงไม่ใช่เพียง Technology Cycle แต่กำลังกลายเป็น Infrastructure Cycle ครั้งใหญ่ของโลก
แล้ว TCAI เข้าไปลงทุนตรงไหนของโอกาสนี้ ?
TCAI เป็น ETF ที่บริหารแบบ Active Management ผู้จัดการกองทุนจึงสามารถปรับพอร์ตตามเทคโนโลยี คอขวด และโครงสร้างอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป
กองทุนไม่ได้ลงทุนเฉพาะบริษัทผู้ผลิตชิป แต่กระจายการลงทุนไปยัง 3 ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ใน 22 กลุ่มอุตสาหกรรมย่อยสำคัญ ที่ทำให้ AI ทำงานได้จริง
โดยใช้กลยุทธ์แบบ Top-Down และ Bottom-Up ตั้งแต่ ปัจจัยพื้นฐาน การประเมินมูลค่า ปัจจัยทางเทคนิค คุณภาพของสินทรัพย์ คุณภาพกระแสเงินสด ไปจนถึงการกำกับดูแล
จนแบ่งออกได้เป็น (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 69)
1.กลุ่ม Digital Infrastructure 66%
ครอบคลุมตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์ หน่วยความจำ ระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบเครือข่าย ไปจนถึงระบบไฟฟ้าและระบบระบายความร้อนภายในดาต้าเซ็นเตอร์
ตัวอย่างบริษัทในพอร์ต ได้แก่ Vertiv, Micron Technology, Dell Technologies, Ciena และ Seagate
บริษัทเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นเจ้าของโมเดล AI ที่ผู้บริโภครู้จัก แต่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ทำให้ AI สามารถประมวลผล จัดเก็บ และรับส่งข้อมูลได้จริง
2.กลุ่ม Energy Infrastructure 19%
เพราะ AI ต้องมีไฟฟ้าที่เพียงพอ เสถียร และพร้อมใช้งานตลอดเวลา กองทุนจึงลงทุนในธุรกิจผลิตและส่งไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ พลังงานหมุนเวียน พลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงบริษัทที่ออกแบบ ก่อสร้าง และบำรุงรักษาโครงข่ายไฟฟ้า
ตัวอย่างเช่น Quanta Services และ MYR Group
3.กลุ่มสุดท้าย Data Centers 15%
ดาต้าเซ็นเตอร์เปรียบเสมือนโรงงานของเศรษฐกิจ AI เพราะเป็นสถานที่รวบรวมชิป เซิร์ฟเวอร์ หน่วยความจำ ระบบเครือข่าย ระบบไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนเอาไว้ด้วยกัน
จุดน่าสนใจคือ ผู้ชนะในโลก AI อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา วันนี้อาจเป็นโมเดลหนึ่ง ปีหน้าอาจมีโมเดลใหม่ที่เร็วกว่า ฉลาดกว่า และต้นทุนต่ำกว่าเข้ามาแทนที่
และทุก ๆ บริษัทก็ยังต้องใช้เซิร์ฟเวอร์ ยังต้องจัดเก็บและเชื่อมต่อข้อมูล ยังต้องระบายความร้อน และแน่นอนว่า ยังต้องใช้ไฟฟ้า..
ซึ่งการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ไตรมาส แต่ทุกคนยอมรับว่าเป็นรอบการลงทุนที่กินเวลาต่อเนื่องไปอีกหลายปี
สำหรับนักลงทุนไทยที่ต้องการเข้าถึงโอกาสครั้งใหญ่นี้ LHAI-INFRA จึงเป็นกองทุนที่น่าจับตา ที่ทำให้เรา
ร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ผู้ชนะ AI ขาดไม่ได้..
LHAI-INFRA จะเข้าไปลงทุนในกองทุนหลัก TCAI บริหารจัดการโดย LH Fund
✅กองเดียวครบ โครงสร้างพื้นฐาน AI
✅เข้าถึงครบตั้งแต่ เซิร์ฟเวอร์ - หน่วยความจำ -ระบบจัดเก็บข้อมูล - ระบบพลังงาน - ดาต้าเซ็นเตอร์
✅หุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวลงมาในจุดที่น่าสนใจ
✅บริษัททั่วโลกยังเดินหน้าลงทุน AI ครั้งใหญ่
✅ได้รับการยกเว้นภาษี Capital Gain ตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย และไม่มีประเด็นภาษีมรดกสหรัฐฯ
โดยกองทุนจะ IPO ช่วง 30 ก.ค. ถึง 5 ส.ค. นี้
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ LINE ID: @wealthx สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ 02-6669477 LINE ID: @wealthx
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
คำเตือน: กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ กองทุนลงทุนกระจุกตัวในผู้ออก/หมวดอุตสาหกรรมในบางขณะ จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก จึงอาจเหมาะสำหรับการลงทุนในสัดส่วนเสริมของพอร์ต และไม่ควรใช้เป็นสัดส่วนหลักในพอร์ตลงทุน กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 26 ก.ค. 2569
ที่มา : McKinsey Quarterly April 28, 2025
Precedence Research July, 2026
โฆษณา