จากเหตุการณ์ยาไอซ์ซุกในกระปุกมะขามเปียกเตรียมส่งออกญี่ปุ่น พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./ รับผิดชอบยาเสพติดจัดชุดสืบสวนศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) ร่วมกับ สืบนครบาล, สืบ 7 และ สน.บางยี่ขัน ได้เข้าตรวจสอบของกลางและเร่งสืบสวนขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องและกลุ่มเครือข่าย จนสามารถจับกุมคนไทย 1 ในขบวนการทำหน้าที่เจ้าของบัญชีจำนวนหลายเล่มที่ใช้ทำธุรกรรมโอนเงินในการส่งพัสดุยาไอซ์ ประมาณ 2 กก.ฝากนักหิ้วข้ามชาติ จากการขยายผลสามารถออกหมายจับผู้ต้องชาวเวียดนามอีก 3 ราย และสามารถจับกุมเพิ่มผู้ต้องหาชาวเวียดนามทำหน้าที่โปรแกรมเมอร์ และกดเงินสด
ผู้ต้องหารายนี้คือนาย N นามสมมุติ) ชาวเวียดนาม อายุ 37 ปี เป็นบุคคลปรากฏตามภาพ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฐาน มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้ค จำนวน 3 เครื่อง, ซิมโทรศัพท์, เงินเวียดนาม 1180000 ดอง, เงินกัมพูชา 210,000 เรียล และ เงินไทย 23,060 บาท
โดนนาย N ทำหน้าที่เป็นผู้กดเงินออกจากบัญชีที่เกี่ยวข้อง (ของนายสมพงศ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้า) จากนั้นได้บินกลับโฮจีมิน ประเทศเวียดนาม ทันที บัญชีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่ซุกยาไอซ์ในกระปุกมะขามเปียก จากแนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหานี้เป็นแอดมิน ทำหน้าที่โปรมแกรมเมอร์ของแก็งค์ และเป็นคนกดเงินออกจากบัญชีของคนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเฝ้าจุดผู้ต้องหานี้โดยไม่มีการเปิดเผยเนื่องจาก ผู้ต้องหารายนี้เดินทาง เข้า-ออก ประเทศไทยบ่อยครั้ง ในการเข้าค้น จนท. พบเสื้อและกระเป๋าที่ใช้วันที่ก่อเหตุ รวมถึงเงินสดจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์
ผลการตรวจสอบพยานหลักฐานของกลาง พบว่า
1. ตรวจสอบคอมพิวเตอร์พบว่าผู้ต้องหาได้มีความรู้เรื่องการเขียนโปรแกรม โดยให้การว่าตนเป็นโปรแกรมเมอร์ฟรีแล้นซ์
2. พบโปรแกรมที่รัน ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นระบบหลังบ้านวิเคราะห์เว็บไซต์ SEO Search Engine Optimization
3. ตรวจพบเว็บไซต์พนันออนไลน์ของประเทศเวียดนามจำนวน 20 เว็บไซต์ จึงเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ดูแลระบบเว็บไซต์พนันออนไลน์
4. ผู้ต้องหาให้การว่าเงินที่ถอนเป็นค่าจ้างในการดูแลระบบ
โดยสามารถจับกุมได้ที่ คอนโด ย่านสาธร ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร